Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ร้านทองทำยึกยัก
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ร้านทองทำยึกยัก
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> รับของโจร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
webmaster
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 17, 2007
ตอบ: 1389

ตอบตอบ: 18/11/2007 3:57 pm    ชื่อกระทู้: ร้านทองทำยึกยัก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อความ : ผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์สร้อยคอทองคำแล้วนำไปขายฝากไว้ที่ร้านทอง ต่อมาผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้วรับสารภาพนำใบขายฝากมามอบให้ พงส.ดำเนินคดีและนำ พงส.ไปที่ร้านทองที่รับซื้อฝากของกลางไว้ พงส.ขอสร้อยคอทองคำของกลางมาประกอบคดีโดยเจ้าของร้านอ้างว่าจะคืนให้ต่อเมื่อนำเงินมาถอนขายฝากเท่านั้น ขอถามข้อกฎหมายดังนี้
1.ในเรื่องของกลาง พงส.จะต้องดำเนินการอย่างไร
2.เจ้าของร้านทองที่รับซื้อฝากไว้มีสิทธ์ในของกลางดีกว่าเจ้าของเดิม(ผู้เสียหาย)หรือไม่
3.ถ้าเจ้าของเดิมต้องการทรัพย์คืนโดยไม่ต้องใช้ราคาให้กับทางร้านได้หรือไม่
4.ขณะรับซื้อฝากไว้ทางร้านทองไม่ได้ตรวจบัตรประจำตัวประชาชนผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาบอกชื่อและที่อยู่ปลอมแต่เจ้าของร้านทองยังคงรับซื้อฝากไว้ จะเป็นการแสดงเจตนาไม่บริสุทธ์ของผู้ซื้อที่รับซื้อไว้ได้หรือไม่ (หากจะดำเนินคดีกับร้านทองข้อหารับของโจรเพราะไม่ค่อยให้ความร่วมมือ)
5.ขณะนี้ผมออกหมายเรียกผู้จัดการร้านทองให้นำพยานวัตถุ(สร้อยคอของกลาง)มามอบให้พนักงานสอบสวนพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ยังไม่ถึงวันนัด ผมดำเนินการถูกต้องหรือไม่

จาก : ไทยใต้ - 13/11/2007 21:08


ข้อความ : ตามคำเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับผู้ใด
1.ออกหมายเรียกพยานวัตถุเพื่อยึดเป็นของกลางเก็บรักษาไว้
2.ตาม กม.แพ่ง ใช้หลัก ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน
เว้นแต่ โดยสุจริต (ข้อนี้พิสูจน์กันเอาเองเน้อ)
3.ใช้หลักตามข้อ 2 (อาจรอคำสั่งศาลในคดีว่าจะให้คืนผู้ใด)ให้อัยการขอไปด้วย เดี่ยวศาลบางท่านไม่สั่งให้อ้างเกินคำขอ
4.ถูกต้องแล้วครับ (ในอำนาจอันน้อยนิดตาม กม.ของ พงสฯ )

จาก : พงส.เก่า(อยากบอก) - 13/11/2007 23:04


ข้อความ : เจ้าของร้านทอง เมื่อรับไว้โดยสุจริต เพราะเขาเปิดเป็นร้านค้าอย่างเปิดเผย ย่อมมีสิทธิครอบครองและยึดหน่วงทรัพย์นั้นไว้ พงส.ทำได้แต่เพียงอายัดทรัพย์(ทอง) นั้นไว้เท่านั้น ขอเข้าตรวจดู และถ่ายภาพไว้ประกอบสำนวน ผู้ต้องหากระทำความผิดต้องเป็นผู้ที่นำเงินไปไถ่คืนจากเจ้าของร้านทอง
ในการดำเนินคดีกับผุ้ต้องหา ในการสรุปสำนวนการสอบสวน ต้องสรุปให้ชัดเจนว่าผู้ต้องหากระทำความผิดนอกจากจะต้องรับโทษตามกฎหมายแล้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ต้องหาชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดกับผู้เสียหายด้วย จะไปดำเนินคดีอาญากับเจ้าของร้านทองนั้นไม่ถูกต้อง

จาก : นกฮูก - 14/11/2007 07:22


ข้อความ : รับขายฝากไว้ แม้สุจริตก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง ตามหลักผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน และกรณีนี้ ก็ไม่เข้าข้อยกเว้นในเรื่องกรรมสิทธิ์ ที่จะทำให้เจ้าของร้านทองมีสิทธิดีกว่าเจ้าของที่แท้จริง ดูเรื่องกรรมสิทธิ์และข้อยกเว้นหลักฯ ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

แต่ถ้าเป็นการรับจำนำโดยถูกต้องตามกฎหมาย จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษ
พระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2505
มาตรา 16 ผู้รับจำนำต้องจัดให้มีป้ายอัตราดอกเบี้ยเป็นภาษาไทย ตามลักษณะที่เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตกำหนด แสดงไว้ในที่เปิดเผยภายในโรงรับจำนำ
มาตรา 17 ห้ามมิให้ผู้รับจำนำเรียกหรือรับดอกเบี้ยเกินอัตราดังต่อไปนี้
(1) เงินต้นไม่เกิน 2,000 บาท ร้อยละ 2 ต่อเดือน
(2) เงินต้นส่วนที่เกิน 2,000 บาท ร้อยละ 1.25 ต่อเดือน
การคิดดอกเบี้ยสำหรับกรณีที่ไม่ครบเดือน ถ้าไม่เกินสิบห้าวันให้คิดเป็นครึ่งเดือน ถ้าเกินสิบห้าวันให้คิดเป็นหนึ่งเดือน เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
ในกรณีผู้รับจำนำได้รับเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดเนื่องจากการรับจำนำนอกจากดอกเบี้ย ให้ถือว่าเงินหรือทรัพย์สินนั้นเป็นดอกเบี้ยด้วย
มาตรา 18 ห้ามมิให้ผู้รับจำนำกระทำการ ดังต่อไปนี้
(1) รับจำนำหรือให้ไถ่ทรัพย์จำนำในระหว่างเวลาตั้งแต่ 18 นาฬิกา ถึง 8 นาฬิกา
(2) รับจำนำสิ่งของจากภิกษุสามเณรหรือเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปี
(3) รับจำนำสิ่งของที่เห็นได้ว่าเป็นของที่ใช้ในราชการหรือสิ่งของที่ได้รับแจ้งตามมาตรา 21
(4) นำทรัพย์จำนำออกนอกโรงรับจำนำ เว้นแต่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต หรือเพื่อให้พ้นภยันตรายอันร้ายแรงที่ผู้รับจำนำจะป้องกันด้วยวิธีอื่นไม่ได้
(5) ประกอบธุรกิจซึ่งไม่เกี่ยวกับการรับจำนำหรือการขายทรัพย์จำนำที่หลุดเป็นสิทธิแล้วในบริเวณโรงรับจำนำ
มาตรา 18 ทวิ(1) ในการรับจำนำ ให้ผู้รับจำนำจดแจ้งรายการเกี่ยวกับบัตรประชาชนของผู้จำนำไว้ให้ชัดแจ้ง ในต้นขั้วของตั๋วรับจำนำด้วย
ในกรณีที่ผู้จำนำไม่ต้องมีบัตรประชาชนตามกฎหมาย ให้จดแจ้งรายการเกี่ยวกับเอกสารแสดงชื่อที่อยู่ของผู้จำนำแทนบัตรประชาชน
มาตรา 19 ในกรณีมีเหตุควรสงสัยว่าสิ่งของที่มีผู้นำมาจำนำ เป็นสิ่งของที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำความผิด ให้ผู้รับจำนำแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจท้องที่ทันที
มาตรา 20 เมื่อมีการรับจำนำ ให้ผู้รับจำนำออกตั๋วรับจำนำให้แก่ผู้จำนำ และติดเลขหมายที่ทรัพย์จำนำให้ตรงกับเลขหมายตั๋วรับจำนำ
ตั๋วรับจำนำให้ทำตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
การออกตั๋วรับจำนำให้ทำตามวิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 21 เมื่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกประกาศตำหนิรูปพรรณของหายได้แจ้งเรื่องของหายต่อผู้รับจำนำ ผู้รับจำนำมีหน้าที่ตรวจทรัพย์จำนำหรือสิ่งของที่จะรับจำนำ ถ้าปรากฏว่ามีตำหนิรูปพรรณตรงหรือคล้ายกับตำหนิรูปพรรณของหาย ให้ผู้รับจำนำส่งมอบต่อเจ้าพนักงาน ผู้ซึ่งแจ้งเรื่องของหายนั้นโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่มีการรับจำนำไว้แล้วให้ส่งสำเนาตั๋วรับจำนำไปด้วย
มาตรา 22(1) ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้รับจำนำต้องให้ไถ่ทรัพย์จำนำ เมื่อมีผู้จำนำนำตั๋วรับจำนำมาขอไถ่ ให้ผู้รับจำนำจดแจ้งรายการตามมาตรา 18 ทวิ และเมื่อให้ไถ่แล้ว ให้นำตั๋วรับจำนำติดไว้ที่ต้นขั้วตั๋วรับจำนำและบันทึกวันเดือนปีที่ไถ่ไว้ในต้นขั้วตั๋วรับจำนำนั้น และจัดให้ผู้ไถ่ทรัพย์คืนลงลายมือชื่อในต้นขั้วตั๋วรับจำนำด้วย
มาตรา 23 ผู้รับจำนำต้องไม่ยอมให้ไถ่ทรัพย์จำนำ เมื่อมีกรณีดังต่อไปนี้
(1) ผู้รับจำนำได้รับแจ้งจากพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ว่าทรัพย์จำนำหรือตั๋วรับจำนำเป็นของได้มาโดยการกระทำความผิด หรือ
(2) ผู้รับจำนำมีเหตุควรสงสัยว่าทรัพย์จำนำหรือตั๋วรับจำนำเป็นของได้มาโดยการกระทำความผิด
เมื่อผู้รับจำนำไม่ยอมให้ไถ่ทรัพย์จำนำ ผู้รับจำนำต้องแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจท้องที่ทันที และต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตโดยไม่ชักช้า
มาตรา 24(2) ผู้รับจำนำต้องคืนทรัพย์จำนำให้แก่เจ้าของโดยจะเรียกให้เจ้าของชำระหนี้ที่เกิดจากการรับจำนำทรัพย์นั้นมิได้ ในกรณีต่อไปนี้
(1) ได้รับจำนำสิ่งของที่เห็นได้ว่าเป็นของที่ใช้ในราชการ
(2) ได้รับจำนำทรัพย์หรือสิ่งของที่ได้รับแจ้งตามมาตรา 21
(3) ได้รับจำนำทรัพย์ไว้โดยรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าทรัพย์จำนำนั้นได้มาโดยการกระทำความผิด
(4) ได้รับจำนำทรัพย์ไว้โดยมิได้จดแจ้งรายการตามมาตรา 18 ทวิ
ความในวรรคหนึ่งไม่ตัดสิทธิของผู้รับจำนำที่จะเรียกชำระหนี้ที่เกิดจากการรับจำนำเอาจากผู้จำนำ
มาตรา 25(3) ให้ผู้รับจำนำทำบัญชีทรัพย์จำนำที่ผู้จำนำขาดส่งดอกเบี้ยเป็นเวลากว่าสี่เดือน ยื่นต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต และปิดประกาศบัญชีนั้นไว้ ณ ที่เปิดเผย ที่โรงรับจำนำนั้นตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
เมื่อผู้รับจำนำได้ปฏิบัติการถูกต้องครบถ้วนตามความในวรรคก่อนแล้ว ให้บรรดาทรัพย์จำนำที่ปรากฏตามบัญชีที่ผู้รับจำนำทำขึ้นและประกาศไว้ ซึ่งเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตมิได้สั่งอายัดไว้ หรือผู้รับจำนำมิได้ขอไถ่ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันประกาศ หลุดเป็นสิทธิแก่ผู้รับจำนำ
มาตรา 26 เมื่อทรัพย์จำนำหลุดเป็นสิทธิแล้ว ให้ผู้รับจำนำบันทึกวันเดือนปีที่หลุดเป็นสิทธิไว้ในต้นขั้วตั๋วรับจำนำ และถ้าผู้รับจำนำได้จำหน่ายหรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์จำนำที่หลุดเป็นสิทธิแล้ว ก็ให้บันทึกวันเดือนปีที่ได้จำหน่ายหรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์จำนำนั้นไว้ในต้นขั้วตั๋วรับจำนำด้วย
มาตรา 27 ให้ผู้รับจำนำทำบัญชีงบเดือนยื่นต่อเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันสิ้นเดือนปฏิทิน
มาตรา 28 เจ้าพนักงานตรวจโรงรับจำนำซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจเข้าไปในโรงรับจำนำเพื่อตรวจทรัพย์จำนำและเอกสารที่เกี่ยวกับการรับจำนำและผู้รับจำนำต้องให้ความสะดวกตามสมควร
เจ้าพนักงานตรวจโรงรับจำนำ ต้องมีบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องร้องขอ

คำพิพากษาฎีกาที่ 776/2506 ในกรณีที่ผู้รับจำนำซึ่งไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ รับจำนำทรัพย์ไว้โดยสุจริตจากบุคคลที่เช่าซื้อทรัพย์มานั้น ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และทำการสุจริตมีสิทธิติดตามเอาคืนได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 / ผู้รับอนุญาตให้ตั้งโรงรับจำนำ จะถือเอาประโยชน์จากพระราชบัญญัติ โรงรับจำนำ พ.ศ. 2480 ได้ ก็ต่อเมื่อเป็นการรับจำนำทรัพย์ไว้ในราคารายละไม่เกินสี่ร้อยบาท หากรับจำนำไว้เกินสี่ร้อยบาท ก็เป็นเรื่องที่ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์


จาก : PD - 14/11/2007 09:08


ข้อความ : เห็นด้วยกับคุณ "นกฮูก" และขอตอบเป็นรายข้อดังนี้
๑. ในเรื่องของกลางให้ทำหนังสืออายัด ถ่ายรูปประกอบสำนวนไว้
๒. เจ้าของร้านทองมีสิทธิดีกว่าตามสัญญาขายฝากทอง
๓. เจ้าของเดิมหากต้องการทรัพย์คืน ต้องใช้ราคา
๔. ไม่สมควรดำเนินคดีกับเจ้าของร้านทองหากมีใบอนุญาตให้ค้า
ของเก่า
๕. ที่เรียกให้มาและสอบปากคำไว้ในฐานะพยานชอบแล้ว แต่ที่
เรียกให้นำของกลางมาให้ไม่ชอบ ร้านทองสามารถโต้แย้ง
สิทธิได้เพราะเขามีสิทธิยึดหน่วง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นแค่ข้อคิดเห็นโดยฟังจากข้อมูลเพียง ๑๒ บรรทัด ที่ให้มานะครับ หากข้อเท็จจริงผิดไป ข้อกฎหมายก็ต้องเปลี่ยนไปนะครับ


จาก : ปลานิล - 14/11/2007 12:20


ข้อความ : ไม่เห็นด้วยกับนกฮูกและปลานิล และขอถามต่อว่า
1.คำว่าอายัด พงส.อาศัยอำนาจตามกฏหมายข้อใด เพราะตามที่เปิดดู ป.วิอาญา ม.132 ให้อำนาจเพียงยึด
2. ถ้าทำหนังสืออายัดแล้วต่อมามีความจำเป็นต้องนำทองมาประกอบคดีแต่ร้านทองจำหน่ายจ่ายโอน ไม่รักษาทอง ไม่ปฏิบัติตามที่เราอายัดไว้ เราจะเอา กม.ข้อไหนไปดำเนินคดีกับเจ้าของร้านทอง เพราะถ้าจะดำเนินคดีตาม ลหุโทษ ม.368 ก็ไม่ได้เพราะกฎหมายระบุว่า..สั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมาให้ไว้..และถ้าจะไปดูตามความผิดต่อเจ้าพนักงานหรือเจ้าพนักงานการยุติธรรมก็ไม่เห็นมี
ดังนั้น ตาม ป.วิ อาญา ม.132 (3),(4) ไทยใต้ ออกหมายเรียกให้เเจ้าของร้านทองนำทองมามอบให้และ พงส.ยึดไว้น่าจะถูกต้องมากกว่า

จาก : ผู้อยากรู้ - 14/11/2007 15:11

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
webmaster
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 17, 2007
ตอบ: 1389

ตอบตอบ: 15/12/2007 9:13 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

dd
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
ขอความเห็นใจ
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 19/06/2014 10:38 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การที่เอาทองคำหนักห้าบาทไปจำนำร้านทองแต่พอไปถ่ายคืนกลับบอกว่าทองไม่อยู่แล้วฉันไปจำนำไว้วันที่12เมษาแต่ฉันไปมาวันนี้ก็ได้คำตอบว่าทองไม่อยู่แล้วคุณผิดนัดกับทางร้านฉันไม่รู้จะทำอย่างไรจึงขอความเห็นใจกับทางร้านว่าฉันไม่เข้าใจในระเบียบของทางร้านเพราะเขาอภิบายว่าเราไม่สามารถอธิบายให้ลูกค้าฟังได้ทุกคนคุณว่าดิฉันจะทำอย่างไรดีค่ะเพราะตอนไปจำนำเขาก็ขอเบอร์โทรดิฉันไปนะค่ะช่วยอภิบายให้ฉันฟังหน่อยค่ะ
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 19/06/2014 1:16 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เจ้าของร้านทองเอาเปรียบ ถึงได้รวยเอา ๆ รับจำนำราคาต่ำ เมื่อครบกำหนดไม่ไถ่ถอน ก็เอาของเราไปขายโดยพลการ ได้กำไรจากส่วนต่างราคา ลักษณะนี้ผมว่า เจ้าของร้านผิดยักยอก จะรีบเอาของเราไปขายไม่ได้ ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือก่อน และต้องดูระยะเวลาตาม กม.แพ่งด้วย และถ้าจะขายทรัพย์หลุดจำนำ ต้องขายโดยวิธีทอดตลาดเท่านั้น ถ้าทำผิดเงื่อนไข กม.หลายอย่างเช่นนี้ แสดงให้เห็นชัดว่ามีเจตนายักยอก ถ้าไม่ดำเนินคดีเสียบ้าง ลองนึกดู ถ้าร้านทองทำอย่างนี้ ใครเดือดร้อน
กลับไปข้างบน
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 19/06/2014 2:32 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อความ : ผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์สร้อยคอทองคำแล้วนำไปขายฝากไว้ที่ร้านทอง ต่อมาผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้วรับสารภาพนำใบขายฝากมามอบให้ พงส.ดำเนินคดีและนำ พงส.ไปที่ร้านทองที่รับซื้อฝากของกลางไว้ พงส.ขอสร้อยคอทองคำของกลางมาประกอบคดีโดยเจ้าของร้านอ้างว่าจะคืนให้ต่อเมื่อนำเงินมาถอนขายฝากเท่านั้น ขอถามข้อกฎหมายดังนี้
1.ในเรื่องของกลาง พงส.จะต้องดำเนินการอย่างไร

ตอบ ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ขายฝาก ก็คือการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ที่กรรมสิทธิตกแก่ผู้ซื้อฝากทันที่ เพียงแต่สัญญาว่าผู้ขายมีสิทธิไถ่คืนได้ตามที่จะตกลงกัน

กรณีนี้ ผู้ซื้อฝากไม่ได้กรรมสิทธิเพราะเป็นของที่ถูกลักมา ผู้ขายฝากไม่มีกรรมสิทธิ ผู้ซื้่อฝากจึงไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ ด้วยหลัก ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน

พงส.ฯมีอำนาจในการยึด สร้อยขอทองคำ นั้นเป็นของกลางคดีอาญาได้ เพื่อเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิด


2.เจ้าของร้านทองที่รับซื้อฝากไว้มีสิทธ์ในของกลางดีกว่าเจ้าของเดิม(ผู้เสียหาย)หรือไม่

ตอบ ผู้รับซื้อฝากไม่ได้กรรมสิทธิ เพราะผู้ขาย เป็นโจรลักทรัพย์เขามาขายฝาก เจ้าของมีสิทธิดีกว่าผู้รับซื้อฝาก

3.ถ้าเจ้าของเดิมต้องการทรัพย์คืนโดยไม่ต้องใช้ราคาให้กับทางร้านได้หรือไม่

ตอบ เจ้าของเดิมไม่ต้องใช้ราคา โดยใช้หลัก ปพพ 1332 มีบุคคลสามจำพวกที่ได้ทรัพย์สินมาแล้วไม่จำต้องคืนเจ้าของเว้นแต่เจ้าของจะใช้ราคาก็ต้องคืนเขาไป ได้แก่ ผู้ซื้อทรัพย์สินในการขายทอดตลาด / ผู้ซื้อมาจากท้องตลาด / ผู้ซื้อจากพ่อค้าที่ขายของนั้น /

3110/2539 การซื้อทรัพย์ในท้องตลาดหมายถึงการซื้อทรัพย์ จากร้านค้าที่ตั้งอยู่ในท้องตลาด หาใช่เป็นการที่ร้านค้าซึ่งตั้งอยู่ในท้องตลาดซื้อทรัพย์จากบุคคลที่นำมาขาย ให้แก่ร้านค้านั้นไม่เพราะการซื้อทรัพย์จากบุคคลที่นำทรัพย์มาขายมิใช่เป็น การซื้อจากสถานที่ซึ่งมีร้านค้าเสนอขายแก่คนทั่วไป หรือมิใช่ซื้อจากที่ชุมนุมแห่งการค้า

ตามปัญหา ผู้ต้องหาเอาสร้อยที่ลักมาขายฝากที่ร้าน มิใช่เป็นการที่เจ้าของร้านไปซื้อสร้อยมาจากตลาดขายทองเช่น ตลาดเยาวราช จึงมิใช่เป็นการซื้อจากท้องตลาด จึงมิใช่ซื้อจากพ่อค้าที่ขายสร้อย จึงมิได้ซื้อจากการขายทอดตลาด

การซื้อฝากของร้าน จึงไม่ได้รับการคุ้มครองตาม ปพพ 1332 เจ้าของร้านที่ซื้อฝากไม่มีสิทธิได้รับการชดใช้ราคาคืนจากเจ้าของสร้อย แต่เจ้าของร้านมีสิทธิไล่เบี้ยเอาคืนจากผู้ต้องหาที่ได้รับเงินไปจากการขายฝาก

4.ขณะรับซื้อฝากไว้ทางร้านทองไม่ได้ตรวจบัตรประจำตัวประชาชนผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาบอกชื่อและที่อยู่ปลอมแต่เจ้าของร้านทองยังคงรับซื้อฝากไว้ จะเป็นการแสดงเจตนาไม่บริสุทธ์ของผู้ซื้อที่รับซื้อไว้ได้หรือไม่ (หากจะดำเนินคดีกับร้านทองข้อหารับของโจรเพราะไม่ค่อยให้ความร่วมมือ)

ตอบ รับของโจรจะผิดต่อเมื่อ รู้ว่าเป็นของโขมยแล้วยังรับซื้อฝากไว้ โดยใช้กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนาหลายประการเช่น รับซื้อราคาถูกกว่าท้องตลาดมากแบบกดราคาผู้ขาย ประกอบกับการปิดบังซ่อนเร้นทรัพย์ที่รับซื้อฝาก ไม่ตรวจสอบตัวตนผู้ขาย ฯลฯ

5.ขณะนี้ผมออกหมายเรียกผู้จัดการร้านทองให้นำพยานวัตถุ(สร้อยคอของกลาง)มามอบให้พนักงานสอบสวนพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ยังไม่ถึงวันนัด ผมดำเนินการถูกต้องหรือไม่

ตอบ อยู่ในอำนาจที่ทำได้

6. ถามบ้างครับ คดีนี้ล่วงเลยมานาน 7 ปีแล้ว ผลเป็นยังไงบ้างล่ะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> รับของโจร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.09 วินาที