Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - รถ จยย.ชนท้าย
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

รถ จยย.ชนท้าย
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ชมรม พงส.
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
นายระเบียบ
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 29/08/2009
ตอบ: 91

ตอบตอบ: 02/10/2010 11:39 am    ชื่อกระทู้: รถ จยย.ชนท้าย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถนนมี 3 ช่องทาง มีขอบทางกว้าง 2.50 เมตร เวลาประมาณ 19.30 น. รถบรรทุกจอดอยู่ขอบทางนอกเส้นทึบสีขาว (เส้นที่แบ่งช่องทางเดินรถกับขอบทาง) เปิดไฟท้ายไว้ รถ จยย.มาชนท้ายบริเวณมุมทางขวามือ คนขับตาย ฝ่ายรถยนต์มีส่วนประมาทหรือไม่ อย่างไร จะนำกฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องการจอดรถในทางกรณีที่เครื่องยนต์ขัดข้องมาใช้บังคับ กับกรณีนี้หรือไม่ และการที่รถยนต์บรรทุกจอดอยู่ในลักษษระนั้น และเปิดไฟหรี่ไว้เพียงเท่านั้นเพียงพอแล้วหรือไม่

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.แปดริ้ว-๒๐๐๘
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 30/07/2010
ตอบ: 1023

ตอบตอบ: 02/10/2010 3:50 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยิ้มเท่ห์ รถบรรทุกมีส่วนประมาทหรือไม่ ...

ของแสดงความเห็น....

- ต้องดูว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีแสงสว่างหรือไม่ ... พอที่จะมองเห็นรถยนต์บรรทุกที่จอดอยู่ได้ในระยะไกลได้หรือไม่

- หากบริเวณนั้นมืดไม่มีแสงสว่าง ... แค่เปิดไฟหรี่ท้ายรถไว้ ... แม้จอดที่ไหล่ทาง ... หากไม่การวางสิ่งของเป็นสัญญาณอย่างอื่นให้รถที่ขับมาในทางรู้ว่าข้างหน้ามีรถจอดอยู่ ... ผมว่า... อย่างนี้ "ฝ่ายรถยนต์บรรทุกก็ประมาท... ด้วยนะ "

แค่ความเห็นของผม (ส่วนตัว)

เจ๋ง เจ๋ง เจ๋ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สากกะเบือ3
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 25/09/2009
ตอบ: 1843

ตอบตอบ: 04/10/2010 1:00 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตรงนั้นเขาเรียกไหล่ทาง ซึ่งปกติเป็นช่องเดินรถของ จยย. เวลาเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนแล้ว ตาม พ.ร.บ.จราจร การจอดรถต้องให้สัญญาณให้ผู้อื่นเห็นได้ในระยะ 150 เมตร ..ก็ต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น บริเวณนั้นมีแสงสว่างอื่นที่สามารถทำให้มองเห็นรถที่จอดอยู่ได้อีกหรือไม่..มีการให้สัญญาณเพิ่มเติมเช่นเอากิ่งไม้มาวาง หรือไม่ ..หากไม่มีแสงสว่าง หรือสัญญาณอื่นอีก แค่เพียงไฟหรี่คงไม่เพียงพอ..แต่เวลาเกิดเหตุ 19.30 น.ก็ต้องดูด้วยว่ามืดจนไม่สามารถมองเห็นหรือไม่ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นิติพล
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 28/07/2018
ตอบ: 2

ตอบตอบ: 28/07/2018 2:45 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ก่อนอื่น ต้องศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
ทางหลวง หมายความว่า ทางหรือถนนซึ่งจัดไว้เพื่อประโยชน์ในการจราจรสาธารณะทางบก ไม่ว่าในระดับพื้นดิน ใต้หรือเหนือพื้นดิน หรือใต้หรือเหนืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นนอกจากทางรถไฟ และให้หมายความรวมถึงที่ดิน พืช พันธุ์ไม้ทุกชนิด สะพาน ท่อหรือรางระบายน้ำ อุโมงค์ ร่องน้ำ กำแพงกันดิน เขื่อน รั้ว หลักสำรวจ หลักเขต หลักระยะ ป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร เครื่องหมายสัญญาณ เครื่องสัญญาณไฟฟ้า เครื่องแสดงสัญญาณ ที่จอดรถ ที่พักคนโดยสาร เรือสำหรับขนส่งข้ามฟาก ท่าเรือสำหรับขึ้นหรือลงรถ และอาคารหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปกรณ์งานทางบรรดาที่ได้จัดไว้ในเขตทางหลวงและเพื่อประโยชน์แก่งานทางนั้นด้วย
ทางจราจร หมายความว่า ส่วนหนึ่งของทางหลวงที่ทำหรือจัดไว้เพื่อการจราจรของยานพาหนะ
ไหล่ทาง หมายความว่า ส่วนหนึ่งของทางหลวงที่อยู่ติดต่อกับทางจราจรทั้งสองข้าง

มาตรา 42 ในกรณียานพาหนะใด ๆ เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์เกิดขัดข้องหรือชำรุดบนทางจราจรจนไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ ให้นำยานพาหนะนั้นเข้าจอดบนไหล่ทาง หรือถ้าไม่มีไหล่ทางให้จอดชิดซ้ายสุด ทั้งนี้ ต้องไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ขัดข้องหรือชำรุด

มาตรา 72 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 40 มาตรา 44 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง มาตรา 59 วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 42 หรือฝ่าฝืนประกาศของผู้อำนวยการทางหลวงตามมาตรา 46 วรรคสอง หรือมาตรา 54 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522

มาตรา 3 (3) "ทางเดินรถ" หมายความว่า พื้นที่ที่ทำไว้สำหรับการเดินรถไม่ว่าในระดับ
พื้นดิน ใต้หรือเหนือพื้นดิน (7) "ขอบทาง" หมายความว่า แนวริมของทางเดินรถ
(Cool "ไหล่ทาง" หมายความว่า พื้นที่ที่ต่อจากขอบทางออกไปทางด้านข้างซึ่งยัง
มิได้จัดทำเป็นทางเท้า

มาตรา 56 ในกรณีที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ของรถขัดข้องจนต้องจอดรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องนำรถให้พ้นทางเดินรถโดยเร็วที่สุด
ในกรณีตามวรรคหนึ่งถ้าจำเป็นต้องจอดรถอยู่ในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องจอดรถในลักษณะที่ไม่กีดขวางการจราจร และต้องแสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณตามลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 57 เว้นแต่จะได้มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้
กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถ

มาตรา 61 ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่ผู้ขับขี่จะมองเห็นรถที่จอดในทางเดินรถได้โดยชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร ผู้ขับขี่ซึ่งจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางต้องเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามประเภท ลักษณะ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก
พ.ศ.2522
ข้อ ๒ ให้กำหนดลักษณะของเครื่องหมายหรือสัญญาณที่ผู้ขับขี่ต้องแสดง

ในกรณีที่จำเป็นต้องจอดรถอยู่ในทางเดินรถเนื่องจากเครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ของรถ

ขัดข้องไว้ ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องหมายทำด้วยแผ่นโลหะรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ยาวไม่ต่ำกว่าด้านละ

๕๐ เซนติเมตร ติดด้วยแถบสะท้อนแสง พื้นสีขาว ขอบสีแดง กว้าง ๕ เซนติเมตร มีรูปสี่เหลี่ยม

ผืนผ้าสีดำ กว้าง ๘ เซนติเมตร ยาว ๒๕ เซนติเมตร หัวท้ายมน อยู่บนพื้นสีขาวในแนวดิ่งพร้อม

ขาตั้ง

(๒) เครื่องหมายทำด้วยแผ่นโลหะรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ยาวไม่ต่ำกว่าด้านละ

๔๕ เซนติเมตร ติดด้วยแถบสะท้อนแสง พื้นสีขาว ขอบสีแดง กว้าง ๔ เซนติเมตร มีรูปสี่เหลี่ยม

ผืนผ้าสีดำ กว้าง ๘ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร หัวท้ายมน อยู่บนพื้นสีขาวในแนวดิ่งพร้อม

ขาตั้ง

(๓) สัญญาณเป็นไฟสัญญาณกระพริบสีเหลืองอำพันหรือสีขาวติดอยู่หน้ารถ

ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา และไฟสัญญาณกระพริบสีแดงหรือสีเหลืองอำพันติดอยู่ท้ายรถทั้งด้าน

ซ้ายและด้านขวา

ข้อ ๓ รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสาร รถลากจูง หรือรถพ่วง ให้ใช้

เครื่องหมายตามข้อ ๒ (๑)

วิเคราะห์ปัญหา และสาเหตุ และแนวทางแก้ไข
“อุบัติเหตุมักเกิดขึ้นกับรถบรรทุก รากเหง้าของปัญหาคือ รถบรรทุกไม่สามารถจอดพักผ่อนตามสถานีเติมน้ำมันเหมือนกับรถยนต์ทั่วไปได้ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่จุดพักรถก็มีน้อย จึงจำเป็นต้องจอดริมทาง(ซึ่งไม่ใช่ความจำเป็นตามกฎหมาย) อีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายการปล่อยให้มีกิจกรรมริมทาง ร้านค้า ร้านอาหารและจุดขายของต่างๆ จำนวนมาก”

การลดปัญหาอุบัติเหตุชนท้าย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวินัยของผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ผู้ค้าริมทาง การกำหนดระเบียบตามเส้นทางถนนอย่างชัดเจน ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง “ถนนบ้านเราไม่ได้กำหนดฟังก์ชั่นและการกำกับที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น ถนนทางหลวงจะต้องไม่อนุญาตให้มีการเชื่อมทางอิสระหรือมีร้านอาหารข้างทาง หากมีจริงก็ต้องกำหนดให้อยู่ในโซนปลอดภัย มีพื้นที่รองรับเลี่ยงออกจากถนนเส้นหลัก คล้ายกับถนนมอเตอร์เวย์ที่ไร้กิจกรรมข้างทาง มีการล้อมรั้ว และมีจุดจอดพักรถทุกๆ 5 กิโลเมตร” ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน แนะนำว่า ประเทศไทยควรกำหนดอย่างชัดเจนว่า การจอดรถในเวลากลางคืนจะกระทำได้ในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ใช่การนอนพัก หรือแวะกินข้าว และต้องมีสัญญาณหรือสัญลักษณ์แจ้งเตือนแก่ผู้อื่นด้วย “ต่างประเทศ หากเป็นรถส่วนบุคคล เมื่อจอดเสียข้างทาง ต้องเปิดกระโปรงท้ายขึ้น ภายในจะมีสัญลักษณ์เป็นรูปสามเหลี่ยมสะท้อนแสงที่สามารถมองเห็นได้จากระยะ 200 เมตร หรือหากเป็นรถบรรทุก จะมีการกำหนดให้ติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงขนาดใหญ่ด้านหลัง น่าสนใจกว่านั้น ยังถูกกำหนดให้ติด Underride Guard หรือแท่งเหล็กท้ายรถบรรทุก เพื่อป้องกันไม่ให้รถเล็กที่วิ่งเข้ามาชน มุดเข้าไปใต้ท้องรถได้ เพื่อลดโอกาสในการเสียชีวิตให้เป็นเพียงการบาดเจ็บ”

อุบัติเหตุจากการชนท้ายนั้นมีคำพิพากษาฎีกามาแล้วมากมาย เป็นเรื่องที่เข้าใจตรงกันว่า คนเรามีหน้าที่ป้องกัน ระมัดระวังไม่ให้เกิดอันตราย ความเสียหายแก่ผู้อื่น กรณีจอดรถไหล่ทาง ผู้จอดในที่มืดต้องให้สัญญาณว่ามีรถจอดอยู่เพื่อป้องกันไม่ให้รถคันอื่นมาชนท้าย พูดง่ายๆ ทุกคนมีหน้าที่ป้องกัน ถ้าไม่ป้องกันเท่ากับ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี

หลักคือ ผู้จอดรถ ต้อง กระทำ เพื่อป้องกันเหตุ ให้มากที่สุด ดังนี้ จึงถือว่าไม่ประมาท
1. ห้ามจอดรถบนทางจราจร หรือทางเดินรถ หรือไหล่ทาง เว้นแต่มีกฎหมาย หรือข้อยกเว้นอื่น กำหนดไว้
2. หากจะจอดต้องมีเหตุจำเป็นเนื่องจากรถเสียเท่านั้น เหตุอื่น มิใช่เหตุจำเป็น
3. เมื่อมีเหตุจำเป็น ต้องให้สัญญาณตามกฎหมายให้ครบถ้วน หรือ มีการจัดการป้องกันประการอื่นใดที่ทำให้ผู้อื่นมองเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร ยิ่งให้แสงสว่าง หรือสัญญาณมากเท่าใดยิ่งดี เช่น ก่อกองไฟไว้ท้ายรถ และมีคนถือไฟฉายโบกให้สัญญาณตลอดเวลา เป็นต้น

เมื่อเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์มาชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อที่จอดอยู่บริเวณไหล่ทาง และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต ผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อ มักจะอ้างว่าให้สัญญาณครบถ้วนและมีแสงสว่างเพียงพอ ที่จะทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มองเห็น และอ้างว่าเป็นความประมาทของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เองที่มองไม่เห็น และหลายคดีที่พนักงานสอบสวน อัยการ หรือศาล เชื่อในคำให้การของผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อ ซึ่งให้การฝ่ายเดียว เนื่องจากผู้ตายไม่มีสิทธิพูด จึงสั่งไม่ฟ้อง หรือยกฟ้องผู้ขับขี่รถบรรทุกสิบล้อ ซึ่งจากสถิติอุบัติเหตุประเทศไทย พบว่า มีเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อที่จอดแวะกินข้าว หรือจอดนอนพักรถ เสียชีวิต จำนวนมาก ถึงเวลาทบทวนกฎหมาย การบังคับใช้ และมาตรการที่เกี่ยวข้อง แล้วหรือไม่


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย นิติพล เมื่อ 28/07/2018 3:08 pm, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นิติพล
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 28/07/2018
ตอบ: 2

ตอบตอบ: 28/07/2018 2:45 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ก่อนอื่น ต้องศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
ทางหลวง หมายความว่า ทางหรือถนนซึ่งจัดไว้เพื่อประโยชน์ในการจราจรสาธารณะทางบก ไม่ว่าในระดับพื้นดิน ใต้หรือเหนือพื้นดิน หรือใต้หรือเหนืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นนอกจากทางรถไฟ และให้หมายความรวมถึงที่ดิน พืช พันธุ์ไม้ทุกชนิด สะพาน ท่อหรือรางระบายน้ำ อุโมงค์ ร่องน้ำ กำแพงกันดิน เขื่อน รั้ว หลักสำรวจ หลักเขต หลักระยะ ป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร เครื่องหมายสัญญาณ เครื่องสัญญาณไฟฟ้า เครื่องแสดงสัญญาณ ที่จอดรถ ที่พักคนโดยสาร เรือสำหรับขนส่งข้ามฟาก ท่าเรือสำหรับขึ้นหรือลงรถ และอาคารหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปกรณ์งานทางบรรดาที่ได้จัดไว้ในเขตทางหลวงและเพื่อประโยชน์แก่งานทางนั้นด้วย
ทางจราจร หมายความว่า ส่วนหนึ่งของทางหลวงที่ทำหรือจัดไว้เพื่อการจราจรของยานพาหนะ
ไหล่ทาง หมายความว่า ส่วนหนึ่งของทางหลวงที่อยู่ติดต่อกับทางจราจรทั้งสองข้าง

มาตรา 42 ในกรณียานพาหนะใด ๆ เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์เกิดขัดข้องหรือชำรุดบนทางจราจรจนไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ ให้นำยานพาหนะนั้นเข้าจอดบนไหล่ทาง หรือถ้าไม่มีไหล่ทางให้จอดชิดซ้ายสุด ทั้งนี้ ต้องไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ขัดข้องหรือชำรุด

มาตรา 72 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 40 มาตรา 44 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง มาตรา 59 วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 42 หรือฝ่าฝืนประกาศของผู้อำนวยการทางหลวงตามมาตรา 46 วรรคสอง หรือมาตรา 54 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522

มาตรา 3 (3) "ทางเดินรถ" หมายความว่า พื้นที่ที่ทำไว้สำหรับการเดินรถไม่ว่าในระดับ
พื้นดิน ใต้หรือเหนือพื้นดิน (7) "ขอบทาง" หมายความว่า แนวริมของทางเดินรถ
(Cool "ไหล่ทาง" หมายความว่า พื้นที่ที่ต่อจากขอบทางออกไปทางด้านข้างซึ่งยัง
มิได้จัดทำเป็นทางเท้า

มาตรา 56 ในกรณีที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ของรถขัดข้องจนต้องจอดรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องนำรถให้พ้นทางเดินรถโดยเร็วที่สุด
ในกรณีตามวรรคหนึ่งถ้าจำเป็นต้องจอดรถอยู่ในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องจอดรถในลักษณะที่ไม่กีดขวางการจราจร และต้องแสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณตามลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 57 เว้นแต่จะได้มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้
กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถ

มาตรา 61 ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่ผู้ขับขี่จะมองเห็นรถที่จอดในทางเดินรถได้โดยชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร ผู้ขับขี่ซึ่งจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางต้องเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามประเภท ลักษณะ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก
พ.ศ.2522
ข้อ ๒ ให้กำหนดลักษณะของเครื่องหมายหรือสัญญาณที่ผู้ขับขี่ต้องแสดง

ในกรณีที่จำเป็นต้องจอดรถอยู่ในทางเดินรถเนื่องจากเครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ของรถ

ขัดข้องไว้ ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องหมายทำด้วยแผ่นโลหะรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ยาวไม่ต่ำกว่าด้านละ

๕๐ เซนติเมตร ติดด้วยแถบสะท้อนแสง พื้นสีขาว ขอบสีแดง กว้าง ๕ เซนติเมตร มีรูปสี่เหลี่ยม

ผืนผ้าสีดำ กว้าง ๘ เซนติเมตร ยาว ๒๕ เซนติเมตร หัวท้ายมน อยู่บนพื้นสีขาวในแนวดิ่งพร้อม

ขาตั้ง

(๒) เครื่องหมายทำด้วยแผ่นโลหะรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ยาวไม่ต่ำกว่าด้านละ

๔๕ เซนติเมตร ติดด้วยแถบสะท้อนแสง พื้นสีขาว ขอบสีแดง กว้าง ๔ เซนติเมตร มีรูปสี่เหลี่ยม

ผืนผ้าสีดำ กว้าง ๘ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร หัวท้ายมน อยู่บนพื้นสีขาวในแนวดิ่งพร้อม

ขาตั้ง

(๓) สัญญาณเป็นไฟสัญญาณกระพริบสีเหลืองอำพันหรือสีขาวติดอยู่หน้ารถ

ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา และไฟสัญญาณกระพริบสีแดงหรือสีเหลืองอำพันติดอยู่ท้ายรถทั้งด้าน

ซ้ายและด้านขวา

ข้อ ๓ รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสาร รถลากจูง หรือรถพ่วง ให้ใช้

เครื่องหมายตามข้อ ๒ (๑)

วิเคราะห์ปัญหา และสาเหตุ และแนวทางแก้ไข
“อุบัติเหตุมักเกิดขึ้นกับรถบรรทุก รากเหง้าของปัญหาคือ รถบรรทุกไม่สามารถจอดพักผ่อนตามสถานีเติมน้ำมันเหมือนกับรถยนต์ทั่วไปได้ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่จุดพักรถก็มีน้อย จึงจำเป็นต้องจอดริมทาง(ซึ่งไม่ใช่ความจำเป็นตามกฎหมาย) อีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายการปล่อยให้มีกิจกรรมริมทาง ร้านค้า ร้านอาหารและจุดขายของต่างๆ จำนวนมาก”

การลดปัญหาอุบัติเหตุชนท้าย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวินัยของผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ผู้ค้าริมทาง การกำหนดระเบียบตามเส้นทางถนนอย่างชัดเจน ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง “ถนนบ้านเราไม่ได้กำหนดฟังก์ชั่นและการกำกับที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น ถนนทางหลวงจะต้องไม่อนุญาตให้มีการเชื่อมทางอิสระหรือมีร้านอาหารข้างทาง หากมีจริงก็ต้องกำหนดให้อยู่ในโซนปลอดภัย มีพื้นที่รองรับเลี่ยงออกจากถนนเส้นหลัก คล้ายกับถนนมอเตอร์เวย์ที่ไร้กิจกรรมข้างทาง มีการล้อมรั้ว และมีจุดจอดพักรถทุกๆ 5 กิโลเมตร” ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน แนะนำว่า ประเทศไทยควรกำหนดอย่างชัดเจนว่า การจอดรถในเวลากลางคืนจะกระทำได้ในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ใช่การนอนพัก หรือแวะกินข้าว และต้องมีสัญญาณหรือสัญลักษณ์แจ้งเตือนแก่ผู้อื่นด้วย “ต่างประเทศ หากเป็นรถส่วนบุคคล เมื่อจอดเสียข้างทาง ต้องเปิดกระโปรงท้ายขึ้น ภายในจะมีสัญลักษณ์เป็นรูปสามเหลี่ยมสะท้อนแสงที่สามารถมองเห็นได้จากระยะ 200 หรือหากเป็นรถบรรทุก จะมีการกำหนดให้ติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงขนาดใหญ่ด้านหลัง น่าสนใจกว่านั้น ยังถูกกำหนดให้ติด Underride Guard หรือแท่งเหล็กท้ายรถบรรทุก เพื่อป้องกันไม่ให้รถเล็กที่วิ่งเข้ามาชน มุดเข้าไปใต้ท้องรถได้ เพื่อลดโอกาสในการเสียชีวิตให้เป็นเพียงการบาดเจ็บ”

อุบัติเหตุจากการชนท้ายนั้นมีคำพิพากษาฎีกามาแล้วมากมาย เป็นเรื่องที่เข้าใจตรงกันว่า คนเรามีหน้าที่ป้องกัน ระมัดระวังไม่ให้เกิดอันตราย ความเสียหายแก่ผู้อื่น กรณีจอดรถไหล่ทาง ผู้จอดในที่มืดต้องให้สัญญาณว่ามีรถจอดอยู่เพื่อป้องกันไม่ให้รถคันอื่นมาชนท้าย พูดง่ายๆ ทุกคนมีหน้าที่ป้องกัน ถ้าไม่ป้องกันเท่ากับ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี

หลักคือ ผู้จอดรถ ต้อง กระทำ เพื่อป้องกันเหตุ ให้มากที่สุด ดังนี้ จึงถือว่าไม่ประมาท
1. ห้ามจอดรถบนทางจราจร หรือทางเดินรถ หรือไหล่ทาง เว้นแต่มีกฎหมาย หรือข้อยกเว้นอื่น กำหนดไว้
2. หากจะจอดต้องมีเหตุจำเป็นเนื่องจากรถเสียเท่านั้น เหตุอื่น มิใช่เหตุจำเป็น
3. เมื่อมีเหตุจำเป็น ต้องให้สัญญาณตามกฎหมายให้ครบถ้วน หรือ มีการจัดการป้องกันประการอื่นใดที่ทำให้ผู้อื่นมองเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร ยิ่งให้แสงสว่าง หรือสัญญาณมากเท่าใดยิ่งดี เช่น ก่อกองไฟไว้ท้ายรถ และมีคนถือไฟฉายโบกให้สัญญาณตลอดเวลา เป็นต้น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ชมรม พงส. ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที