Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ทำสัญญาเช่าซื้อรถ จยย. สอง บริษัทฯ แล้วไม่ส่งค่างวด พารถหนี
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ทำสัญญาเช่าซื้อรถ จยย. สอง บริษัทฯ แล้วไม่ส่งค่างวด พารถหนี
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ชมรม พงส.
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
nattawon
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/05/2009
ตอบ: 1

ตอบตอบ: 10/10/2009 9:11 pm    ชื่อกระทู้: ทำสัญญาเช่าซื้อรถ จยย. สอง บริษัทฯ แล้วไม่ส่งค่างวด พารถหนี ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นาย ก. ทำสัญญาเช่าซื้อรถ จยย . บริษัท A ได้ไม่ถึง ๑ เดือน ไปทำสัญญาเช่าซื้อรถ จยย. ยี่ห้อ เดียวกัน กับ บริษัทฯ B อีก หลังจากนั้นไปนำรถทั้งสองคันหลบหนี ทาง บริษัท A และ B ตามหานาย ก. ไม่ พบ จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ พงส. ท่านผู้รู้ทั้งหลาย คิดว่า จะเป็น ฉ้อโกง หรือเป็นความผิดทางแพ่ง ( นาย ก. ไม่เคยส่งค่างวด )

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สบ๔อีสาน
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2008
ตอบ: 5073

ตอบตอบ: 11/10/2009 4:32 am    ชื่อกระทู้: Re: ทำสัญญาเช่าซื้อรถ จยย. สอง บริษัทฯ แล้วไม่สางค่างวด พาร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดูข้อสอบ เนติฯ สมัย 58 ครับ เจตนายักยอก หรือ ฉ้อโกง ได้อย่างชัดเจน แล้วแต่กรณี มี 2 ธงคำตอบ วานเพื่อนเทพฯ แสกน ข้อสอบนี้ให้น้องๆ ได้ศึกษาหน่อยครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
sb1234
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 30/06/2008
ตอบ: 26

ตอบตอบ: 11/10/2009 8:19 am    ชื่อกระทู้: เช่าซื้อ 2 บริษัทแล้วพาถหนี ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

- แล้วเราจะหาพยานหลักฐานอะไรมาเป็นเครื่องแสดงเจตนาว่าเขา ยักยอก หรือฉ้อโกง พยานหลักฐานในที่นี้ต้องได้ความชัดแจ้งถึงขนาดที่พนักงานสอบสวนรับร้องทุกข์ ตัดเลขคดีอาญานะครับ เพราะโดยส่วนมากแล้ว คดีประเภทนี้ ยิ่งเกี่ยวกับเรื่องเช่าซื้อรถด้วยแล้ว พนักงานสอบสวนส่วนมากมักจะไม่ค่อยรับคดี ( ตีเป็นผิดทางแพ่ง) และหากว่ามีพนักงานสอบสวน โรงพักใดรับเป็นคดี ก็ขอทราบเรื่องโดยย่อนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่า กรณีตามปัญหานั้น ข้อเท็จจริงปรากฎอยู่ทั่วไปครับ อย่างเช่น จังหวัดจันทบุรี อย่างนี้ เป็นต้น บางคน เช่าซื้อเวียนกันเลยนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Mc
ทีมงานผู้ดูแลเว็บ
ทีมงานผู้ดูแลเว็บ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/05/2008
ตอบ: 522

ตอบตอบ: 11/10/2009 9:09 am    ชื่อกระทู้: Re: เช่าซื้อ 2 บริษัทแล้วพาถหนี ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทุกครั้งที่มีคนมาแจ้งความอย่างนี้ก็คือ ยักยอก ครับ เนื่องจากส่งมอบแล้ว และหากขาดส่งแล้ว ไม่สามารถนำทรัพย์สินมาส่งคืน มันก้อเป็นยักยอก อย่างแน่แท้ ท่านเอสบีฯ ครับ พยานหลักฐานก้อคือสัญญาเช่าซื้อไง ส่งมอบแล้ว ถือว่าการซื้อขายสำเร็จ ตาม ปพพ.หากแต่เมื่อขาดค่างวดไม่สามารถนำหรือให้เจ้าหนี้ตรวจสอบได้ว่าทรัพย์สินยังคงอยู่มันก้อเป็นยักฯ อย่างแน้แท้ หรือท่านตกเป็นผู้ต้องหาแล้วมีพยานหลักฐานอื่นมาโต้ หรือแย้งได้ก็เชิญ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จารชน
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 27/05/2009
ตอบ: 606

ตอบตอบ: 11/10/2009 10:37 am    ชื่อกระทู้: Re: เช่าซื้อ 2 บริษัทแล้วพาถหนี ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อสอบเนติฯ นะมันง่ายครับ เพราะมันบอกข้อเท็จจริงของเจตนาไว้ให้รู้กันเลย แต่ในความเป็นจริงมันไม่มีการบอกไว้เช่นนั้นและจะเอาอะไรมาเห็นหลักบ่งชี้ว่ามีเจตนาทุจริตมาตั้งแต่ต้นหรือเจตนาทุจริตภายหลัง วิธีการพิจารณาให้ดูจาก การส่งค่าเช่าซื้อครับ หากมาเช่าซื้อไปแล้ว ไม่มีเคยส่งค่าเช่าซื้อเลย ดังนี้กรรมเป็นเครื่องแสดงเจตนาว่า มีเจตนาทุจริต มาตั้งแต่ต้น สถานที่เกิดเหตุคือบริษัทฯ ที่เช่าซื้อเท่านั้นนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
sb1234
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 30/06/2008
ตอบ: 26

ตอบตอบ: 11/10/2009 10:49 am    ชื่อกระทู้: เช่าซื้อ 2 บริษัทแล้วพาถหนี ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

-อย่างที่ท่านอ้างมาก็ถูกครับ เพียงแต่ การที่พนักงานสอบสวนท่านจะรับเรื่องร้องทุกข์ข้อหายักยอกนั้น หลักฐานเพียงแค่นี้ ท่านคงจะไม่รับหรอกครับ เพราะยังขาดเจตนาทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์นั้นไปฯ หรือท่านลองยกฎีกามาซัก 2 เรื่องซิ เอาเฉพาะที่เกี่ยวกับการเช่าซื้อแล้วผู้ให้เช่าซื้อดำเนินคดี ผู้เช่าซื้อหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ในข้อหายักยอกทรัยพ์นะครับ ผมจะได้ เอาฎีกานี้ ไปให้พนักงานสอบสวนดูว่า ตามที่ท่านว่ามา หรือว่าท่านมีข้อแนะนำที่ดี ได้โปรดช่ายชี้แนะด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8119

ตอบตอบ: 11/10/2009 4:25 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อสอบอาญา เนฯสมัย ๕๘
ดูข้อ ๕.
http://www.thaibar.thaigov.net/answer/aya_1-58.pdf
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
gameman9999
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 22/09/2009
ตอบ: 190

ตอบตอบ: 11/10/2009 11:16 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตามข้อสอบเนฯข้อ 5 ดังกล่าวนั้นผมอ่านแล้ว พิจารณาแล้วในเรื่องที่ธงตอบว่ายักยอก..... เห็นว่าน่าจะเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งในเรื่องของสัญญาเช่าซื้อเพราะข้อเท็จจริงระบุไว้ชัดเจนว่ามีการผ่อนชำระกันหลายเดือนแล้วหลังจากเช่าซื้อกันมา.....หากเป็นยักยอกต้องปรากฎว่าไม่มีการผ่อนชำระกันเลยตามฎีกาที่ 7727/2544 จึงจะเทียบเคียงกันถูกต้องที่สุด.......
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จารชน
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 27/05/2009
ตอบ: 606

ตอบตอบ: 12/10/2009 12:20 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7727/2544
พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์
โจทก์

นาย อุดม คงไทย
จำเลย





ป.อ. มาตรา 352




จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกจากบริษัท อ. โดยชำระเงินในวันทำสัญญาบางส่วน ที่เหลือผ่อนชำระเดือนละงวดรวม 36 งวดมีชาวบ้านที่จำเลยจ้างมาเป็นผู้ค้ำประกัน หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อและรับรถไปแล้วจำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อและไม่ติดต่อกับผู้เสียหายอีกเลย บริษัท อ. จึงบอกเลิกสัญญา แต่จำเลยไม่ส่งมอบรถคืนเมื่อสอบถามจำเลย จำเลยแจ้งว่าขายไปแล้วแต่ไม่ยอมบอกว่าขายให้แก่ผู้ใด ดังนี้ การที่จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อและชำระเงินล่วงหน้าก็เพื่อให้ได้รถยนต์ไปไว้ในครอบครอง มิได้มีเจตนาจะชำระราคาอีก พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นการเบียดบังเอาทรัพย์ของบริษัท อ. ที่อยู่ในครอบครองของจำเลยไปโดยทุจริตเป็นความผิดฐานยักยอก หาใช่เป็นเพียงการกระทำผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้นไม่



________________________________






โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ของบริษัทอีซูซุเสนียนต์นครสวรรค์ จำกัด ผู้เสียหาย แล้วจำเลยเบียดบังเอารถยนต์บรรทุกสิบล้อคันดังกล่าวของผู้เสียหายเป็นของจำเลยหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 2,238,009.25บาทแก่ผู้เสียหาย


จำเลยให้การปฏิเสธ


ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง


โจทก์อุทธรณ์ โดยอัยการพิเศษประจำเขต 6 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง


ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน


โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา


ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขเครื่องยนต์723835 ราคา 2,238,009.25 บาท ของบริษัทอีซูซุเสนียนต์นครสวรรค์จำกัด ผู้เสียหาย โดยทำสัญญาเช่าซื้อ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยยักยอกรถยนต์บรรทุกสิบล้อคันดังกล่าวหรือไม่โจทก์มีนางสาวจินณ์เกษม สาระคุณ กรรมการบริษัทผู้เสียหาย และนางสาวจารุภา มีพร้า เบิกความเป็นพยานประกอบสำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ และสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3รับฟังได้ว่าจำเลยเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกสิบล้อยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขเครื่องยนต์ 723835 ชำระเงินวันทำสัญญา 245,245.45 บาทที่เหลือผ่อนชำระเดือนละงวด งวดละ 55,354.55 บาท รวม 36 งวด หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อและรับรถยนต์บรรทุกสิบล้อไปแล้ว จำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ไม่ติดต่อกับผู้เสียหายอีกเลยผู้เสียหายจึงบอกเลิกสัญญาตามเอกสารหมาย จ.4 และใบตอบรับเอกสารหมาย จ.5 แต่จำเลยไม่ส่งมอบรถยนต์บรรทุกคืนแก่ผู้เสียหายผู้เสียหายนำเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายไปเบิกเงินก็ถูกธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน พยานหลักฐานโจทก์ดังนี้แสดงว่า จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อชำระเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งเพียงเพื่อให้ได้รถยนต์บรรทุกสิบล้อไปไว้ในครอบครองไม่มีเจตนาจะชำระราคาอีก โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยไม่ชำระค่างวดตั้งแต่งวดแรกไม่ขอผัดผ่อน ไม่ติดต่อด้วย เมื่อสัญญาเลิกกันก็ไม่คืนรถยนต์แก่ผู้เสียหาย หากมีข้อขัดข้องควรต้องแจ้งให้ผู้เสียหายทราบ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ซึ่งผิดวิสัยผู้ทำการโดยสุจริต นางสาวจินณ์เกษมและนางสาวจารุภาพยานโจทก์เบิกความตรงกันว่า ติดตามสืบหารถยนต์แล้วไม่พบ สอบถามผู้ใหญ่บ้านได้ความว่าจำเลยขายไปแล้ว ส่วนผู้ค้ำประกันเป็นเพียงชาวบ้านที่จำเลยจ้างให้ทำสัญญาค้ำประกัน เมื่อจำเลยถูกจับคดีกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พยานทั้งสองถามจำเลยเรื่องรถยนต์จำเลยบอกว่าขายไปแล้ว แต่ไม่ยอมบอกว่าขายแก่ใคร และรถยนต์อยู่ที่ใด ปรากฏตามบันทึกคำให้การพยานเอกสารหมาย จ.6 และตามคำเบิกความร้อยตำรวจเอกวิริยะบัณฑิต สถิตย์สุวชาติ พนักงานสอบสวนพยานหลักฐานและพฤติการณ์ดังนี้ชี้ว่าจำเลยซึ่งครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อของผู้เสียหายเบียดบังเอารถยนต์นั้นไว้เป็นของจำเลยหรือผู้อื่นโดยเจตนาทุจริต พยานหลักฐานฝ่ายจำเลยมีแต่จำเลยนำสืบปฏิเสธลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน การที่จำเลยอ้างว่ารถยนต์ถูกนายเหน่งเอาไปรับจ้างแล้วไม่เอามาคืน จึงไม่น่าเชื่อเพราะรถยนต์เป็นของผู้เสียหาย จำเลยเช่าซื้อมา จำเลยย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าต้องรับผิดต่อเจ้าของตามสัญญา แต่ทางนำสืบของจำเลยไม่ปรากฏว่านายเหน่งที่ว่ามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ เป็นคนที่ไหนเกี่ยวข้องใกล้ชิดอย่างไร และเพราะเหตุใดจำเลยจึงส่งมอบรถยนต์ซึ่งมีราคาสูงให้ไปโดยไม่ต้องมีหลักฐาน หากเป็นความจริงตามวิสัยผู้สุจริต จำเลยต้องรีบแจ้งผู้เสียหาย แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานให้ติดตามผู้กระทำผิด และตามรถยนต์คืน แต่จำเลยไม่ได้ทำ ข้ออ้างว่าจำเลยได้แจ้งผู้เสียหายกับแจ้งความร้องทุกข์แล้วแต่เจ้าพนักงานไม่ยอมรับแจ้งนั้นไม่น่าเชื่อ ดังนี้เห็นว่าพยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนัก ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการเบียดบังเอาทรัพย์ของผู้เสียหายที่อยู่ในครอบครองของจำเลยไปโดยทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอก หาใช่เป็นเพียงการกระทำผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้นไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนรถยนต์หรือใช้ราคารถยนต์ 2,238,009.25 บาท แก่ผู้เสียหาย

( สายันต์ สุรสมภพ - พิชิต คำแฝง - สุพัฒน์ บุญยุบล )

***แม้จะมีการผ่อนชำระอยู่บ้าง แต่หากมีเจตนาทุจริตในภายหลัง ก็เป็นยักยอกได้ครับ ส่วนฎีกา 7727/2544 ซึ่งผมได้อ่านแล้วก็ไม่เห็นด้วยว่าเป็นยักยอก เพราะแม้แต่ฎีกาเอง ยังกล่าวว่า "จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อชำระเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งเพียงเพื่อให้ได้รถยนต์บรรทุกสิบล้อไปไว้ในครอบครองไม่มีเจตนาจะชำระราคาอีก" ซึ่งเป็นข้อความตอนหนึ่งในฎีกา เห็นข้อความนี้แล้ว นั่นแสดงว่า มีเจตนาทุจริตมาตั้งแต่ต้น แต่สุดท้ายลงเอยด้วยยักยอก ซึ่งเป็นเจตนาทุจริตในภายหลัง มันแปลกไหมละครับ ที่อธิบายหลักเจตนาทุจริตตั้งแต่ทำสัญญา สุดท้ายมาบอกเป็นยักยอก ด้วยความเคารพในฎีกาผมไม่เห็นด้วยครับกับธงของฎีกา ค่อยๆ ศึกษา วิเคราะห์ แยกแยะ แล้วท่านจะเห็นรายละเอียดที่แตกต่างครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สบ๔อีสาน
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2008
ตอบ: 5073

ตอบตอบ: 12/10/2009 5:01 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แหลมคมยิ่งนัก นายจารชน นี่ น่ากลัวจริงๆ....เห็นพ้องตามความเห็นท่านน้องครับ แต่....
1.ศาลอาจจะเล่นคำ สำบัดสำนวนไปสักหน่อย จึงพาให้พวกเราคิดว่า ทำไมเหมาเอาเจตนาทุจริตแต่แรกเลยหรือ ทั้งๆ ที่เริ่มต้นเป็นแพ่งเนื้อๆ แท้ๆ หากเลิกสัญญาแล้ว ตามทวงได้เอาไปคืนเขา ก็ไม่ผิดอาญาใช่ไหม
2.แสดงว่า เมื่อศาลได้ข้อเท็จจริงตอนหลังอันเป็นยักยอกทางอาญาแล้ว ศาลเลยตีความเหมารวม เตลิดลามไปถึงตอนต้นเลย ซึ่งตามหลัก ตรรกะก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะขัดกับข้อ 1 การยักยอกภายหลังเกิดมีได้ แต่ไม่ใช่ หรือ ไม่อาจเหมารวมให้เจตนาตอนหลังนี้ ลุกลามไปรวมกับการเข้าทำสัญญาทางแพ่งตอนแรก มันผิดธรรมชาติไปหลายกระเบียดนิ้ว
3.การศึกษากลุ่มแนวฎีกาเรื่องยักยอกจากมูลเหตุเช่าซื้อของ ผ่อนชำระเป็นงวดๆ ให้ศึกษาและแยกออกเป็น 3 กลุ่มครับ คือ
3.1 กลุ่มฎีกาที่เป็นแพ่งล้วนๆ เช่น เช่าซื้อสินค้าผ่อนตลอด ต่อมาเบี้ยว มีการติดตามทวงถาม ก็ไม่มีส่งให้ เลิกสัญญาก็ไม่มีให้ บอกว่า คอมพิวเตอร์ให้ลูกไว้ใช้เรียนปริญญาตรี ที่ กทม.อยากได้ให้ไปติดตามเอง อย่างนี้ก็แพ่งเนื้อๆ ล้วนๆ
3.2 กลุ่มฎีกาที่น่าจะเป็นยักยอก แต่ศาลบอกว่าไม่ผิด ยักยอก เช่น ตร.เอาปืนหลวงไปจำนำหลายครั้ง แต่ไถ่จำนำมาตลอด เรียกว่า เอาของหลวงไปขัดตาทัพ เวลาต้องเติมน้ำมันใส่รถหลวงออกตรวจ สืบ จับผู้ร้าย
3.3 กลุ่มฎีกาที่ตัดสินว่าเป็นยักยอกเพียว เช่น ตอนแรกเช่าซื้อ ผ่อนชำระเป็นงวดๆ ต่อมาเบี้ยว (ช่วงนี้เป็นแพ่ง) มีการทวงถาม เลิกสัญญา ขอให้ส่งทรัพย์คืน คืนไม่ได้ บอกเอาไปจำนำ ไปขายต่อ ไปรู้ไปทางไหนแล้ว เอาคืนไม่ได้ (ช่วงนี้เป็นเบียดบัง นับแต่เอาทรัพย์ไปส่งผลให้นำมาคืนไม่ได้แล้ว)
4.ที่สำคัญ ศาลอาจตัดสินแบบคุ้มครองสังคมมากๆ อาจช่วยป้องกันภาวะทางเศรษฐกิจที่ช่วงนั้นไม่ดี เพราะฎีกาปี 44 ก็ใกล้เคียงวิกฤตฟองสบู่แตกปี 40 - 41
....พยายามศึกษา กม.และการใช้ กม.ให้เป็นระบบอย่างนี้จะเชี่ยวชาญช่ำชอง หาตัวจับยากคนนึง ตัดฎีกา 3 กลุ่มนี้ แนบไว้ข้างตัวบท ทำใบประจำต่อปะติดไว้ขอบตัวบทเลย ใครสงสัย งัดให้ดู นี่ไง 3 แนวฎีกา จะเอาแนวไหน ข้อเท็จจริงย่อๆ เป็นยัง (ตัวบทเรา มีแต่ใบประจำต่อ ปะติดเต็มไปหมด ลายตา มีแต่โครงสร้าง แผนภูมิ ประเภท Mind Map ทำมานานแต่สมัยเรียน ป.ตรี แล้ว เคยชินในการเรียนและจดจำ) บางคน จำใส่สมองได้หมดไม่ต้องทำอย่างว่า ก็ระลึกได้ มองเห็นภาพ อธิบายได้เป็นฉาก ดึงออกมาใช้เวลาทำงาน เวลานายถาม หรือ เข้าสอบทุกสนามแล้วตอบได้ในหลักการ ไม่ต้องจำเลขฎีกา ก็ได้คะแนนสูงๆ ถึงเต็มได้เลย
....เรื่อง Mind Map นี่สำคัญมากครับ เพิ่งมาฮิต มีตำราต่างประเทศ พิมพ์ออกมาขายสัก 6 เดือนที่ผ่านมา ราคาแพงเสียด้วย แต่เราไม่เคยรู้ว่า ตปท.เขาคิดเรื่องนี้ เราคิดของเราเองมานานแล้วเกี่ยวกับการเรียนอย่างเป็นระบบ และชอร์ตโน๊ตต่างๆ เพื่อให้จดจำง่าย
....เสฯ เปิดฯ หมิ่นฯ ฉ้อฯ โกงฯ ยักฯ เสียฯ บุกฯ ข่มฯ นาฯ....ก็เป็นตัวอย่างคำย่อที่เราท่องจำกลุ่มคดีความผิดส่วนตัวยอมความได้ มานานแต่ ปี 1 กระมัง ทุกวันนี้ก็ยังจำได้อยู่ ว่า ข้อหาอะไรยอมความได้บ้าง หรือ
....ชำฯ ปลดฯ หักฯ แปลงฯ เกลื่อนฯ เลิกฯ...ก็เป็นตัวอย่าง การจำเรื่องหนี้ระงับด้วยเหตุใดบ้าง ใน กม.แพ่ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จารชน
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 27/05/2009
ตอบ: 606

ตอบตอบ: 12/10/2009 11:44 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณี ๓.๒ โอโหข้อต่อสู้ขั้นเทพเลยครับ ชอบจริงๆ คำว่าขัดตาทัพ แบบนี้ ตร.คงใช้กันบ่อยแน่ๆ ว่าแต่เอาเงินมาเติมน้ำมันหรือเติมน้ำเมาครับ หัวเราะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
gameman9999
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 22/09/2009
ตอบ: 190

ตอบตอบ: 12/10/2009 3:20 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ด้วยความเคารพพี่ๆทุกท่านครับ.......ทุกแนวมีเหตุมีผล..........ในเรื่องการเช่าซื้อรถนั้น เหตุผลของผมก็ยังคิดว่า
1. การเช่าซื้อเมื่อเริ่มทำสัญญากัน มีการจ่ายเงินในคราวแรก งวดต่อไป 2,3,4...ยังไม่จ่ายหรือจ่าย ก็ให้พิจารณาต่อตามข้อ 2 แต่หากไม่จ่ายเลยเพียงตกลงไปทำสัญญาเพื่อให้ได้รถพิจารณาต่อตามข้อ 3
2. เมื่อจ่ายเงินส่วนแรกไปแล้ว หากงวดที่ 2,3,4.....ยังจ่ายต่อไปอยู่พิจารณาตามข้อ 2.1 หากงวดที่ 2,3,4.....ยังไม่จ่ายเลยพิจารณาตามข้อ 2.2
2.1 เช่าซื้อมีการจ่ายงวด 1,2,3,4 .....ต่อมาผุ้เช่าซื้อนำรถไปจำหน่ายจ่ายโอน = ตรงนี้ที่ยังสงสัยว่าเป็นเรื่องยักยอกหรือเรื่องแพ่งเพียงอย่างเดียวนั้น.......ซึ่งผมอ่าน ฏีกาที่ 7727/2544 และเรื่อง( สายันต์ สุรสมภพ - พิชิต คำแฝง - สุพัฒน์ บุญยุบล )ของท่านจารชนแล้ว ก็ยังพบว่าทั้งสองเรื่องมีการจ่ายเงินกันจริงเมื่อทำสัญญาเช่าซื้อรถแล้ว แต่ก็ยังไม่ปรากฎอยู่ดีว่าเมื่อจ่ายเงินครั้งแรกไปแล้วงวด 2,3,4,5...ผู้เช่าซื้อได้จ่ายเงินด้วย ซึ่งทั้งสองเรื่องก็ยังไม่ตรงตามข้อ 2.1 ลองพิจารณาข้อ 2.2 ต่อ.........สำหรับในข้อ 2.1 นี้ผมมีความคิดว่าเป็นเรื่องทางแพ่งก็คือไม่เห็นด้วยกับธงข้อสอบอาญา เนฯสมัย ๕๘ ข้อ ๕. เนื่องจากยังขาดเจตนายักยอกเพราะมีข้อเท็จจริงว่ามีการผ่อนกันหลายงวดแล้ว ซึ่งเจตนาโดยแท้น่าจะเป็นความต้องการที่จะทำสัญญาเช่าซื้อในส่วนทางแพ่งมากกว่า
2.2 เช่าซื้อไม่จ่ายงวด 2,3,4.....ต่อมาผุ้เช่าซื้อนำรถไปจำหน่ายจ่ายโอน อันนี้แสดงถึงเจตนาของผู้ซื้อว่าไม่ได้มีเจตนาฉ้อโกงคือได้จ่ายส่วนแรกไปแล้ว แต่เจตนาครอบครองแล้วเบียดบังเอาไปมีเจตนายักยอกซึ่งตรงตามฏีกาที่ 7727/2544 และเรื่อง( สายันต์ สุรสมภพ - พิชิต คำแฝง - สุพัฒน์ บุญยุบล )ของท่านจารชน
3. เห็นด้วยตามธงข้อสอบอาญา เนฯสมัย ๕๘ ข้อ ๕. เป็นเจตนาฉ้อโกง เพราะผุ้เช่าซื้อสันนิษฐานได้ว่าไม่มีเจตนาเช่าซื้อรถมาแต่ต้น การทำสัญญาเช่าซื้อเป็นเพียงอุบายเพื่อให้ได้รถมา(คือไม่มีเงินที่จะจ่ายเลยแต่ใช้สัญญาเช่าซื้อเพื่อให้ได้รถ)
ซึ่งทั้งหมดนี้ผมเคยมีปัญญากับทางบริษัทขายรถ จยย. ซึ่งทางบริษัทได้มอบอำนาจให้นิติกรของทางบริษัทฯมาแจ้ง รายละเอียดที่ซ้ำซากจำเจคือเช่าซื้อไปผอน 3-4 งวด แล้วผู้เช่าซื้อก็เอาไปจำหน่ายจ่ายโอน ยอมรับว่ามีแบบนี้เยาะมาก ผมก็รับทุกคดีเป็นยักยอก จนวันหนึ่งมีโอกาสได้คุยเปิดใจกับนิติกรของบริษัทฯซึ่งขึ้นศาลประจำ(ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ) ผมก็สวนกลับไปว่าทำไม่ไปดำเนินการทางแพ่งบาง เห็นดำเนินการแจ้งในทางอาญาอย่างเดียว(ในใจเหนื่อยโว้ย) ทางนิติกรก็รับว่าเห็นใจและเข้าใจ พงส.ฯ ภาระเยาะแต่มันเป็นหน้าที่.....จบ และเค้าก็บอกว่าในกรณีของเช่าซื้อ หากมีการผ่อนแล้วบางงวด ชั้นศาลจะพิจารณาเป็นแพ่งทุกกรณี ยกเว้นจ่ายเงินค่าเช่าซื้อได้รถไปแล้วไม่ปรากฎว่างวดต่อไปมีการผ่อนเลยจะเป็นยักยอก.....ผมก็รับฟัง แล้วลองมาพิจารณาดูข้อเท็จริงแต่ละเรื่องมันก็ถูก...หากท้ายปลายสุดเป็นทางแพ่ง ก็จะได้ลดภาระของ พงส.ฯ ลงบาง และลดปริมาณกระดาษที่ต้องพิมพ์................ที่มาที่ไปในส่วนของเหตุผลของผมก็มีเท่านี้ ไม่ได้บอกว่าถูก แต่บอกเหตุผล ซึ่งอาจไม่ตรงกับบางท่าน แต่ผมก็จะลองศึกษาหาข้อเท็จจริงต่อไปคร๊าบบบ........."""มีหลายเรื่องที่ผมขอคำแนะนำในกระทู้...หากบางท่านทราบก็ขอคำแนะนำด้วยคราบ ยอมรับว่าไม่รู้อีกเยาะมากกกกก"""" ...........ขอบคุณค๊าบบบบบบบบ เหงื่อตก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 916

ตอบตอบ: 12/10/2009 4:13 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฉ้อโกง ต้องหลอกลวงด้วยการ ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง หรือ แสดงข้อความอันเป็นเท็จ มีข้อพิจารณาก็คือ อย่างไรเรียกว่าข้อความ ทันโลกดิจิตอลหน่อย ศาลไทยบัดเดี๋ยวนี้เวลาตัดสินเขาต้องได้ความหมายอย่างชัดเจน เถียงไม่ได้ จึงต้องเข้าเน็ต เปิดพจนานุกรมดู

พจนานุกรม เฉลยว่า ข้อความ เป็นคำนามหมายความว่า " เนื้อความตอนหนึ่ง ๆ, ใจความสั้น ๆ ของเรื่อง."

ดังนั้นกรณี ไม่มีเจตนาจะมาเช่าซื้อตั้งแต่ต้น แต่ตั้งใจมาแต่บ้านแล้วว่า จะเอารถเขาไปท่าเดียว จึงทำทีมาเช่าซื้อผ่อนดาวน์งวดแรกแล้วเชิดรถไปเลย(ข้อสอบเนข้อ 5ดังว่ามาในกระทู้นี้) ข้อเท็จจริงแบบนี้ขอเห็นต่างจากฎีกาสักหน่อยเถอะว่า หาใช่เป็นการปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งไม่ เพราะไม่มีข้อความจริง หรือข้อความเท็จที่ปกปิดอยู่เลย ที่มีอยู่คือเจตนาภายในใจของผู้กระทำต่างหากที่มันซ่อนอยู่ เจตนาแบบนี้เข้าลักษณะต้องการเอาทรัพย์เขาไปโดยการแย่งการครอบครองของเขาโดยใช้อุบาย ให้เข้าส่งให้โดยสำคัญผิด เขาถูกหลอกไม่ได้เต็มใจ เท่ากับแย่งการครอบครองของเขา จึงผิดลักทรัพย์

ต่างกับเจตนาเช่าซื้อจริง วางดาวน์ไว้แล้วได้รถมาครองแล้ว เศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีปัญญาผ่อน เลยคิดเบียดบังเอาทรัพย์ของเขาไปขายต่อ ความต้องการเบียดบังมาทีหลัง กรณีนี้จึงเป็นการครอบครองทรัพย์ของเขาแล้วเบียดบังไป จึงผิดยักยอก

คดีทำนองนี้ เช่น เช่าแล้วเชิดเอาไปขายทันที ผมทำเป็นลักทรัพย์ 334 ฟ้องศาลแขวงไป ลงตลอด แต่ไม่มีอุทธรณ์ ฎีกา สอบผู้ต้องหาก็รับว่า ไม่ต้องการมาเช่า แต่อยากได้รถเอาไปขายตามชายแดน

อย่างว่าละนะ ถ้าเข้าสอบจะเอาคะแนนก็ต้องตามฎีกา แต่ปฏิบัติจริงฟ้องลักทรัพย์ไป ศาลพลิกมาลงฉ้อ หรือ ยัก ก็ไม่เสียหาย ในอนาคตฏีกาอาจกลับได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
วิธีคิด
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 10/05/2008
ตอบ: 1561

ตอบตอบ: 12/10/2009 5:15 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เหงื่อตก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.ยอดดอย
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 28/09/2009
ตอบ: 1605

ตอบตอบ: 13/10/2009 1:06 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.............ขอบคุณผู้ตั้งกระทู้ และท่านทั้งหลายที่ตอบกระทู้ ผมได้ปริ๊น กระทู้นี้พร้อมคำตอบไว้อ่านแล้ว........ที่ผ่านมาก็ยังงงๆ เคยไปขอหมายจับคดีเช่าซื้อของแล้วเอาไปขาย นั่งคุยกับผู้พิพากษาท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าถ้าคดีอย่างนี้ ไม่ต้องมาขอหมายจับผมนะ มันเป็นเรื่องทางแพ่ง........แต่คดีบางคดีที่เรารับคำร้องทุกข์ แล้วผู้ต้องหามามอบตัวเราฟ้องศาลไป ท่านก็ลงโทษว่าผิดฐาน"ยักยอกทรัพย์"..เลยไปไม่ถูกทาง.......ขอบคุณทุกท่านครับ..
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
sb1234
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 30/06/2008
ตอบ: 26

ตอบตอบ: 13/10/2009 6:02 am    ชื่อกระทู้: เช่าซื้อ 2 บริษัทแล้วพาถหนี ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

- ขอบคุณท่านพี่ผู้มีความรู้ทั้งหมดนะครับ สรุปแล้ว เรื่องเช่าซื้อ รถ จยย.+ รถยนต์ ก้ยังพอมีทางที่จะดำเนินคดีคดีอาญา ( ยักยอกหรือฉ้อโกงได้นะ) แต่ต้องให้ได้ข้อเท็จจริง ตาฏีกา ที่พวกพี่แนะมานะครับ ถึงพนักงานสอบสวน จะรับเรื่องร้องทุกข์ได้ ซึ่งในทางปฎิบัติแล้วคงทำได้อยากพอสมควรนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ชมรม พงส. ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.10 วินาที