Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ถัดไป  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จับ ค้น ควบคุม
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 29/08/2014 3:13 am    ชื่อกระทู้: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ในกรณีมีการจับกุมตัวผู้ต้องหามาส่ง พงส. เวลา ๑๒.๐๐ น. แต่ พงส.เห็นว่าเป็นการจับกุมโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงได้รับตัวผู้ต้องหาไว้ในการควบคุมตามอำนาจของ พงส. ต่อมาอีกประมาณ ๖ ชม. แล้วกันนะครับ พงส.ได้ทำการสอบสวนบันทึกปากคำผู้ต้องหาหรือผู้กล่าวหรือพยาน ปรากฎว่า พงส.มีความเห็นว่า การจับกุมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย พงส. ควรจะทำอย่างไรต่อไปครับ
อันนี้เพื่อขอคำแนะนำและหลักกฎหมายครับ ซึ่งหากท่านทั้งสองให้คำตอบที่ชัดเจนได้ ผมเชื่อว่า พงส.หลายคนจะนำไปปฏิบัติครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 29/08/2014 5:54 am    ชื่อกระทู้: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การจับไม่ชอบแต่การสอบสวนชอบ อัยการมีอำนาจฟ้องปกติ
กลับไปข้างบน
ขี้เอา
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 29/08/2014 6:11 am    ชื่อกระทู้: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำตอบแรกถูกแต่ควรตอบให้ละเอียดหน่อย เพราะดูแล้วคนถามต้องการหลักปฏิบัติ เป็นผมก็หลังดำเนินการแจ้งสิทธิ์ แจ้งข้อกล่าวหา สอบปากคำ พิมพ์มือ เสร็จสิ้นขั้นตอนแล้วลงประจำวันให้ละเอียดอ้างข้อกฎหมายที่จับไม่ชอบแล้วลงวันเวลานัดหมายให้มาพบก่อนปล่อยตัวไป เมื่อสอบสวนเสร็จก็ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหามาพบ ไม่มาพบออกหมายจับ ส่งสำนวนอัยการตาม 115 ของ คสช. หรือถ้าขยันเพิ่มก็สอบปากคำผู้ต้องหาไว้ในฐานะพยานด้วย แล้วสอบตัว พงส.เป็นผู้กล่าวหา คนจับผู้ต้องหา ลงประจำวัน ส่งสำนวนไปยัง ปปช.หรือ ปปท.แล้วแต่ โดยไม่ต้องรอสืบสวนข้อเท็จจริง หรือตั้งกรรมการก่อน

หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 29/08/2014 7:15 am    ชื่อกระทู้: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฝีมือระดับคนเมืองป่ายังต้องหารือ หรือกังวลเรื่องจับไม่ชอบ พงส.ปล่อยไปเฉยๆไม่ได้เพราะไม่มีอำนาจ ต้องทำตาม ป.วิอาญา ม.90 หรือไม่แน่ใจ ฎ.ที่ 3598/2531 หรือเรื่องอื่นใด คิดมากไปหรือเปล่าครับ
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 29/08/2014 9:12 am    ชื่อกระทู้: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อย่าปล่อยเองโดยเด็ดขาดครับ เมื่อสอบสวนเสร็จให้ท่านยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลพิจารณาปล่อยตัว ดูคำสั่ง ๔๑๙ บทที่ ๒ ข้อ ๔ เรื่อง การควบคุม ข้อ ๔.๕ ครับ
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 29/08/2014 10:34 am    ชื่อกระทู้: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การยื่นคำร้อง ขอให้ศาลปล่อยตัวผู้ถูกคุมขัง ไม่ชอบ
ต้องเป็นกรณี ที่ผู้ควบคุมขัง ไม่ยอมปล่อย บอกแล้ว แจ้งแล้ว
ก็ไม่ยอมปล่อย อ้างต่างๆ นานา จึงต้องให้ยื่นขอปล่อยตาม ม.90
เช่น คนจับ จับมาควบคุมตัวไว้3วัน อ้างอำนาจ ปปส. เช่นนี้ ญาติ หรือ พงส. เห็นว่าไม่ชอบก็อาจยื่นให้ศาลปล่อยได้
แต่ถ้า ผู้ควบคุมขัง ยอมปล่อย ก็ไม่ไปต้องร้องศาล ส่วนถ้าจะมีการฟ้องร้องเรื่องจับ ควบคุมไม่ชอบ ก็ว่ากันไป
หรือ กรณีจับไม่ชอบมา ส่ง พงส. หาก พงส.เห็นว่าไม่ชอบ หลังสอบสวนแล้ว ก็ให้ปล่อยไป โดยไม่มีประกัน สอบสวนไปจนเสร็จ แล้วนัด ส่งตัวอัยการ ไม่ต้องไปยื่นศาลปล่อย เพราะพงส. ปล่อยไปแล้ว เหตุแห่งการยื่นคำร้องไม่มีแล้ว พงส.ได้คุ้มครองสิทธิ ผตห.
โดยชอบธรรมแล้ว ได้ใช้ดุบพินิจเหมาะสมแล้ว กรณีไปปยื่นศาลปล่อยต้องเป็นกรณี ที่ยังไม่มีการปล่อยตัวเท่านั้น

มันพิสดาร ถ้า พงส.ควบคุมเอง รู้ว่าไม่ชอบ แล้วยังดันทุรังควบคุมไว้ ไม่ยอมปล่อย แล้ววิ่งไปขอศาลปล่อย ทั้งๆที่คนควบคุมสามารถปล่อยไปได้ อีกทั้งการปล่อยตัวด้วยความรวดเร้ว เป็นการคุ้มครองสิทธิ ผตห. ไม่ต้องไปศาลให้ยุ่งยาก ส่วนฎีกาที่ยกมาปี33 นั่น มาใช้กับพงส.ไม่ได้ เพราะข้อเท็จจิงเป็นสิบเวร อีกทั้งล่าสมัย ถ้าไปยื่นศาล ศาลก็จะถามว่า ผตห.ควบคุมอยู่หรือไม่ ที่ใด เมื่อไม่มีการควบคุมแล้ว ก็ไม่มีเหตุให้ศาลสั่งปล่อย
ระเบียบ 419 ว่าด้วยการควบคุมมิชอบ ที่ต้องยื่นศาลนั้น หมายถึง คนควบคุมไม่ยอมปล่อย จึงต้องไปยื่นศาล
สรุป ถ้า พงสควบคุมเอง ปล่อยเองได้ ไม่ต้องไปยื่นศาล กรณีที่ต้องยื่นศาล.
ต้องเป็นกรณี ผุ้ควบคุม ไม่ยอมปล่อย เท่านั่น
กลับไปข้างบน
พงส.ละอ่อน
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 08/12/2007
ตอบ: 1026

ตอบตอบ: 29/08/2014 11:10 am    ชื่อกระทู้: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยิ้มเท่ห์ เป็นคำถามที่เกิดขึ้นจริงตามสายงานตำรวจเราเนื่องจากฝ่ายจับกุมเมื่อคดีเกิดก็รีบสืบสวนเมื่อได้ความหรือหลักฐานเพียงเล็กน้อยก็ไปจับผู้ต้องหามาแล้วจึงควบคุมตัวส่ง พงส.เจ้าของคดีๆรับตัวไว้และสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานปรากฏว่าเป็นการจับกุมไม่ชอบด้วยกฎหมายจะปล่อยตัวผู้ต้องหาไปก็ไม่ได้เลยเพราะผู้จับเมื่อมีการจับแล้วก็ปฏิบัติไปตาม วิอ.ม.83,84 พงส.ก็ต้องรับตัวไว้และไม่มีอำนาจพิจารณาว่าการจับชอบหรือไม่ชอบเพราะไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้มีแต่ศาลเยาวชนฯเท่านั้นที่มีการตรวจสอบการจับ พนักงานสอบสวนจึงต้องพิจารณาและปฏิบัติตาม ป.วิอ.ม.134,84/1,86,87
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8171

ตอบตอบ: 29/08/2014 12:55 pm    ชื่อกระทู้: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความเห็นผม หากได้สอบสวนปากคำ ผตห.แล้ว ผตห.น่าจะได้กระทำความผิด ผมก็จะสั่งให้ ผตห.ไปศาล เพื่อให้ศาลออกหมายขัง ตาม ปวอ.ม.134 ว.5

เมื่อจับไม่ชอบ ผมจะถือเสมือนหนึ่งว่าไม่มีการจับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ไฟ
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 02/01/2013
ตอบ: 131

ตอบตอบ: 29/08/2014 3:35 pm    ชื่อกระทู้: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอโทษน๊ะครับผมไม่ใช่คนที่คุณต้องการถาม แต่อยากแสดงความคิดเห็นในฐานะเพื่อนพนักงานสอบสวนด้วยกันครับ และอยากจะรู้ด้วยว่าความคิดเห็นของผม ผิดถูกอย่างไร เพื่อเป็นแนวปฏิบัติให้รุ่นน้อง ๆ ครับ คำถามนี้่่ดีมากครับ พนักงานสอบสวนใหม่ ๆ พลาดกันมาก เพราะไม่กล้าเถียงคนจับครับ
ข้อที่ต้องพิจารณามีดังนี้คือ
1. แล้ว 6 ชั่วโมง ใช้อำนาจอะไรควบคุม
2. ที่ว่าจับไม่ชอบเพราะอะไร ถ้าชัดเจนแล้วทำไมต้องควบคุม มันจะวกกลับไปหาตัวคุณ
3. หากไม่ชัดเจน ศาลยังมีตั้ง สามศาล
4. ให้ท่านรีบนำผู้ต้องหาไปขอฝากขัง เมื่อศาลเห็นข้อเท็จจริงท่านพิจารณาว่่าจับไม่ชอบ ท่านก็ไม่สั่งขังก็เท่านั้น แต่ถ้าคุณปล่อยไปเอง แล้ว 6 ชั่วโมง ของผู้ต้องหา หายไปไหน ถ้าเขานั่งอยู่ทที่โต๊ะทำงานคุณอาจอ้างได้ว่าหาข้อเท็จจริงอยู่ แต่ถ้าเขาอยู่ในห้องขังคุณจะตอบ 6 ชั่วโมง ได้อย่างไร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 29/08/2014 3:43 pm    ชื่อกระทู้: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านไฟ

เล่นได้...เจ็บ จริง ๆ คับ

ไอ้บ้าเอง
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 29/08/2014 7:34 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เทพธันเดอร์นครปฐม บันทึก:
ความเห็นผม หากได้สอบสวนปากคำ ผตห.แล้ว ผตห.น่าจะได้กระทำความผิด ผมก็จะสั่งให้ ผตห.ไปศาล เพื่อให้ศาลออกหมายขัง ตาม ปวอ.ม.134 ว.5

เมื่อจับไม่ชอบ ผมจะถือเสมือนหนึ่งว่าไม่มีการจับ


ถ้าบันทึกการจับกุมระบุพฤติการณ์การจับ มาแบบชัดเจนเลยว่า. จับกุมไม่ชอบ แบบนี้จะปล่อยตัวไปเลยแบบความเห็นท่านพงส์2553 และท่านสบ4อีสาน ก็ทำได้ แต่หากบันทึกจับกุม ไม่ระบุชัดเจน หรือก้ำกึ่ง อีกทั้งผู้ต้องหาไม่โต้แย้ง แต่เมื่อรับตัวผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุมแล้ว และนำตัวมาสอบปากคำผู้ต้องหา ดันมีทนายมาร่วมสอบ ผู้ต้องหาและพนักงานสอบสวนเพิ่งรู้ว่า จับมาไม่ชอบตอนช่วง6 ชม.ตามกระทู้นี่ละครับ จะทำอย่างไรต่อไป.
ท่าน อ.เทพฯ จะทำอย่างไร ? จะได้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ช่วงนี้ศาลก็ปิดทำการไปแล้ว ปล่อยตัวเพราะไม่มีอำนาจควบคุม หรือจะปล่อยตัวชั่วคราวตามตัวบท. หรือจะควบคุมตัวผู้ต้องหาต่อไปจนกว่าจะเปิดทำการ
โปรดชี้แนะด้วยครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จอมโจรจอมใจ
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 29/09/2012
ตอบ: 1367

ตอบตอบ: 29/08/2014 10:20 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.....................
ไฟ
สมาชิกใหม่
เข้าร่วมเมื่อ: 02/01/2013
ตอบ: 49
.....................
ขอโทษน๊ะครับผมไม่ใช่คนที่คุณต้องการถาม แต่อยากแสดงความคิดเห็นในฐานะเพื่อนพนักงานสอบสวนด้วยกันครับ และอยากจะรู้ด้วยว่าความคิดเห็นของผม ผิดถูกอย่างไร เพื่อเป็นแนวปฏิบัติให้รุ่นน้อง ๆ ครับ คำถามนี้่่ดีมากครับ พนักงานสอบสวนใหม่ ๆ พลาดกันมาก เพราะไม่กล้าเถียงคนจับครับ
ข้อที่ต้องพิจารณามีดังนี้คือ
1. แล้ว 6 ชั่วโมง ใช้อำนาจอะไรควบคุม
2. ที่ว่าจับไม่ชอบเพราะอะไร ถ้าชัดเจนแล้วทำไมต้องควบคุม มันจะวกกลับไปหาตัวคุณ
3. หากไม่ชัดเจน ศาลยังมีตั้ง สามศาล
4. ให้ท่านรีบนำผู้ต้องหาไปขอฝากขัง เมื่อศาลเห็นข้อเท็จจริงท่านพิจารณาว่่าจับไม่ชอบ ท่านก็ไม่สั่งขังก็เท่านั้น แต่ถ้าคุณปล่อยไปเอง แล้ว 6 ชั่วโมง ของผู้ต้องหา หายไปไหน ถ้าเขานั่งอยู่ทที่โต๊ะทำงานคุณอาจอ้างได้ว่าหาข้อเท็จจริงอยู่ แต่ถ้าเขาอยู่ในห้องขังคุณจะตอบ 6 ชั่วโมง ได้อย่างไร

*****************************************
คำตอบของคุณไฟ / ถูกต้องที่สุด ......

*****************************************
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู
เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 663

......../......./......
ก็ไม่ทราบว่า คิดตั้งคำถามนี้ ได้อย่างไร/.........................
สบายสบาย สบายสบาย


*****************************************
เมื่อกระบวนการสอบสวน /เริ่มขึ้นแล้ว /คุณ ก็เดินไปตาม ป.วิ อาญา
ก็หมดปัญหา / ไปอ่านตามกระบวนการ ป.วิ อาญา ได้เลยครับว่าต้องทำอย่างไร

*****************************************

1. จับกุม..../ชอบหรือไม่ชอบ/ยังไม่มีการชี้หรือตัดสินชี้ขาด

2. รับตัวควบคุม/......กระบวนการสอบสวนเริ่มขึ้นแล้ว

มาตรา ๘๔ เจาพนักงานหรือราษฎรผูทําการจับตองเอาตัวผูถูกจับไปยังที่ทํา
การของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทันที และเมื่อถึงที่นั้นแลว ใหสงตัวผูถูกจับแก
พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจของที่ทําการของพนักงานสอบสวนดังกลาว เพื่อดําเนินการ
ดังตอไปนี้........๑) ในกรณีที่เจาพนักงานเปนผูจับใหเจาพนักงานผูจับนั้นแจงขอกลาวหา และ
รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแหงการจับใหผูถูกจับทราบ ถามีหมายจับใหแจงใหผูถูกจับทราบและ
อานใหฟงและมอบสําเนาบันทึกการจับแกผูถูกจับนั้น

เมื่อไดดําเนินการตามวรรคหนึ่งแลวใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ ซึ่งมี
ผูนําผูถูกจับมาสงแจงใหผูถูกจับทราบถึงสิทธิตามที่กําหนดไวในมาตรา ๗/๑ รวมทั้งจัดใหผูถูกจับสามารถติดตอกับญาติหรือผูซึ่งผูถูกจับไววางใจเพื่อแจงใหทราบถึงการจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมได้ในโอกาสแรกเมื่อผู้ถูกจับมาถึงที่ำการของพนักงานสอบสวนตามวรรคหนึ่ง หรือถ้ากรณีผู้ถูกจับร้องขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้แจ้ง ก็ให้จัดการตามคำร้องขอนั้นโดยเร็วและให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจบันทึกไว้ ในการนี้มิให้เรียกค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้ถูกจับ ...............

มาตรา ๘๔/๑ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งมีผู้นำผู้ถูกจับมาส่งนั้น จะปล่อยชั่วคราวผู้ถูกจับชั่วคราวหรือควบคุมผู้ถูกจับไว้ก็ได้......
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จอมโจรจอมใจ
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 29/09/2012
ตอบ: 1367

ตอบตอบ: 29/08/2014 10:20 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.....................
ไฟ
สมาชิกใหม่
เข้าร่วมเมื่อ: 02/01/2013
ตอบ: 49
.....................
ขอโทษน๊ะครับผมไม่ใช่คนที่คุณต้องการถาม แต่อยากแสดงความคิดเห็นในฐานะเพื่อนพนักงานสอบสวนด้วยกันครับ และอยากจะรู้ด้วยว่าความคิดเห็นของผม ผิดถูกอย่างไร เพื่อเป็นแนวปฏิบัติให้รุ่นน้อง ๆ ครับ คำถามนี้่่ดีมากครับ พนักงานสอบสวนใหม่ ๆ พลาดกันมาก เพราะไม่กล้าเถียงคนจับครับ
ข้อที่ต้องพิจารณามีดังนี้คือ
1. แล้ว 6 ชั่วโมง ใช้อำนาจอะไรควบคุม
2. ที่ว่าจับไม่ชอบเพราะอะไร ถ้าชัดเจนแล้วทำไมต้องควบคุม มันจะวกกลับไปหาตัวคุณ
3. หากไม่ชัดเจน ศาลยังมีตั้ง สามศาล
4. ให้ท่านรีบนำผู้ต้องหาไปขอฝากขัง เมื่อศาลเห็นข้อเท็จจริงท่านพิจารณาว่่าจับไม่ชอบ ท่านก็ไม่สั่งขังก็เท่านั้น แต่ถ้าคุณปล่อยไปเอง แล้ว 6 ชั่วโมง ของผู้ต้องหา หายไปไหน ถ้าเขานั่งอยู่ทที่โต๊ะทำงานคุณอาจอ้างได้ว่าหาข้อเท็จจริงอยู่ แต่ถ้าเขาอยู่ในห้องขังคุณจะตอบ 6 ชั่วโมง ได้อย่างไร

*****************************************
คำตอบของคุณไฟ / ถูกต้องที่สุด ......

*****************************************
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู
เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 663

......../......./......
ก็ไม่ทราบว่า คิดตั้งคำถามนี้ ได้อย่างไร/.........................
สบายสบาย สบายสบาย


*****************************************
เมื่อกระบวนการสอบสวน /เริ่มขึ้นแล้ว /คุณ ก็เดินไปตาม ป.วิ อาญา
ก็หมดปัญหา / ไปอ่านตามกระบวนการ ป.วิ อาญา ได้เลยครับว่าต้องทำอย่างไร

*****************************************

1. จับกุม..../ชอบหรือไม่ชอบ/ยังไม่มีการชี้หรือตัดสินชี้ขาด

2. รับตัวควบคุม/......กระบวนการสอบสวนเริ่มขึ้นแล้ว

มาตรา ๘๔ เจาพนักงานหรือราษฎรผูทําการจับตองเอาตัวผูถูกจับไปยังที่ทํา
การของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๘๓ โดยทันที และเมื่อถึงที่นั้นแลว ใหสงตัวผูถูกจับแก
พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจของที่ทําการของพนักงานสอบสวนดังกลาว เพื่อดําเนินการ
ดังตอไปนี้........๑) ในกรณีที่เจาพนักงานเปนผูจับใหเจาพนักงานผูจับนั้นแจงขอกลาวหา และ
รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแหงการจับใหผูถูกจับทราบ ถามีหมายจับใหแจงใหผูถูกจับทราบและ
อานใหฟงและมอบสําเนาบันทึกการจับแกผูถูกจับนั้น

เมื่อไดดําเนินการตามวรรคหนึ่งแลวใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ ซึ่งมี
ผูนําผูถูกจับมาสงแจงใหผูถูกจับทราบถึงสิทธิตามที่กําหนดไวในมาตรา ๗/๑ รวมทั้งจัดใหผูถูกจับสามารถติดตอกับญาติหรือผูซึ่งผูถูกจับไววางใจเพื่อแจงใหทราบถึงการจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมได้ในโอกาสแรกเมื่อผู้ถูกจับมาถึงที่ำการของพนักงานสอบสวนตามวรรคหนึ่ง หรือถ้ากรณีผู้ถูกจับร้องขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้แจ้ง ก็ให้จัดการตามคำร้องขอนั้นโดยเร็วและให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจบันทึกไว้ ในการนี้มิให้เรียกค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้ถูกจับ ...............

มาตรา ๘๔/๑ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งมีผู้นำผู้ถูกจับมาส่งนั้น จะปล่อยชั่วคราวผู้ถูกจับชั่วคราวหรือควบคุมผู้ถูกจับไว้ก็ได้......
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จอมโจรจอมใจ
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 29/09/2012
ตอบ: 1367

ตอบตอบ: 30/08/2014 2:34 am    ชื่อกระทู้: Re: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1. ขั้นตอนการจับ-ขั้นตอนการสอบสวน/คนละขั้นตอนกัน

จับชอบ - สอบสวนชอบ / มีการสอบสวน > อัยการมีอำนาจฟ้อง

จับไม่ชอบ - สอบสวนชอบ/ มีการสอบสวน > อัยการมีอำนาจฟ้อง

จับไม่ชอบ - สอบสวนไม่ชอบ/ ไม่มีการสอบสวน > อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง

**************************************************

2. จับชอบ หรือ จับไม่ชอบ / พนักงานสอบสวน /ต้องพิจารณาแต่แรก

/เมื่อรับตัวควบคุมแล้ว กระบวนการต้องเดินต่อไปตาม ป.วิ อาญา ตามกล่าวแล้วข้างต้น คือ ปล่อยชั่วคราว หรือ ควบคุมครบ 48 ชั่วโมง(ผู้ใหญ่) /ฝากขัง - ส่วนเด็ก-เยาวชนฯ /ภายใน 24 ชั่วโมง นำไปตรวจสอบการจับ ฯ

-----/ ตามประเด็นที่ถาม / ว่า มารู้ที่หลังว่าจับไม่ชอบ/ ก็เป็นกระบวนการหรือขั้นตอนของการจับ /....จะฟ้องจะร้องก็/เป็นการฟ้องร้องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ที่จับกุมไม่ชอบ/ให้ไปใช้สิทธิดำเนินการในทางศาลฯกับผู้ที่จับกุมมิชอบ /ส่วนพนักงานสอบสวนก็ดำเนินการ/ไปตาม ป.วิอาญาฯข้างต้น

3. จับไม่ชอบ / พนักงานสอบสวน /พิจารณาพบแต่แรก
ก้็ให้ปฏิบัติไปตาม ป.วิ อาญา มาตรา 134

การจับกุมมิชอบกับการฟ้องคดีอาญา
ตำรวจไม่ได้อ่านข้อความในบันทึกการจับกุมให้จำเลยฟังเป็นการจับกุมโดยชอบหรือไม่? และให้จำเลยลงชื่อโดยไม่แจ้งสิทธิแก่จำเลยทราบชอบด้วยกฎหมายหรือไม่? การจับกุมมิชอบด้วยกฎหมายประการใดหรือไม่ก็ตามเป็นคนละขั้นตอนกับการสอบสวน หากจับกุมไม่ชอบก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวต่อกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ไม่กระทบกระเทือนถึงการฟ้องคดีอาญา การสอบสวนที่มิได้ทำการสอบสวนต่อหน้าทนายความหรือให้โอกาสแก่จำเลยได้พบและปรึกษากับทนายความก่อนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2541

พนักงานอัยการ จังหวัด ราชบุรี โจทก์

แม้การจับกุมจะมิชอบด้วยกฎหมายประการใดหรือไม่ก็ตามก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวต่อกันอีกส่วนหนึ่งต่างหากไม่กระทบกระเทือนถึงการฟ้องคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 จำเลยจะยกขึ้นฎีกาในปัญหาข้อนี้มิได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาตอนหนึ่งว่าการ สอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมิได้ทำต่อหน้าทนายความหรือให้โอกาสแก่จำเลยได้พบและปรึกษากับทนายความก่อนนั้นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไม่มีปัญหาเข้าสู่การวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 เนื่องจากจำเลยไม่เคยยกปัญหานี้ขึ้นโต้แย้งในศาลดังกล่าว ฎีกาของจำเลยจึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 วรรคหนึ่งนอกจากนี้แม้จำเลยจะอ้างว่าประสงค์จะฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแต่ในเมื่อจำเลยต้องอ้างอิงถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว ซึ่งศาลจะวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายได้ก็ต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่ว่านี้เสียก่อนว่าเป็นประการใดเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นฎีกา ฎีกาของจำเลยในลักษณะเช่นนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาเพียงแต่แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า คำขอที่ให้บวกโทษของจำเลยให้ยกเสีย เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกาของจำเลยมาศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้
________________________________

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 2 เม็ด หนัก 0.14 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อขายและจำเลยได้ขายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่ออันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 5, 6, 13 ทวิ, 59, 62, 89, 106 และบวกโทษจำคุกจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1258/2537 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้ตามฟ้องจริง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 จำคุก 6 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน บวกโทษจำคุกจำเลย 4 ปี 6 เดือน บวกโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1258/2537ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุก 4 ปี 12 เดือนคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ

จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า คำขอของโจทก์ที่ให้นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1258/2537ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ให้ยกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของจำเลยตอนแรกอ้างว่า เจ้าพนักงานตำรวจจัดทำบันทึกการจับกุมโดยไม่ได้อ่านข้อความให้จำเลยฟัง และให้จำเลยลงชื่อโดยไม่แจ้งสิทธิแก่จำเลยทราบอันเป็นคนละตอนกับการสอบสวนซึ่งผู้จับกุมจะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 77 ถึงมาตรา 86 เห็นว่า ถึงแม้การจับกุมจะมิชอบด้วยกฎหมายประการใดหรือไม่ก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวต่อกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ไม่กระทบกระเทือนถึงการฟ้องคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 จำเลยจะยกขึ้นฎีกาในปัญหาข้อนี้มิได้ ส่วนฎีกาของจำเลยตอนหนึ่งที่ว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมิได้ทำการสอบสวนต่อหน้าทนายความหรือให้โอกาสแก่จำเลยได้พบและปรึกษากับทนายความก่อนนั้น ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไม่มีปัญหาเข้าสู่การวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 เนื่องจากจำเลยไม่เคยยกปัญหานี้ขึ้นโต้แย้งในศาลดังกล่าว ฎีกาของจำเลยจึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง อีกโสดหนึ่ง นอกจากนี้แม้จำเลยจะอ้างว่าประสงค์จะฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแต่ในเมื่อจำเลยต้องอ้างอิงถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว ซึ่งศาลจะวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายได้ก็ต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่ว่านี้เสียก่อนว่าเป็นประการใด เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นฎีกา ฎีกาของจำเลยในลักษณะเช่นนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาเพียงแต่แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า คำขอที่ให้บวกโทษของจำเลยให้ยกเสีย เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งแม้ศาลชั้นต้นจะสั่ง รับฎีกาของจำเลยมา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษายกฎีกาจำเลย

( ระพิณ บุญสิทธิ์ - สุชาติ ถาวรวงษ์ - สมศักดิ์ วงศ์ยืน )
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จอมโจรจอมใจ
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 29/09/2012
ตอบ: 1367

ตอบตอบ: 30/08/2014 2:54 am    ชื่อกระทู้: Re: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตรวจค้น-จับกุมมิชอบด้วยกฎหมาย


สำนักงานทนายความ

(ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.0859604258

ติดต่อทางอีเมล : leenont0859604258@yahoo.co.th )



ตรวจค้น-จับกุมมิชอบด้วยกฎหมาย ก็ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป

การตรวจค้นและจับกุมจะชอบหรือไม่ก็ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป ตำรวจค้นบ้านและจับโดยไม่มีหมายค้นแม้เป็นการตรวจค้น-จับกุมมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเรื่องที่จะต้องไปฟ้องร้องว่ากล่าวเป็นคดีเรื่องใหม่ไม่เกี่ยวกับขั้นตอนการสอบสวน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1493/2550

การตรวจค้นและการจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก และเป็นคนละขั้นตอนกับการสอบสวน ไม่มีผลกระทบไปถึงการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและอำนาจในการฟ้องคดีของโจทก์ ทั้งหามีผลทำให้การแสวงหาพยานหลักฐานของเจ้าพนักงานตำรวจที่ชอบเป็นไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วยไม่ การวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 58, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง บวกโทษของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 947/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ และนับโทษของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1120/2546 และ 1136/2546 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 8 ปี บวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 947/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ เป็นจำคุก 8 ปี 6 เดือน ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ริบของกลาง (ที่ถูก ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง)

โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน
จำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การตรวจค้นบ้านของจำเลยทั้งสอง เจ้าพนักงานตำรวจกระทำโดยไม่มีหมายค้น และไม่มีเหตุที่จะเข้าค้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 (2) และ (5) เนื่องจากการกระทำความผิดในคดีนี้มิได้กระทำโดยซึ่งหน้า ทั้งมิใช่กรณีที่ผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้านและการจับนั้นมีหมายจับ เห็นว่า การตรวจค้นและการจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก และเป็นคนละขั้นตอนกับการสอบสวนไม่มีผลกระทบไปถึงการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและอำนาจในการฟ้องคดีของโจทก์ ทั้งหามีผลทำให้การแสวงหาพยานหลักฐานของเจ้าพนักงานตำรวจที่ชอบเป็นไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วยไม่ การวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎาไม่รับวินิจฉัย”

พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 1

( ประเสริฐ วิริยสิทธาวัฒน์ - สิทธิชัย รุ่งตระกูล - ธนัท วิรบุตร์ )

หมายเหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1493/2550 วินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายว่า "การตรวจค้นบ้านจำเลยและการจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก และเป็นคนละขั้นตอนกับการสอบสวน ไม่มีผลกระทบไปถึงการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและอำนาจในการฟ้องคดีของโจทก์ทั้งหามีผลทำให้การแสวงหาพยานหลักฐานของเจ้าพนักงานตำรวจที่ชอบเป็นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่" จึงเป็นการยืนยันหลักกฎหมายที่ว่า ความชอบด้วยกฎหมายของขั้นตอนการค้นและการจับกุมไม่มีความสัมพันธ์ในการส่งผลให้การสอบสวนชอบหรือไม่

ส่วนการที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 15 นั้น" หมายความว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 ฎีกาอ้างว่าการตรวจค้นบ้านของจำเลยทั้งสอง เจ้าพนักงานตำรวจกระทำโดยไม่มีหมายค้นและไม่มีเหตุที่จะเข้าค้นได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 93 (2) และ (5) เนื่องจากการกระทำความผิดในคดีนี้มิได้กระทำโดยซึ่งหน้า ทั้งมิใช่กรณีที่ผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้านและการจับนั้นมีหมายจับ ศาลฎีกาจึงบอกว่า ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวว่า การค้นก็ดีการจับก็ดีจะชอบด้วยกฎหมายดังที่จำเลยอ้างหรือไม่เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีผลต่อคดี (กล่าวคือ ไม่ส่งผลให้การสอบสวนชอบหรือไม่ชอบ) ศาลฎีกาจึงเห็นว่าเรื่องที่จำเลยอ้างในฎีกาไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
พรเพชร วิชิตชลชัย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 30/08/2014 7:56 am    ชื่อกระทู้: Re: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านจอมโจรจอมใจ จะไม่ลองตอบกระทู้สักนิดหรือคับ ว่าจับมาไม่ชอบ ท่านจอมเป้นร้อยเวรจะจัดการกับตัวผู้ต้องหายังไง
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 30/08/2014 11:41 am    ชื่อกระทู้: Re: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ต่อไปเจ้าของกระทู้ ถาม ?

ต้องเป็นกรรมการ คู่กรณี ดีไม่ดี

ได้เป็นพยานในเรื่องของคู่ความด้วย คับ

ระหว่างผู้ถูกจับกุม กับผู้จับกุม

แล้วท่าน ฯ จะทำอย่างไร คับ

ผู้จับกุม ฝ่ายจับกุม ใครเป็นหัวหน้าทีม

อีกทั้งพยานร่วมจับกุมด้วย

ส่วนผู้ถูกจับกุม อ้างตนเองเป็นพยาน พร้อมของกลาง

เป็น...พยานวัตถุ ค่อยแก้ไป คับ

ไอ้บ้าเอง
กลับไปข้างบน
ไฟ
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 02/01/2013
ตอบ: 131

ตอบตอบ: 30/08/2014 2:51 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ใช้แนวทาง ตามคำสั่ง 419/56 ข้อ 4.5 ของบทที่ 2 ได้หรือไม่ คือ แจ้งให้ หน.สภ.ทราบ แล้วก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ หน.สภ. ที่จะต้องพิจารณาและวินิจฉัยสั่งการต่อไปปฏิบัติตามแนวทางกฎหมายเบื้องต้นต่อไป
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 30/08/2014 4:01 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านไฟก็ต้องมีความเห็นเสนอด้วยนะว่า จะให้ หน สั่งยังไงสำหรับกรณีที่ดกิดขึ้นนั้นว่าจับมาไม่ชอบ
กลับไปข้างบน
สบ๔อีสาน
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2008
ตอบ: 5073

ตอบตอบ: 30/08/2014 5:26 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอคำแนะนำจากท่าน พงส์๒๕๕๓ และท่าน สบ๔อีสานครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แชร์ประสบการจริงดีกว่า...เมื่อครั้งเข้าเวรสอบสวน มีน้อง พงสฯ รับตัว ผตห.ผิดตัว รู้ด้วยว่าผิดเพราะ อายุ เลขบัตร ปชช.ไม่ใช่ มีเพียงชื่อสกุลคล้องกันเท่านั้น ผตห.ก็ค้านว่าไม่ใช่เขาตามหมายจับ
๑.น้อง พงสฯ นั้น ควบคุมตัวไว้สอบสวนดำเนินคดี อ้างว่าฝ่ายจับๆ แล้ว เรา พงสฯ ต้องคุมตัวไว้
๒.ให้คำแนะนำน้องเขาไปว่า ถ้ารู้แต่แรกว่า ผิดตัว ให้สอบละเอียด คัดค้านไว้ในคำให้การ แล้ว ไม่มีอำนาจควบคุม ต้องให้เขากลับไปจากที่เขาอยู่ก่อนถูกจับ หรือ จะไปไหนก็ไป ให้ค่ารถเขาพร้อม
๓.น้อง ร้อยเวรฯ ไม่เชื่อ คุมตัวไว้ และพิมพ์คำร้องขอให้ศาลปล่อย ตาม รธน.ประกอบ วิ.อาญา ม.๙๐ ก็บอกว่า อย่าทำอย่างนั้นเด็ดขาด ไม่เชื่อ ไปยื่นต่อศาล
๔.ศาลรับคำร้องขอปล่อยตาม วิ.อาญา ม.๙๐ พร้อมทั้ง เรียก ร้อยเวร เข้าไปหารือในห้องส่วนตัว
บอกว่า ถ้าให้ศาลรับและสั่งปล่อยว่าคุมขังไม่ชอบจะเดือดร้อนนะ เอาไง จะปล่อยเองได้ไหม
๕.น้อง ร้อยเวรกลับมาโรงพัก รีบปล่อยตัวทันที ให้ตังค์เขาอีก ๕๐๐ บาท ค่ารถกลับบ้าน
๖.สำนวนก็สอบสวนต่อไป ให้หมายเหตุว่า ยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหาตามหมายจับที่แท้จริง ยังไม่ได้ถอนหมายจับ ขอให้สืบสวน ติดตามจับต่อไป สำนวนก็ยังคงเป็น มีตัว หลบหนี ตามต่อไป
.....พงสฯ พึงระวังว่า การจะใช้ วิ.อาญา ม.๙๐ แม้ พงสฯ จะเป็น ๑ ในผู้เกี่ยวข้อง ร้องขอได้ก็ตาม แต่ต้องไม่ใช่ การกระทำโดยมิชอบของตนเอง และ ชุดจับกุมด้วย เจรจากันแต่แรก ในชั้นรับตัว แจ้งข้อหา ขณะ ลง ปจว.ว่า ผิดตัวแล้ว ทำไรได้บ้าง สอบได้แค่พยาน ไม่ใช่ ผตห.อีกด้วย แจ้งสิทธิ อะไรไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่ ผตห.ยังไง
.....พงสฯ มีอำนาจวินิจฉัยเบื้องต้นว่า ชุดจับๆ คุมขัง ผตห.รายใดมาชอบหรือไม่ สั่งปล่อยได้ ในหน้าที่ของ ร้อยเวรฯ ไม่ต้องเสนอผ่าน ผบช.ตามลำดับชั้น เพราะเป็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เบื้องต้น ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างทันที ทันด่วน ทันใด อย่างฉับพลัน ถ้าพลาดคุมขัง ก็เสี่ยงถูกฟ้อง ม.๑๕๗ หน่วงเหนี่ยวกักขังอีก และถือเป็นการจงใจ หรือ ประมาทเลินเล่อร้ายแรง ถูกฟ้องละเมิดแพ่ง ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ตร.ไม่เกี่ยว ต้องระลึกให้ดี กล้ายืนหยัดกระทำการในสิ่งที่ถูกต้อง อย่าเกรงกลัวฝ่ายสืบ จับ (ชะตาขาดแล้วยังไม่รู้ประสาอีก)
....เป็นเรื่องจิงที่เกิดขึ้นย้อนหลัง สัก ๑๐ กว่าปีที่แล้ว เล่าสู่กันฟังครับ..ร้อยเวร ก็ไม่เชื่อ สบ๔ อีสาน เสียด้วย ก็มะรู้จะทำไง แล้ว จนศาลตอกหน้าหงายออกมา แจ้นกลับโรงพักไม่ทัน ควักอีก ๕๐๐ บาท ให้ค่ารถเขาเสียนี่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จับ ค้น ควบคุม ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 5

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที