Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ขอความกระจ่างเกี่ยวกับคดีลิขสิทธิ์
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ขอความกระจ่างเกี่ยวกับคดีลิขสิทธิ์
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
สบ.๑
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 04/09/2011
ตอบ: 36

ตอบตอบ: 23/11/2011 10:41 am    ชื่อกระทู้: ขอความกระจ่างเกี่ยวกับคดีลิขสิทธิ์ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1. การที่เจ้าของร้านอาหารนำแผ่นเอ็มพี 3 ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ มาเปิดเพลงให้ลูกค้าในร้านฟังโดยไม่ได้คิดค่าบริการใด ๆเพิ่มเติม เป็นความผิดละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ครับ ถ้าผิดผิดตามมาตราใด

2. หากเจ้าของร้านโหลดเพลงลงในคอมแล้วเปิดให้ลูกค้าฟังโดยไม่คิดค่าบริการใด ๆผิดละเมิดหรือไม่ครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 23/11/2011 11:11 am    ชื่อกระทู้: Re: ขอความกระจ่างเกี่ยวกับคดีลิขสิทธิ์ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

น่าที่จะนำคำถามนี้มาจาก ความเห็นแย้งและฎีกา


http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=35D1DBBAD6RU1VVQM2[SI5KN9TSTI4
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 23/11/2011 11:25 am    ชื่อกระทู้: Re: ขอความกระจ่างเกี่ยวกับคดีลิขสิทธิ์ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณี มีเพลงอยู่ใน Computer
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7873/2549
พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์
นายสุนทร บุญประเสริฐ จำเลย
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27, 28, 31(2), 69 วรรคสอง, 70 วรรคสอง

เจตนารมณ์ ของกฎหมายในการร้องทุกข์ก็เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทราบว่ามีการกระทำ ความผิดเกิดขึ้นและประสงค์จะให้มีการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ร. ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และต่อมาได้นำเจ้าพนักงานตำรวจค้นร้านที่เกิดเหตุและจับจำเลยส่งพนักงานสอบ สวน จากนั้น ร. จึงได้ร้องทุกข์อีกครั้ง โดยการร้องทุกข์ครั้งหลังมีข้อความระบุถึงตัวผู้กระทำผิดและลักษณะของความ ผิดชัดเจนถือได้ว่าคดีนี้มีการร้องทุกข์โดยชอบและทำให้การสอบสวนในเวลาต่อมา ชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุของผู้เสียหายโดยนำเอางานซึ่งมีลิขสิทธิ์ตามฟ้องไปบรรจุใน เครื่องอ่านข้อมูล แล้วแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นสัญญาภาพและเสียง แพร่ภาพ เนื้อร้อง และทำนองทางจอมอนิเตอร์ และแพร่เสียงทางลำโพงสำหรับลูกค้า ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27, 28, 29 และ 69 แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทำซ้ำซึ่ง งานดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องการกระทำผิดเกี่ยวกับการแพร่งานดังกล่าวต่อสาธารณชน เพราะงานที่ถูกบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูลนั้นเป็นงานที่ถูกทำซ้ำขึ้นใหม่ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น การเผยแพร่งานที่บรรจุไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต่อสาธารณชนจึงไม่ใช่ ความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (2), 28 (2) และไม่อาจถือได้ว่าโจทก์มีความประสงค์ที่จะขอให้ลงโทษจำเลยในเรื่องการเผย แพร่งานซึ่งได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหากำไรด้วยการเผย แพร่ต่อสาธารณชน อันจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (3) ด้วย เพราะโจทก์ไม่ได้อ้างบทกฎหมายตรานี้ไว้ในคำฟ้องแต่อย่างใด
________________________________

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 29, 69, 75 และ 76 ริบของกลาง และให้จ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง คืนของกลางแก่เจ้าของ
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า คำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7) หมายความถึง การที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 123 วรรคสอง ระบุว่า คำร้องทุกข์นั้นต้องปรากฏชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องทุกข์ ลักษณะแห่งความผิด พฤติการณ์ต่างๆ ที่ความผิดนั้นได้กระทำลง ความเสียหายที่ได้รับ และชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระทำความผิดเท่าที่จะบอกได้ แสดงให้เห็นว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายในการแจ้งความร้องทุกข์นั้น ก็เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทราบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และประสงค์ที่จะให้มีการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า นายรพีพัฒน์เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจครั้งแรกตามรายงานประจำวัน เกี่ยวกับคดี และนายรพีพัฒน์ได้นำเจ้าพนักงานตำรวจไปทำการตรวจค้นร้านที่เกิดเหตุและจับ จำเลยส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไปจากนั้นนายรพีพัฒน์ยังได้ร้อง ทุกข์อีกครั้งตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีโดยการร้องทุกข์ในครั้งหลังนี้ มีข้อความที่ระบุถึงตัวผู้กระทำความผิดและลักษณะแห่งความผิดชัดเจน ถือได้ว่าคดีนี้มีการร้องทุกข์และทำให้การสอบสวนในเวลาต่อมาชอบด้วยกฎหมาย แล้ว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น

......ศาลฎีกาแผนกคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศจะวินิจฉัยต่อไปในปัญหาที่ว่าจำเลย กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทดนตรีกรรมสิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุของผู้เสียหาย โดยนำเอาเพลงขอเลวแค่นี้ รักแท้แพ้ใกล้ชิด ชดใช้ยังไง ข้อดีที่มีเธอ ซึ่งเป็นผลงานเพลงในอัลบัมเพลงชุด “ปาน ทรู สตอรี่ ความรัก/ผู้ชาย/ปลาย่าง” ซึ่งขับร้องโดย ธนพร แวกประยูร นำไปบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูล ซึ่งทำการแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นสัญญาณภาพและเสียง โดยแพร่ภาพ เนื้อร้อง และทำนองทางจอมอนิเตอร์ และแพร่เสียงผ่านทางลำโพง ไว้สำหรับบริการลูกค้า กับขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 29, 69, 75 และ 76

แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทำซ้ำซึ่ง งานดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึกเสียงตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (1), 28 (1) ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่งานดังกล่าวต่อ สาธารณชน เพราะงานที่ถูกบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูลนั้นเป็นงานที่ถูกทำซ้ำขึ้นใหม่หรือ กล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น
หาใช่งานดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึกเสียง ที่แท้จริงของผู้เสียหาย ตามความหมายของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 และ 28 ไม่ การเผยแพร่งานที่บรรจุไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต่อสาธารณชน
จึงไม่ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (2), 28 (2)
และไม่อาจถือได้ว่า โจทก์มีความประสงค์ที่จะขอให้ลงโทษจำเลยในเรื่องของการเผยแพร่งานซึ่งทำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหากำไรด้วยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน อันจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ด้วย เพราะโจทก์ไม่ได้อ้างบทกฎหมายมาตรานี้ไว้ในคำฟ้องแต่อย่างใด พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง

กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของจำเลยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล
พิพากษายืน
( พิชิต คำแฝง - สุวัฒน์ วรรธนะหทัย - ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช )
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสุทิน ปัทมราชวิเชียร
…………………………………………………………………………………………………………………………
หมายเหตุ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7873/2549 นี้
หมายความว่า ศาลแนะนำว่า ต้องฟ้องตามมาตรา 31 เท่านั้น
มาตรา 31 ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้น เพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(1) ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ
(2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(3) แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์
(4) นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
.......................................................................................................
ร้านอาหารเปิดเพลงMP3ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ การละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของผู้อื่น ต้องเป็นกรณีที่ทำละเมิดขึ้น "เพื่อหากำไร" เท่านั้น เจ้าของขายอาหารและเครื่องดื่มเปิดเพลงจาก MP3 ให้ลูกค้าฟังในร้านอาหารโดยไม่ได้หากำไรโดยตรงจากเพลงที่เปิดหรือเรียกเก็บ ค่าตอบแทนจากลูกค้าจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ อื่น แม้จำเลยจะรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10579/2551
โจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์...” ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องเป็นการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดย ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น “เพื่อหากำไร” เท่านั้น แต่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องปรากฏแต่เพียงว่า จำเลยเปิดแผ่นเอ็มพีสามและซีดีเพลงให้ลูกค้าในร้านอาหารได้ร้องและฟังเพลง ของผู้เสียหาย 1 แผ่น “เพื่อประโยชน์ในทางการค้า” ขายอาหารและเครื่องดื่มของจำเลยแต่ไม่ปรากฏในคำฟ้องว่าจำเลยกระทำเพื่อหา กำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ร้องและฟังเพลงโดยเรียกเก็บค่าตอบแทนจาก ลูกค้าในการเปิดเพลงดังกล่าวหรือเรียกเก็บรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่ม แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตาม พ.ร.บ.จั้ดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณา คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 185
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 17, 31, 70, 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่ง เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษายกฟ้อง ของกลางคืนให้แก่เจ้าของ
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์...” ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องเป็นการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดย ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น “เพื่อหากำไร” เท่านั้น แต่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมานั้นปรากฏว่าจำเลยเปิดแผ่นเอ็มพี 3 และซีดีเพลงให้ลูกค้าในร้านอาหารของจำเลยได้ร้องและฟังเพลงของผู้เสียหาย จำนวน 1 เพลง เพียง “เพื่อประโยชน์ในทางการค้า” ขายอาหารและเครื่องดื่มของจำเลย ตามคำบรรยายฟ้องดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ ให้ลูกค้าได้ร้องและฟังเพลง โดยเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลงดังกล่าว หรือเรียกเก็บรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าวซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อ หากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธี พิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์จึง ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น…พิพากษายืน…
-----------------------------------------------------------------------------------------------
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7873/2549 ระบุไว้ว่า
เพราะงานที่ถูกบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูลนั้นเป็นงานที่ถูกทำซ้ำขึ้นใหม่หรือ กล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น

หาใช่งานดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึกเสียง ที่แท้จริงของผู้เสียหาย ตามความหมายของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 และ 28 ไม่

การเผยแพร่งานที่บรรจุไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต่อสาธารณชน จึงไม่ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (2), 28 (2)
ในกรณีนี้(7873/2549) ศาลท่านให้ความเห็นว่า
และไม่อาจถือได้ว่า โจทก์มีความประสงค์ที่จะขอให้ลงโทษจำเลยในเรื่องของการเผยแพร่งานซึ่งทำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหากำไรด้วยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน อันจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ด้วย เพราะโจทก์ไม่ได้อ้างบทกฎหมายมาตรานี้ไว้ในคำฟ้องแต่อย่างใด พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง
-----------------------------------------------------------------------------------------------
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10579/2551 ระบุไว้ว่า
มาตรา 31 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์...” ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องเป็นการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดย ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น “เพื่อหากำไร” เท่านั้น
ตามคำบรรยายฟ้องดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ ให้ลูกค้าได้ร้องและฟังเพลง โดยเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลงดังกล่าว หรือเรียกเก็บรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สบ.๑
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 04/09/2011
ตอบ: 36

ตอบตอบ: 23/11/2011 2:58 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อาจารย์อีสานใต้ครับ ยังมึนงงตามแนวฎีกาว่า

เมื่อแปลว่าการบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูล เป็นการทำซ้ำแล้ว เหตุใดจึงไม่ผิด 27(1) ,28 (1) ,69 วรรคแรก

และข้อที่ว่า การทำซ้ำ หาใช่งานดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึกเสียง ตามความหมายของ ม.27 ,28 (แล้วอย่างไหนถึงจะเป็นการทำซ้ำ หรือเผยแพร่ ที่เข้า 27 , 2Cool

ขอความกระจ่างด้วยครับ

(การจะผิด 27 ,28 ได้ต้องเปิดแผ่นของจริง แล้วเรียกเก็บค่าบริการเหรอครับ ยิ่งอ่านยิ่งง)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ศรีสัชฯ
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/11/2011
ตอบ: 21

ตอบตอบ: 23/11/2011 4:03 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณีตามข้อ ๑. เป็นการกระทำผิดตามฐานละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น โดยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งงานดนตรีกรรม และงานสิ่งบันทึกเสียง ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๒๗ (๒) , ๒๘ (๒) แต่เข้าข้อยกเว้นตาม มาตรา ๓๒ วรรคแรก (มีฏีกาแล้วและอยู่ในคำบรรยายของเนติฯ) และกรณีตามข้อ ๒. เป็นความผิดฐาน ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น โดยการทำซ้ำหรือดัดแปลงซึ่งงานดนตรีกรรม และงานสิ่งบันทึกเสียง ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๒๗(๑) , ๒๘(๑) และมาตรา ๖๙ วรรคแรก (มีอายุความ ๑ ปี )
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
boxxcatt
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/05/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 23/11/2011 4:28 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1. การที่เจ้าของร้านอาหารนำแผ่นเอ็มพี 3 ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ มาเปิดเพลงให้ลูกค้าในร้านฟังโดยไม่ได้คิดค่าบริการใด ๆเพิ่มเติม เป็นความผิดละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ครับ ถ้าผิดผิดตามมาตราใด

ตอบ หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๓๑ ต้องประกอบด้วยกันสองประการ คือ ๑.ความรู้หรือควรรู้ของผู้กระทำว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ๒.ความมุ่งหมายเพื่อหากำไรจากการกระทำนั้น

การเปิด เอ็มพี ๓ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ย่อมเข้าองค์ประกอบที่ ๑ ส่วนความมุ่งหมายเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังโดยไม่คิดค่าบริการใด ๆ เพิ่มเติม นั้น เห็นว่า “เพื่อหากำไร” หมายความว่า กำไร หากได้มาหรือจะได้มา จะต้องเกิดจากการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยตรง เมื่อร้านค้าเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังเพื่อความบันเทิงเท่านั้นไม่ได้คิดค่าบริการจากการฟังเพลงโดยตรง จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา ๓๑(๒)

แต่อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารอาจมีความผิดตามมาตรา ๒๘ (๑) ทำซ้ำ งานอันมีลิขสิทธิ์ ถ้ามีพยานหลักฐานพิสูจน์ถึงการกระทำดังกล่าวว่าใครเป็นผู้ทำซ้ำ (ซึ่งค่อนข้างเป็นไปได้ยากในแง่การพิสูจน์)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
boxxcatt
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/05/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 23/11/2011 4:42 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

2. หากเจ้าของร้านโหลดเพลงลงในคอมแล้วเปิดให้ลูกค้าฟังโดยไม่คิดค่าบริการใด ๆ ผิดละเมิดหรือไม่ครับ

ตอบ โหลดเพลงลงในคอม เป็นการทำซ้ำ ผิดมาตรา ๒๗(๑) และ ๒๘(๑) เมื่อเอางานที่ทำซ้ำมาเปิดให้ลูกค้าฟัง เป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชน แต่เมื่อไม่ได้ทำเพื่อหากำไร จึงไม่มีความผิดตามมาตรา ๓๑(๒) และไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๒๗(๒) และ ๒๘(๒) เพราะไม่ใช่แผ่นที่แท้จจริง


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย boxxcatt เมื่อ 25/11/2011 2:25 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
boxxcatt
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/05/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 23/11/2011 4:57 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณีตามข้อ ๑. เป็นการกระทำผิดตามฐานละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น โดยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งงานดนตรีกรรม และงานสิ่งบันทึกเสียง ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๒๗ (๒) , ๒๘ (๒)

ตอบ ข้อ ๑.เป็น เอ็มพี ๓ ไม่ใช่แผ่นที่แท้จริง จึงไม่เข้า การเผยแพร่ต่อสาธารณชน ตามมาตรา ๒๗(๒) และ ๒๘(๒) แต่เป็นทำซ้ำตามมาตรา ๒๗(๑) และ ๒๘(๑)

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๒๗(๑) , ๒๘(๑) และมาตรา ๖๙ วรรคแรก (มีอายุความ ๑ ปี )

ตอบ ตามมาตรา ๖๓ กำหนดไว้สามปี ไม่ใช่ หนึ่งปี
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
boxxcatt
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/05/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 23/11/2011 5:13 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขออนุญาตตอบ

เมื่อแปลว่าการบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูล เป็นการทำซ้ำแล้ว เหตุใดจึงไม่ผิด 27(1) ,28 (1) ,69 วรรคแรก

เป็นการทำซ้ำแล้ว ผิดมาตรา ๒๗(๑) ๒๘(๑) ๖๙ วรรคแรก แต่ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ๗๘๗๓/๒๕๔๙ โปรดสังเกตุว่า คดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ ภาระการพิสูจน์เป็นเรื่องยากยิ่งที่จะทำให้ศาลเห็นว่า ใครเป็นผู้ทำซ้ำ ต้องยกฟ้องข้อหาตามมาตรา ๒๗(๑) ๒๘(๑) อัยการอุทธรณ์ว่าเป็นความผิดตามมาตรา ๒๗(๒) ๒๘(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน ศาลฎีกาจึงออกมาว่า การเผยแพร่ต่อสาธารณชน ตามมาตรา ๒๗(๒) ๒๘(๒) ต้องเป็นแผ่นที่แท้จริง ไม่ใช่แผ่นที่ทำซ้ำ

และข้อที่ว่า การทำซ้ำ หาใช่งานดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึกเสียง ตามความหมายของ ม.27 ,28 (แล้วอย่างไหนถึงจะเป็นการทำซ้ำ หรือเผยแพร่ ที่เข้า 27 , 2

ตอบ ต้องเป็นแผ่นแท้ ตามมาตรา ๒๗(๒) ๒๘(๒) ถึงจะเรียกว่าเผยแพร่ต่อสาธารณชน

ขอความกระจ่างด้วยครับ

(การจะผิด 27 ,28 ได้ต้องเปิดแผ่นของจริง แล้วเรียกเก็บค่าบริการเหรอครับ ยิ่งอ่านยิ่งง)

ตอบ ถ้าเอาแผ่นแท้มาเปิดให้ลูกค้าฟัง ก็ผิดแล้วครับ ไม่ต้องเก็บค่าบริการ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
boxxcatt
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/05/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 23/11/2011 8:52 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๘๗๓/๒๕๔๙ ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพ ลงโทษตาม มาตรา ๒๗(๑) ๒๘(๑) ได้ ถ้าให้การปฏิเสธ ศาลต้องยกฟ้องไป เพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่า ใครเป็นผู้ทำซ้ำ

และในกรณีนี้ ตามคำบรรยายฟ้อง ก็ไม่เข้าองค์ประกอบตามมาตรา ๓๑(๒) ต้องยกฟ้องไป เพราะไม่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ "เพื่อหากำไร" และไม่ได้ขอให้ลงโทษ ตาม ป.วิอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสี่

ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๕๗๙/๒๕๕๑ นั้น เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคในการบรรยายฟ้อง ถ้าอัยการบรรยายขยายความคำว่า "เพื่อหากำไร" จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ลงโทษได้ เพราะครบองค์ประกอบความผิดในข้อกฎหมายแล้ว ไม่ใช่ศาลตัดสินในข้อเท็จจริงว่า การเปิดเพลงให้ลูกค้า ไม่มีความผิด และยกฟ้องด้วยเหตุผลนั้น เป็นคนละเรื่องกัน

และมักจะนำมาอ้างว่า การเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังไม่มีความผิด ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด ๆ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
ศรีสัชฯ
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/11/2011
ตอบ: 21

ตอบตอบ: 24/11/2011 10:52 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การละเมิดลิขสิทธิ์มี ๒ ประเภท คือ
๑. ละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง (ขั้นต้น) คือตาม ม. ๒๗ - ๓๐
๒. ละเมิดลิขสิทธิ์โดยอ้อม (ขั้นรอง) คือตาม ม.๓๑
การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรงคือการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์นั้นไม่จำเป็นต้องเป็นต้นฉบับเสมอไป ลิขสิทธิ์มีไปตลอดถึงของปลอมด้วย ตัวอย่างเช่นการท่เราเอาหนังสือของเจ้าของลิขสิทธิ์ไปถ่ายเอกสาร
หนังสือท่เราเอาไปถ่ายเอกสารนั้นลิขสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่
แต่กรรมสิทธิ์หนังสือเป็นของเรา เราจะเอาไปถ่ายเอกสารหรือเอาไปขาย
จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่นเดียวกันกับแผ่นซีดีเพลงหรือภาพยนตร์ หากจะให้คุ้มครองเฉพาะแผ่นแท้เท่านั้น คงจะไม่เป็นธรรมกับเจ้าของลิขสิทธิ์ และโทษตาม ม. ๖๙ วรรคแรก และ ๗๐ วรรคสอง เป็นโทษท่ลงโทษผู้กระทำความผิดธรรมดา ส่วนความผิดตาม ม.๖๙ วรรคสอง และ ๗๐ วรรคสอง เป็นโทษท่ลงโทษผู้กระทำความผิดท่กระทำเพื่อการค้า
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จ๊อด
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 15/07/2010
ตอบ: 299

ตอบตอบ: 24/11/2011 4:36 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยิ้มเท่ห์ อ่านแล้ว....งง.. ยิ้มเท่ห์ .หน้าเห็นใจ ศักศรีของมนุษ์มันไม่เท่าเทียมกัน ร้องไห้ ฆ่คนตายยังรอลงอาญา ยิ้มเท่ห์ ฉายใหบริการวัสดุเทปโทรทัศน์ไม่ได้รับอณุญาตปรับสองแสนบาท หัวเราะ ขอให้เจริญๆ นะโยม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
boxxcatt
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/05/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 24/11/2011 8:09 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตัวอย่างเช่นการท่เราเอาหนังสือของเจ้าของลิขสิทธิ์ไปถ่ายเอกสาร
หนังสือท่เราเอาไปถ่ายเอกสารนั้นลิขสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่
แต่กรรมสิทธิ์หนังสือเป็นของเรา เราจะเอาไปถ่ายเอกสารหรือเอาไปขาย
จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์

ตอบ อธิบายให้เข้าใจอย่างนี้ว่า เมื่อซื้อหนังสือมา ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์ในหนังสือเล่มนั้น ด้วยอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อย่อมจำหน่ายจ่ายโอนหนังสือเล่มนั้นต่อไปได้ เจ้าของลิขสิทธิ์จะหวงห้ามมิให้ผู้ซื้อจำหน่ายต่อไม่ได้ เพราะสิทธิแต่ผู้เดียวในการจำหน่ายมีอยู่เฉพาะการจำหน่ายครั้งแรกและตนได้รับประโยชน์ไปแล้ว ตามหลักการระงับสิ้นไปซิ่งสิทธิ

แต่เจ้าของกรรมสิทธิ์ จะถูกห้ามโดยกฎหมายลิขสิทธิ์ คือ ห้ามทำซ้ำหรือดัดแปลงหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน

ทำซ้ำ เช่น ทำสำเนาหรือถ่ายเอกสาร
ดัดแปลง เช่น เอาไปทำเป็นบทละคร
เผยแพร่ต่อสาธารณชน คือ ทำให้เนื้องานปรากฎโดยตรง เช่น อ่านหนังสือออกอากาศทางวิทยุ

การจำหน่ายหนังสือต่อ ไม่ใช่การเผยแพร่ต่อสาธารณชน เพราะไม่ใช่ การทำให้เนื้องานปรากฎต่อสาธารณโดยตรง แต่เป็นการจำหน่ายกรรมสิทธิ์ (รูปเล่ม) ไม่ใช่เนื้อหา

ดังนั้นที่กล่าวว่า เมื่อซื้อหนังสือมาแล้ว ถ้าจะขายต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ จึงคลาดเคลื่อนไปจากหลักกฎหมายลิขสิทธิ์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
boxxcatt
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/05/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 24/11/2011 8:21 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เช่นเดียวกันกับแผ่นซีดีเพลงหรือภาพยนตร์ เมื่อซื้อมาแล้ว(แผ่นแท้) จะจำหน่ายต่อก็ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะไม่ใช่การจำหน่ายในเนื้อหาโดยตรง ผู้ซื้อต้องเอาไปใช้กับเครื่องถ่ายทอดออกมา จึงไม่ใช่ การเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามกฎหมายลิจสิทธิ์ (อย่างเช่น เปิดท้ายขายของ เอาแผ่นแท้มาจำหน่าย) แต่ที่ผิด(แผ่นแท้) vcd dvd ไม่รวมถึงแผ่นเพลง คือไม่ได้ขออนุญาตตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.๒๕๕๑

ถ้าเป็นแผ่นก๊อป ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ ในเรื่องทำซ้ำ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
boxxcatt
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/05/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 26/11/2011 4:07 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8220/2553
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 29, 30, 31, 69, 70, 75, 76 ริบโทรทัศน์สี เครื่องเล่นซีดี ดีวีดี และให้แผ่นซีดีเพลงจำนวน 19 แผ่น ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ของกลางตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ของกลางคืนให้แก่เจ้าของ
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เห็นว่า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน...” ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องเป็นการเผยแพร่งานนั้นต่อสาธารณชน “เพื่อหากำไร” ซึ่งหมายความว่า กำไรนั้นหากจำเลยได้มาหรือจะได้มาจะต้องเกิดจากการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องได้ความว่า จำเลยประกอบกิจการค้าขายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม จำเลยเปิดแผ่นวีซีดีเพลง “กำลังใจที่เธอไม่รู้” อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นหรือดัดแปลงขึ้นให้ลูกค้าในร้านอาหารของจำเลยฟัง ไม่ปรากฏว่าจำเลยเปิดเพลงเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ฟังเพลง โดยการเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลง หรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าวซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน

( ไมตรี ศรีอรุณ - อร่าม เสนามนตรี - สมควร วิเชียรวรรณ )

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายวราคมน์ เลี้ยงพันธุ์

โปรดสังเกตุ คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๗ และ ๒๘ ด้วยจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ศาลไม่ลงโทษตามมาตรา ๒๗ และ ๒๘ นั้นเป็นเพราะคำบรรยายฟ้องโจทก์ระบุไว้ชัดเจนว่า เปิดแผ่นวีซีดีเพลงซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นหรือดัดแปลงขึ้น (แผ่นก็อปปี้) ไม่ใช่แผ่นที่แท้จริง จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
boxxcatt
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/05/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 26/11/2011 4:24 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1829/2553

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสองโดยการนำแผ่นวิดีโอซีดีคาราโอเกะที่บันทึกเสียงเพลงและภาพงานเพลงอันเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสองมาทำซ้ำ ถ่ายโอนข้อมูลบันทึกลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในร้านเอสเอ็นอินเทอร์เน็ตของจำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายทั้งสอง แล้วนำออกขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อขายแก่บุคคลทั่วไป อันเป็นการทำซ้ำดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายทั้งสอง การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 (1) และ 28 (1) ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 (2) และ 28 (2) ด้วยนั้นไม่ถูกต้อง เพราะความผิดดังกล่าวต้องเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานอันมีสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสองโดยตรง จึงไม่อาจปรับบทลงโทษจำเลยในบทมาตราดังกล่าวด้วยได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง”
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 (1) และ 28 (1) ประกอบมาตรา 69 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง


( ไมตรี ศรีอรุณ - อร่าม เสนามนตรี - สมควร วิเชียรวรรณ )

คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ เป็นการยืนยันว่า ความผิดฐานเผยแพร่ต่อสาธารณชน ตามมาตรา ๒๗(๒) และ ๒๘(๒) นั้น จะต้องเอาแผ่นที่แท้จริงมาเปิด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
Chana468
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 02/08/2019
ตอบ: 2

ตอบตอบ: 03/08/2019 10:00 am    ชื่อกระทู้: ขอความกระจ่างเกี่ยวกับคดีลิขสิทธิ์ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นี่ผมไม่เคยรู้เลยครับ

918kiss
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที