Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ตกลงมีบัตร ปปส. เข้าค้นต้องขอหมายหรือไม่
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ตกลงมีบัตร ปปส. เข้าค้นต้องขอหมายหรือไม่
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
jetj
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 15/08/2009
ตอบ: 196

ตอบตอบ: 21/01/2011 8:11 am    ชื่อกระทู้: ตกลงมีบัตร ปปส. เข้าค้นต้องขอหมายหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ได้รับแต่งตั้งเป็น จนท.และมีบัตร ปปส. ถูกต้อง ตกลงเวลาเข้าค้นต้องขอหมายศาลหรือไม่
เพราะเคยเข้ามาอ่านว่า ถึงอย่างไรก็ต้องขอหมายค้นจากศาล


ดูนี่
---------------------------

ปปส. มีอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ ดังนี้
มาตรา ๑๔ วรรค ๑
(๑) เข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่เพื่อตรวจค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยตามควรว่ามีบุคคลที่มีเหตุ อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซ่อนอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำความผิด หรือได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระทำความเกี่ยวกับยาเสพติด หรือซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ บุคคลนั้นจะหลบหนีไป หรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม

(๒) ค้นบุคคล หรือยานพาหนะใดๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(๓) จับกุมบุคคลใด ๆ ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

(๔) ยึดหรืออายัดยาเสพติดที่มีไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือทรัพย์สินอื่นใดที่ได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้

(๕) ค้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

(๖) สวบสวนผู้ต้องหาในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

(๗) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใด ๆ หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งบัญชีเอกสาร หรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ตามมาตรา ๑๔ แห่ง พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ ให้ถือว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งได้รับมอบหมายให้มีอำนาจตามมาตรา ๑๔ (๓) คือ อำนาจในการจับกุมบุคคลใดๆที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญาได้ทั่วราชอาณาจักร และให้มีอำนาจควบคุมผู้ถูกจับ ตามมาตรา ๑๔ (๓) ไว้เพื่อทำการสอบสวนได้เป็นเวลาไม่เกินสามวัน เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าวหรือก่อนนั้นตามที่จะเห็นสมควร ให้ส่งตัวผู้ถูกจับไปยังพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้โดยมิให้ถือว่าการควบคุมผู้ถูกจับดังกล่าวเป็นการควบคุมของเจ้า พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

นอกจากอำนาจหน้าที่ ตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๑) - (๗) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ ที่กล่าวในข้างต้นแล้ว เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ยังมีอำนาจหน้าที่อื่น ๆ ในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กล่าวคือ
๑. ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด เสพยาเสพติดในเคหสถาน สถานที่ใด ๆ หรือยานพาหนะ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.มีอำนาจตรวจ หรือทดสอบ หรือสั่งให้รับการตรวจ หรือทดสอบว่าบุคคล หรือกลุ่มบุคคลนั้นมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่
๒. การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.สามารถขอให้บุคคลใดช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยให้ถือว่าบุคคลนั้นมีอำนาจช่วยการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ได้
๓. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.มีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร กรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า เอกสาร หรือข้อมูลข่าวสารอื่นใด ซึ่งส่งทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการสื่อสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยี สารสนเทศ ถูกใช้ หรืออาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้
๔. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.มีอำนาจในการจัดทำรายงานเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการกระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเกิดขึ้นในสถานประกอบ การ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพ ติด พิจารณาว่าควรมีคำสั่งปิดชั่วคราว หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการของสถานประกอบการนั้นหรือไม่

เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตำแหน่งใดและระดับใดจะมีอำนาจตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการ ป.ป.ส. กำหนดด้วยความเห็นชอบของ ป.ป.ส. โดยทำเอกสารระบุมอบหมายให้ไว้ประจำตัวเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ผู้นั้น ทั้งนี้อำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๑) ถึง (๗) มีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ ดังนี้
๑. ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่รองผู้บังคับการขึ้นไป ให้มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๑) - (๗) ส่วนข้าราชการตำรวจอื่น ให้มีอำนาจตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๑) - (๖)
๒. ข้าราชการทหาร ให้มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๑) - (๖)
๓. ข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งมีหน้าที่ในการสืบสวนและปราบปรามยาเสพติดให้มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๑) - (๖) เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเห็นว่าจำเป็นและเลขาธิการ ป.ป.ส.เห็นว่ามีเหตุอันเหมาะสม ก็ให้มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๗) ด้วยก็ได้
๔. ข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
๔.๑ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๑) - (๗)
๔.๒ ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอและหัวหน้ากิ่งมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๑) - (๖)
๕. ข้าราชการในสังกัดส่วนราชการอื่น ๆ เช่น กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต ให้มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา (๑) - (๖)
๖. กรณีตามข้อ ๑ หรือ ข้อ ๕ เมื่อผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรและแสดงเหตุผลอาจขอให้มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๗) ด้วยก็ได้ ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการ ป.ป.ส. เมื่อเห็นว่าบุคคลผู้นั้นมีความเหมาะสมและจำเป็นจะต้องใช้อำนาจตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๗

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
007
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 21/07/2009
ตอบ: 164

ตอบตอบ: 21/01/2011 11:30 am    ชื่อกระทู้: Re: ตกลงมีบัตร ปปส. เข้าค้นต้องขอหมายหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดูรัฐธรรมนูญฯ ซึ่งเป็นแม่บทของกฎหมายทั้งปวง

กรณีกฎหมายลูกออกมาขัดกับแม่บท(รัฐธรรมนูญ) นั้นย่อม ไม่สามารถใช้บังคับได้

กรณีนี้ กฎหมายของ ปปส.ที่ให้เข้าค้น โดยใช้บัตร ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ โดยชัดแจ้ง ไม่สามารถค้นได้
ให้จำไว้ว่า ตอนขึ้นศาล เป็นพยาน แล้วคุณสามารถตอบทนายความได้หรือไม่ ว่า เหตุใด คุณจึงไม่ขอหมายค้นจากศาลก่อน หากคุณอ้างว่า ผมมีบัตร ปปส. คุณตกม้าตายแน่
กรณีดังกล่าวนี้
หากมีพฤติการณ์ ประกอบ ตาม.ปวิ.อาญาฯ คือมีเหตุจำเป็นเร่งด่าน จนไม่สามารถร้องขอหมายค้นต่อศาลได้ทัน ตามเหตุซึ่งได้ระบุไว้ในปวิ.ฯ ก็อาจเข้าค้นได้โดยไม่ต้องมีหมาย ฯ ครับ.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สบ๔อีสาน
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2008
ตอบ: 5073

ตอบตอบ: 21/01/2011 11:59 am    ชื่อกระทู้: Re: ตกลงมีบัตร ปปส. เข้าค้นต้องขอหมายหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรื่องนี้ต้องดูฎีกา สภ.ห้างฉัตร ลำปาง ครับ เหตุเกิดนานหลายปีแล้ว เป็นฎีกาครู ที่หมู่มวลนัก กม.ยึดถือเป็นมาตรฐาน...ถูกฟ้องทั้ง ตร.และ ปปส.ที่แสดงบัตร ตาม ม.๑๔....เข้าค้นโดยไม่มีหมายละเมิด รธน.และ วิ.อาญา ศาลยังกรุณา วินิจฉัยว่า เข้าค้นได้ไม่ต้องมีหมายเพราะมีพฤติการณ์ตาม ป.วิ.อาญา ที่ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมาย แต่ไม่ได้กล่าวถึง ศักดิ์สิทธิ์ของบัตร ปปส.ก็เท่ากับว่า ศาลไม่ให้ความสำคัญของบัตรตาม ม.๑๔ กลายๆ แล้วก็ไม่ได้ล่ะครับ ต้องขอหมายค้นอยู่ดี เผอิญคดีนี้ ของกลางซุกซ่อนอยู่หากเนิ่นช้าไว้จะถูกซุกซ่อนเอาหนีสูญหาย จึงโชคดีไปทั้ง ตร.และ ปปส....อจ.เทพฯ อจ.อีสานใต้ คงจะสงเคราะห์แนบฎีกานี้ให้ดูได้ อยู่ใน ตำราเนติฯ ก็มี ถือเป็นฎีกาครูฎีกาหนึ่งเลย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เคียงเลตะวันออก
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 31/08/2010
ตอบ: 1998

ตอบตอบ: 21/01/2011 12:40 pm    ชื่อกระทู้: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

...ขอเห็นแย้งท่าน...007...ซักนิดที่ว่า "กฎหมายของ ปปส.ที่ให้เข้าค้นโดยใช้บัตร ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ โดยชัดแจ้ง ไม่สามารถค้นได้" ดังนี้ครับ

...ถ้าเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเป็นผู้ค้น สามารถตรวจค้นได้โดยไม่มีหมายศาลได้อยู่แล้ว ถ้าเข้าข้อยกเว้น ตาม ป.วิ.อาญา ม.๙๒
...กรณีค้นยาเสพติด พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจค้นยาเสพติด แม้ไม่มีบัตร ป.ป.ส. ก็สามารถค้นได้ ตาม ป.วิอาญา ม.๙๒(๔)

...ป.วิ.อาญา ม.๙๒(๔) เมื่อมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดหรือได้ใช้หรือมีไว้เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรืออาจเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดได้ซ่อนหรืออยู่ในนั้น ประกอบทั้งต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายหรือทำลายเสียก่อน

...แม้มี บัตร ป.ป.ส. จะสามารถค้นได้โดยไม่มีหมายค้นก็จริง แต่ต้องประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ บุคคลนั้นจะหลบหนีไป หรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม ซึ่งก็เป็นเงื่อนไข ตาม ป.วิอาญา ม.๙๒(๔) นั่นเอง แต่เนื่องจาก ป.วิอาญา ม.๙๒ นั้นให้อำนาจเฉพาะพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเท่านั้นที่มีอำนาจค้น ดังนั้น พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ มาตรา ๑๔ วรรค ๑ (๑) จึงได้บัญญัติให้่ จพง.ป.ป.ส. ซึ่งมิใช่พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ นั้นมีอำนาจตรวจค้นได้โดยไม่มีหมายได้ดังกล่าว เช่นเดียวกับ ป.วิ.อาญา ม.๙๒(๔)

...ซึ่ง "เหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้า..." ซึ่งจะทำให้มีอำนาจค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายนั้น ต้องดูเป็นพฤติการณ์เป็นกรณีๆไป เช่น จับกุมตัว ผตห. ได้พร้อมยาเสพติดรับว่าที่ที่บ้านพักยังมียาเสพติดอีกจำนวนมาก เช่นนี้ถือว่าเป็นเหตุค้นโดยไม่มีหมายค้นได้ ตาม ป.วิ.อาญา ม.๙๒(๔) แม้ไม่มีบัตร ป.ป.ส. แต่ถ้าเพียงแค่สืบทราบว่า ผตห. มีพฤติการณ์ในการจำหน่ายยาเสพติด เช่นนี้ แม้มีบัตร ป.ป.ส. ก็ไม่สามารถเข้าค้นโดยไม่มีหมายค้นได้ อย่าคิดว่ามีบัตร ป.ป.ส. แล้ว จะสามารถค้นยาเสพติดโดยไม่มีหมายได้ทุกกรณี เดี่ยวตกม้าตาย นะจะบอกให้
สบายสบาย สบายสบาย สบายสบาย สบายสบาย
...เป็นเพียงอีกหนึ่งความคิดเห็น นะครับ อาจผิดพลาดได้ หากผิดพลาดด้วยประการใด ก็ขออภัย และขอน้อมรับ...ด้วยใจครับผม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เคียงเลตะวันออก เมื่อ 21/01/2011 2:31 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นบ.
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/10/2010
ตอบ: 25

ตอบตอบ: 21/01/2011 2:03 pm    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พรบ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519(แก้ไข 2545) ไม่มีมาตราใหนขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญแลย ขอให้อ่านรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องการค้นให้ดีและให้หมดทั้งประโยคโดยเฉพาะประโยคท้ายสุด ก็จะเห็นชัดว่าไม่ขัดเลยสักนิดเดียว เพราะการค้นไม่จำต้องขอหมายจากศาลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถค้นตามกฏหมายอื่นๆก็ได้ เพราะกฎหมายรัฐธรรมฯเปิดช่องไว้ให้ ออก พรบ.อื่นๆมาเพิ่มเติมได้ อย่างเช่น พรบ.ป.ป.ส.ฯ นั่นเอง และที่สำคัญเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ทั่วประเทศใช้อำนาจบัตรเข้าค้นนับพันคดีแล้ว ก็ไม่เคยมีใครถูกศาลตัดสินว่าทำผิดหรือค้นโดยไม่ชอบเลย ศาลยอมรับกันทั้งประเทศ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นบ.
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/10/2010
ตอบ: 25

ตอบตอบ: 21/01/2011 2:23 pm    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ประเด็นนี้ เถียงกันมาก จึงขอให้ความกระจ่างแก่ท่านทั้งหลายว่า การจะแต่ความว่ากฏหมายหรือข้อบังคับใดขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญแต่เพียงผู้เดียว ศาลอาญาทั้งหลายก็ยังไม่มีสิทธิ์วินิจฉัยเลย ฉนั้นแล้วท่าน พงส.จึงไม่มีสิทธิ์จะวินิจฉัยอย่างแน่นอนถึงจะพยายามวินิจฉัยอย่างไรก็ไม่บังเกิดผลอันใดเลย ว่า พรบ.ป.ป.ส. จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะท่านไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ และสรุปประเด็นเรื่องนี้เมื่อหลายปีก่อน ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าการค้นโดยใช้บัตร ปปส.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด (มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมานานหลายปีแล้ว)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เคียงเลตะวันออก
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 31/08/2010
ตอบ: 1998

ตอบตอบ: 21/01/2011 2:30 pm    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ซึ้ง ซึ้ง ซึ้ง ซึ้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
crow
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2010
ตอบ: 307

ตอบตอบ: 21/01/2011 8:52 pm    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณีคดีที่จังหวัดลำปาง ถ้าจำไม่ผิด เป็นคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ นะครับ ไม่ใช่คำพิพากษาฎีกา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.กล้วยไข่
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 30/07/2009
ตอบ: 129

ตอบตอบ: 22/01/2011 1:32 am    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3877/2547
แจ้งแก้ไขข้อมูล

คดี นี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อ จำหน่าย จำคุก 8 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 13 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้ให้ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 8 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 12 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุก 8 ปี แม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้ไขทั้งบทลงโทษและโทษจำคุกที่ลงแก่จำเลย แต่เป็นการแก้ไขบทลงโทษบทเดิมตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาในข้อ 2.2 กับข้อ 2.8 ว่า หากจ่าสิบตำรวจ ส. เห็นเหตุการณ์ขณะที่สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 20 เม็ด จากจำเลยจริง เหตุใดจึงไม่แสดงตัวและเข้าจับกุมเอง เป็นการผิดวิสัยของเจ้าหน้าที่ทั่วไป จึงไม่ควรแก่การเชื่อถือ และข้อ 2.5 ว่า พยานโจทก์เบิกความธนบัตรจริงจำนวน 2,000 บาท ที่ใช้ล่อซื้อได้คืนให้แก่เจ้าของไปแล้วจะเป็นจริงตามคำเบิกความนี้หรือไม่ ไม่มีผู้ใดทราบ การรับฟังพยานบุคคลควรรับฟังด้วยความระมัดระวัง แต่กฎหมายระบุให้ศาลรับฟังเฉพาะต้นฉบับเท่านั้น จึงยังมีเหตุที่น่าระแวงสงสัยนั้น เป็นฎีกาที่โต้เถียงดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 20 เม็ด ให้แก่สายลับโดยจำเลยไปนำมาจากในบ้าน ซึ่งร้อยตำรวจเอก ช. กับพวกซุ่มดูพฤติการณ์ดังกล่าวอยู่ จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในบ้านอันเป็นเคหสถาน เมื่อร้อยตำรวจเอก ช. ได้แสดงตัวโดยแสดงบัตรเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดฯ แก่จำเลยแล้ว ร้อยตำรวจเอก ช. จึงมีอำนาจเข้าไปในบ้านจำเลยเพื่อตรวจค้น รวมทั้งมีอำนาจจับกุมจำเลยได้ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดฯ มาตรา 14 โดยไม่ต้องมีหมายค้นและหมายจับของศาล

เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมและสอบสวนต่างก็ปฏิบัติไปตามหน้าที่ของตน ไม่มีเหตุผลใดที่กลั่นแกล้งจำเลยอันเป็นการเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ดังนี้ เชื่อว่าจำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนไปโดยไม่ได้ถูกขู่ดังจำเลย ฎีกา ข้ออ้างของจำเลยเป็นคำกล่าวอ้างลอย ๆ ทั้งเป็นการง่ายที่จะกล่าวอ้าง จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง การจับกุมและสอบสวนจำเลยชอบแล้ว

เมทแอมเฟตามีนจำนวน 400 เม็ด บรรจุถุงพลาสติกพันด้วยเทปถูกซุกซ่อนในเพดานห้องนอนจำเลย อันเป็นที่มิดชิดยากแก่การค้นพบ ยากแก่การที่บุคคลอื่นจะนำมาซุกซ่อนไว้โดยจำเลยไม่รู้เห็น หากบุตรจำเลยไม่ชี้บอก ร้อยตำรวจเอก ช. อาจตรวจหาไม่พบเพราะเพดานห้องนอนจำเลยสูง การเก็บและตรวจพบทำได้ยาก เมื่อฟังประกอบกับพฤติการณ์ที่จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุมเกี่ยวกับเมทแอมเฟ ตามีนจำนวน 20 เม็ด ในทันทีแล้ว กรณีจึงฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยเป็นเจ้าของเมทแอมเฟตามีนจำนวน 400 เม็ดจริง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.กล้วยไข่
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 30/07/2009
ตอบ: 129

ตอบตอบ: 22/01/2011 1:35 am    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กระผมมีความเห็นว่า ถ้าเข้ากรณี มี " เหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอา หมายค้นมาได้ บุคคลนั้นจะหลบหนีไป หรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม " ก็สามารถเข้าค้นได้ โดยไม่ต้องพิจารณาตาม ป.วิ.อ. อีก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.ยอดดอย
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 28/09/2009
ตอบ: 1605

ตอบตอบ: 22/01/2011 8:06 am    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.....กรณีของ สภ.ห้างฉัตร จว.ลำปาง คดีนั้นน่าจะถือว่าโชคดีมากกว่าเคยอ่านฎีกา ผกก.สมัยนั้นชื่อ พ.ต.อ.ประยุทธ วะนะสุข ตอนนี้เป็นผู้การไปแล้ว ที่ว่าโชคดีคือไปค้นต่อแล้วพบยาเสพติดฯ ศาลเลยมองว่าเป็นกรณีเข้าตาม วิ.อาญา แต่ถ้าไปค้นต่อแล้วไม่พบยาเสพติดฯ ไม่รู้ศาลจะวินิจฉัยอย่างไร...

.....ของผมสดๆร้อนๆเมื่อไม่นาน ชุดสืบสวนฯไปจับผู้ต้องหาตามหมายจับ พบผู้ต้องหาอยู่ที่บ้านพักของตนเอง เห็นเขาอ้างทั้ง ป.วิ ม.๙๒(๔) และอ้างบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ด้วย ในการตรวจค้นพบฝิ่นในบ้านพักของผู้ต้องหาอีกส่วนหนึ่ง คิดว่าน่าจะปลอดภัยมากกว่า สองชั้นย่อมกันได้ดีกว่าชั้นเดียว...


..... อมยิ้ม .....
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
crow
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2010
ตอบ: 307

ตอบตอบ: 22/01/2011 8:19 am    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณีบัตร ปปส.
ศาลจังหวัดลำปาง คดีแดงหมายเลขที่ คพ.๑/๒๕๔๑ วินิจฉัยว่า " รธน. มาตรา ๒๓๘ ยกเลิกการมอบอำนาจให้แก่เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในการออกหมายค้นและการเข้าค้นโดยไม่มีหมายเท่านั้น แต่ไม่ได้ยกเลิกเรื่องเร่งด่วนอันเป็นข้อยกเว้นของหมายค้น"
ต่อเมื่อมาถึงศาลฎีกา ก็คลอดออกมาเป็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7387/2543
พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอห้างฉัตร ผู้ร้อง

ผู้ต้องหา ผู้ร้อง

นาง นคร สัญญะเขื่อน ผู้ร้อง





รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2475 มาตรา 6, 238

ป.วิ.อ. มาตรา 92



ข้อยกเว้นการค้นในที่รโหฐานโดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือหมายค้น ของศาลว่า "ทั้งนี้ตามกฎหมายบัญญัติ" ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ มาตรา 238 นั้น มิใช่จะต้องมีการออกกฎหมายบัญญัติขึ้นใช้ในภายหลังจากกฎหมายรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับแล้ว เท่านั้นเนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ มาตรา 6 บัญญัติว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมายกฎ หรือข้อบังคับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับ มิได้ จึงเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวรับรองให้กฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ที่มีอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ถ้าโดยเนื้อหาไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ นี้แล้วก็ยังมีผลใช้บังคับได้ต่อไป ดังนั้น บทบัญญัติเรื่องการค้นในที่รโหฐานในกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนย่อมใช้บังคับต่อไปได้

ก่อนการค้นบ้านผู้ต้องหาครั้งนี้ เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุม ท. พร้อมเมทแอมเฟตามีนจำนวน 95 เม็ดในเวลา 16 นาฬิกาเศษ การค้นในที่รโหฐานตามปกติจะต้องกระทำในเวลากลางวันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 96 ขณะนั้นเป็นเวลาเย็นใกล้จะมืดแล้ว ประกอบกับยาเสพติดเป็นสิ่งของที่ขนย้ายหลบหนีได้ง่ายโดยเฉพาะในเวลากลางคืน นอกจากนี้สถานีตำรวจอำเภอห้างฉัตรมิได้อยู่ ใกล้กับศาลชั้นต้น การไปขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายค้นย่อมทำให้เนิ่นช้า กว่าจะเอาหมายค้นมาได้เมทแอมเฟตามีนอาจจะถูกโยกย้ายเสียก่อนแล้ว ดังนั้น จึงเข้าข้อยกเว้นให้ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้นของศาลตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(4)



________________________________




คดีสืบเนื่องจากผู้ต้องหาถูกผู้ร้องจับกุมดำเนินคดีในความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และถูกขังระหว่างสอบสวนตามหมายขังระหว่างสอบสวนของศาลชั้นต้น ผู้ต้องหายื่นคำร้องว่าเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2541 เวลา 17 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหาโดยไม่มีคำสั่งหรือหมายของศาลเป็นการกระทำที่ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 มาตรา 238 ขอให้มีคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหา


ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ต้องหา


ผู้ต้องหาอุทธรณ์


ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน


ผู้ต้องหาฎีกา


ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้ต้องหาว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 238ที่บัญญัติยกเว้นการค้นในที่รโหฐานโดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลว่า"ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ" นั้น หมายความว่าจะต้องมีการออกกฎหมายบัญญัติยกเว้นการค้นโดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลขึ้นมาบังคับใช้ภายหลังจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540มีผลใช้บังคับแล้วหรือไม่ เห็นว่า มาตรา 6 แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญดังกล่าวบัญญัติว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมายกฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวนี้เองรับรองให้กฎหมาย กฎหรือข้อบังคับที่มีอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ถ้าโดยเนื้อหาไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้แล้วก็ยังคงมีผลใช้บังคับได้ต่อไป มิใช่จะต้องมีการออกกฎหมายบัญญัติขึ้นใช้ในภายหลังจากกฎหมายรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้วเท่านั้น ดังนั้น บทบัญญัติเรื่องการค้นในที่รโหฐานกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนย่อมยังใช้บังคับต่อไปได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ผู้ต้องหาอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาผู้ต้องหาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น


มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้ต้องหาข้อต่อไปว่า การค้นบ้านผู้ต้องหาเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าพันตำรวจเอกประยุทธ วะนะสุข ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอห้างฉัตรกับพวกค้นบ้านผู้ต้องหาโดยไม่มีหมายค้นของศาลก็ตาม แต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 238 ได้บัญญัติยกเว้นให้ค้นในที่รโหฐานโดยไม่ต้องมีหมายค้นของศาลได้ตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งกฎหมายที่บัญญัติยกเว้นให้ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้นของศาล ได้แก่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 ในการค้นบ้านผู้ต้องหาครั้งนี้ ปรากฏว่าก่อนจะค้นบ้านผู้ต้องหาเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ได้จับกุมนายทศพลอุ่นปัน ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนจำนวน 95 เม็ด นายทศพลให้การว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากผู้ต้องหา ขณะจับกุมนายทศพลเป็นเวลา16 นาฬิกาเศษ พันตำรวจเอกประยุทธอ้างว่าไม่สามารถเดินทางไปขอหมายค้นจากศาลชั้นต้นได้ทัน เพราะหากชักช้าจะทำให้มีการเคลื่อนย้ายของกลาง เห็นว่า การค้นในที่รโหฐานตามปกติจะต้องกระทำในเวลากลางวันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 96 ในขณะนั้นเป็นเวลาเย็นใกล้จะมืดแล้ว ประกอบกับยาเสพติดเป็นสิ่งของที่ขนย้ายหลบหนีได้ง่ายโดยเฉพาะในเวลากลางคืน นอกจากนั้นพันตำรวจเอกประยุทธประจำอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอห้างฉัตรมิได้อยู่ใกล้กับศาลชั้นต้น การไปขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายค้นย่อมจะทำให้เนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ เมทแอมเฟตามีนของกลางอาจจะถูกโยกย้ายเสียก่อนแล้ว ดังนั้นกรณีจึงเข้าข้อยกเว้นให้ค้นได้ โดยไม่ต้องมีหมายค้นของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(4)ที่บัญญัติว่าเมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าสิ่งของที่ได้มาโดยการกระทำผิดได้ซ่อนหรืออยู่ในนั้นประกอบทั้งต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายเสียก่อนดังนั้น การค้นบ้านผู้ต้องหาจึงชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวแล้ว และเมื่อฟังว่าการค้นบ้านผู้ต้องหาชอบแล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้ต้องหาข้ออื่นอีก ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ต้องหาฟังไม่ขึ้น"


พิพากษายืน





( พูนศักดิ์ จงกลนี - วิชา มหาคุณ - ปัญญา สุทธิบดี )
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เคียงเลตะวันออก
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 31/08/2010
ตอบ: 1998

ตอบตอบ: 22/01/2011 9:43 am    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

...ข้อความสำคัญอยู่ที่ "เมื่อมีเหตุสงสัยตามสมควรว่า...............และเหตุอันควรเชื่อว่า หากเนิ่นช้า............."
อมยิ้ม อมยิ้ม อมยิ้ม อมยิ้ม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เพิ่งเคยเข้า
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 04/11/2010
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 22/01/2011 7:25 pm    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นด้วยกับคุณ เคียงเลตะวันครับ เมื่อดู พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ ดังนี้
มาตรา ๑๔ วรรค ๑
(๑) เข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่เพื่อตรวจค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยตามควรว่ามีบุคคลที่มีเหตุ อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซ่อนอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำความผิด หรือได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระทำความเกี่ยวกับยาเสพติด หรือซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ บุคคลนั้นจะหลบหนีไป หรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม
- จึงเห็นได้ว่า ปปส.ต้องมีบัตร ปปส. + มีเหตุอันควรสงสัยอตามด้วยครับ ถ้าเข้าค้นแล้วไม่พบอะไรลย = ไม่มีเหตุอันควรสงสัย แบบนี้ศาลเรียกว่าฟุ้งซ่าน ครับ ถือว่าเป็นการค้นโดยไม่ชอบแม้จะมีบัตร ปปส.ก็ตาม เพราะไม่ครบองค์ประกอบที่จะค้นได้โดยไม่มีหมายค้นครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
jetj
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 15/08/2009
ตอบ: 196

ตอบตอบ: 23/01/2011 7:20 am    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

- จึงเห็นได้ว่า ปปส.ต้องมีบัตร ปปส. + มีเหตุอันควรสงสัยอตามด้วยครับ ถ้าเข้าค้นแล้วไม่พบอะไรลย = ไม่มีเหตุอันควรสงสัย แบบนี้ศาลเรียกว่าฟุ้งซ่าน ครับ ถือว่าเป็นการค้นโดยไม่ชอบแม้จะมีบัตร ปปส.ก็ตาม เพราะไม่ครบองค์ประกอบที่จะค้นได้โดยไม่มีหมายค้นครับ
********************************

ตรงนี้มีความเห็นต่างหน่อยหนึ่งนะครับ

ถ้าเข้าค้นแล้วไม่พบอะไรลยก็ไม่น่าจะนำผลแห่งการไม่พบอะไรเลยมาเป็นเหตุลงโทษเจ้าหน้าที่หรืออ้างว่าฟุ้งซ่านนะครับ มีหลายครั้งที่เข้าไปตรวจแล้วไม่พบเพราะผู้ต้องหามีประสบการณ์/ไหวพริบ และทราบจากการข่าวต่อมาหลังจากนั้นว่าพอตำรวจเข้าไป ผู้ค้ายาบ้าก็โยนลงส้วมลาดน้ำ

การมีเหตุสงสัยอันควรไม่น่าจะหมายความว่า ถ้าเข้าไปค้นแล้วต้องพบนะครับ ตรงนี้น่าจะดูที่ Input ว่าเข้าองค์ประกอบตามหลักกฎหมายแล้ว ส่วน
Output คือการพบหรือไม่พบยาบ้า ไม่น่าจะมีน้ำหนักจนถึงขนาดตีความว่า
จนท.ฟุ้งซ่าน ศาลใด/ใครตีความแบบนี้ก็ไม่เข้าท่านะ

เพราะตามความเป็นจริง มีหลายรายที่ขนาดมีหมายค้นแล้วเข้าไปค้นก็ยังไม่พบ ถ้าเข้าไปค้นแล้วไม่พบจะตีความว่าฟุ้งสร้าน ก็ควรจะรวมถึงการเข้าไปค้นโดยมีหมายแล้วไม่พบด้วยแล้วต้องลงโทษเสมอกัน จะเอาอย่างนี้หรือ ถ้าเอาอย่างนี้ต่อไปรัฐคงไม่มีใครทำงานตรงนี้ให้ดอกนะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
crow
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2010
ตอบ: 307

ตอบตอบ: 23/01/2011 8:15 am    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ซึ่งจากข้อเท็จจริงของคดี ในฎีกาที่ ๗๓๘๗/๒๕๔๓ เมื่ออ่านดูแล้วจะเห็นว่าเป็นการจับกุมนายทศพลฯ ผู้ต้องหาในคดีแรก แล้วขยายผลไปค้นบ้านนางนครฯ ซึ่งมีการเชื่อโยงของเหตุแห่งการค้นโดยไม่มีหมายศาล ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่า มีเหตุยกเว้นในเรื่องการค้นได้ เพราะมีข้อเท็จจริงที่เชื่อโยงกัน ซึ่งทำให้เจ้าพนักงานเชื่อโดยสุจริตว่ายังมียาบ้าอีกส่วนหนึ่งซ่อนอยู่ในบ้านของ นางนครฯ และหากเป็นประชาชนคนทั่วๆ ไป ก็ย่อมเชื่อเช่นนั้น ดังนี้แล้วถือว่ามีเหตุเข้าข้อยกเว้นแล้วครับ
กล่าวง่ายๆ จะต้องพิสูจน์ให้ได้ทั้งสองอย่างว่า
๑.เจ้าพนักงานเชื่อโดยสุจริตว่ายังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ และ
๒.มีภาวะหรือเหตุการณ์ที่ประชาชนทั่วๆ ไป เชื่อได้ว่ายังมียาเสพติดอยู่ในสถานที่นั้นอีก
จะถือเอาแต่เพียงความเชื่อของเจ้าพนักงานอย่างเดียวไม่ได้ครับ หากมีเพียงแต่ความเชื่อของเจ้าพนักงานเพียงอย่างเดียวนั้น เรียกว่า เป็นการค้นตามอำเภอใจ
ยกตัวอย่าง หากมีเพียงข้อเท็จจริงแต่ว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่า บ้านหลังนี้มีการซื้อขายยาบ้า หรือมียาบ้า ซ่อนอยู่ อย่างนี้แล้ว แม้เจ้าพนักงานจะเชื่อโดยสุจริตใจ ตามอัตวิสัย แต่ยังขาดสิ่งที่เรียกว่า ภาวะวิสัย ที่ประชาชนทั่วๆ จะเชื่อเช่นนั้น เพราะไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่จะทำให้เชื่อได้ แบบนี้ ไม่เข้าเหตุยกเว้นค้นโดยไม่มีหมายครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
jetj
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 15/08/2009
ตอบ: 196

ตอบตอบ: 23/01/2011 8:29 am    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นด้วยกับคุณ Crow ตามข้อ 1 และ 2 ครับ และทั้งสองข้อเป็นส่วนที่เป็น
ความชอบด้วยกฎหมายของ Input ทั้งสิ้น ไม่ได้กล่าวถึงผลหรือ Output เลย


น้ำหนักอยู่ตรงนี้ครับ " และหากเป็นประชาชนคนทั่วๆ ไป ก็ย่อมเชื่อเช่นนั้น "
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เคียงเลตะวันออก
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 31/08/2010
ตอบ: 1998

ตอบตอบ: 23/01/2011 9:15 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

...องค์ประกอบ "เมื่อมีเหตุสงสัยตามสมควรว่า...............และเหตุอันควรเชื่อว่า หากเนิ่นช้า............" นั้นเป็น "เหตุ" ที่ จนท.สามารถค้นได้โดยไม่มีหมาย เมื่อ จนท. เข้าค้น โดยครบองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นแล้ว ก็ย่อมถือว่าเป็นการค้นโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วน "ผล" ของการค้นนั้นจะ พบ หรือไม่พบ ถือว่าไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้การค้นที่เป็นการค้นโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว กลับเป็นการค้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปได้
...จึงขอเห็นเสนอความเห็นแแย้งกับท่าน...เพิ่งเคยเข้า..." ว่า หากเอาผลการตรวจค้นเข้ามาเป็นองค์ประกอบด้วย โดยหาก ค้นไม่พบแล้วนั้น ถือว่าการค้นที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น กลับไปเป็นการค้นที่ไม่ชอบ ด้วยกฎหมายไปได้อย่างไร ผมว่าคิดผิด คิดใหม่ได้นะครับ ยิ่งยาเสพติดเต็มบ้างเต็มเมืองอย่างนี้ แล้ว จนท. คนไหนอยากจะเข้าตัวเข้าเสี่ยงกับคำว่า "ฟุ้งซ้าน" ตามที่ท่านกล่าวมานั้นละครับท่าน
อมยิ้ม อมยิ้ม อมยิ้ม อมยิ้ม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เพิ่งเคยเข้า
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 04/11/2010
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 23/01/2011 12:58 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความเห็นของคุณเคยงเลตะวันออก...จึงขอเห็นเสนอความเห็นแแย้งกับท่าน...เพิ่งเคยเข้า..." ว่า หากเอาผลการตรวจค้นเข้ามาเป็นองค์ประกอบด้วย โดยหาก ค้นไม่พบแล้วนั้น ถือว่าการค้นที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น กลับไปเป็นการค้นที่ไม่ชอบ ด้วยกฎหมายไปได้อย่างไร ผมว่าคิดผิด คิดใหม่ได้นะครับ ยิ่งยาเสพติดเต็มบ้างเต็มเมืองอย่างนี้ แล้ว จนท. คนไหนอยากจะเข้าตัวเข้าเสี่ยงกับคำว่า "ฟุ้งซ้าน" ตามที่ท่านกล่าวมานั้นละครับท่าน
************************
ความเห็นของ คุณ crow ยกตัวอย่าง หากมีเพียงข้อเท็จจริงแต่ว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่า บ้านหลังนี้มีการซื้อขายยาบ้า หรือมียาบ้า ซ่อนอยู่ อย่างนี้แล้ว แม้เจ้าพนักงานจะเชื่อโดยสุจริตใจ ตามอัตวิสัย แต่ยังขาดสิ่งที่เรียกว่า ภาวะวิสัย ที่ประชาชนทั่วๆ จะเชื่อเช่นนั้น เพราะไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่จะทำให้เชื่อได้ แบบนี้ ไม่เข้าเหตุยกเว้นค้นโดยไม่มีหมายครับ
************************
คำว่า "ฟุ้งซ่าน" ของผมเป็นไปตามความหมายที่ คุณ crow เขียนไว้ข้างต้นครับ ว่าไม่ควรใช้อัตวิสัยแต่ควรใช้ ภาวะวิสัย ครับ เพราะตัวอย่างการใช้อัตวิสัยมีให้เห็นและชัดเจนแล้วว่า การลงชื่อล่วงไว้ในหมายค้นโดยยังไม่มีเหตุ และการออกหมายจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อน รธน ๒๕๔๐ นั้น มันเป็นการใช้อัตวิสัยเสียส่วนใหญ่ (ไม่ได้พูดว่าลุแก่อำนาจนะครับ) การเข้าค้นแล้วพบสิ่งที่เราสงสัยแต่แรกจะเป็นการค้นโดยเข้าข้อยกเว้นให้ค้นโดยไม่มีหมาย แต่ถ้าค้นแล้วไม่พบอาจทำให้ศาลต้องตีความหรือวินิจฉัยว่าเหตุสงสัยของคุณนั้นเกิดจาก อัตวิสัย หรือภาวะวิสัย หากศาลเห็ว่าความสงสัยของคุณเกิดจากอัตวิสัย มันจะกลายเป็นว่าเข้าค้นโดยไม่มีเหตุอันควรสงสัย เป็นการค้นโดยไม่ชอบเพราะไม่มีหมายค้น งง หาใช่เป็นการค้นโดยชอบแล้วกลับกลายเป็นการค้นโดยไม่ชอบดังที่ คุณเคียงเลฯ กล่าวไว้ไม่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เคียงเลตะวันออก
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 31/08/2010
ตอบ: 1998

ตอบตอบ: 23/01/2011 2:18 pm    ชื่อกระทู้: Re: ไม่น่าขัดรัฐธรรมนูญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เคียงเลตะวันออก บันทึก:
...ขอเห็นแย้งท่าน...007...ซักนิดที่ว่า "กฎหมายของ ปปส.ที่ให้เข้าค้นโดยใช้บัตร ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ โดยชัดแจ้ง ไม่สามารถค้นได้" ดังนี้ครับ

...ถ้าเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเป็นผู้ค้น สามารถตรวจค้นได้โดยไม่มีหมายศาลได้อยู่แล้ว ถ้าเข้าข้อยกเว้น ตาม ป.วิ.อาญา ม.๙๒
...กรณีค้นยาเสพติด พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจค้นยาเสพติด แม้ไม่มีบัตร ป.ป.ส. ก็สามารถค้นได้ ตาม ป.วิอาญา ม.๙๒(๔)

...ป.วิ.อาญา ม.๙๒(๔) เมื่อมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดหรือได้ใช้หรือมีไว้เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรืออาจเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดได้ซ่อนหรืออยู่ในนั้น ประกอบทั้งต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายหรือทำลายเสียก่อน

...แม้มี บัตร ป.ป.ส. จะสามารถค้นได้โดยไม่มีหมายค้นก็จริง แต่ต้องประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ บุคคลนั้นจะหลบหนีไป หรือทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม ซึ่งก็เป็นเงื่อนไข ตาม ป.วิอาญา ม.๙๒(๔) นั่นเอง แต่เนื่องจาก ป.วิอาญา ม.๙๒ นั้นให้อำนาจเฉพาะพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเท่านั้นที่มีอำนาจค้น ดังนั้น พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙ มาตรา ๑๔ วรรค ๑ (๑) จึงได้บัญญัติให้่ จพง.ป.ป.ส. ซึ่งมิใช่พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ นั้นมีอำนาจตรวจค้นได้โดยไม่มีหมายได้ดังกล่าว เช่นเดียวกับ ป.วิ.อาญา ม.๙๒(๔)

...ซึ่ง "เหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้า..." ซึ่งจะทำให้มีอำนาจค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายนั้น ต้องดูเป็นพฤติการณ์เป็นกรณีๆไป เช่น จับกุมตัว ผตห. ได้พร้อมยาเสพติดรับว่าที่ที่บ้านพักยังมียาเสพติดอีกจำนวนมาก เช่นนี้ถือว่าเป็นเหตุค้นโดยไม่มีหมายค้นได้ ตาม ป.วิ.อาญา ม.๙๒(๔) แม้ไม่มีบัตร ป.ป.ส. แต่ถ้าเพียงแค่สืบทราบว่า ผตห. มีพฤติการณ์ในการจำหน่ายยาเสพติด เช่นนี้ แม้มีบัตร ป.ป.ส. ก็ไม่สามารถเข้าค้นโดยไม่มีหมายค้นได้ อย่าคิดว่ามีบัตร ป.ป.ส. แล้ว จะสามารถค้นยาเสพติดโดยไม่มีหมายได้ทุกกรณี เดี่ยวตกม้าตาย นะจะบอกให้
สบายสบาย สบายสบาย สบายสบาย สบายสบาย
...เป็นเพียงอีกหนึ่งความคิดเห็น นะครับ อาจผิดพลาดได้ หากผิดพลาดด้วยประการใด ก็ขออภัย และขอน้อมรับ...ด้วยใจครับผม

..."เหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้า......" ซึ่งจะทำให้มีอำนาจค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายนั้น ต้องดูเป็นพฤติการณ์เป็นกรณีๆไป เช่น จับกุมตัว ผตห. ได้พร้อมยาเสพติดรับว่าที่ที่บ้านพักยังมียาเสพติดอีกจำนวนมาก เช่นนี้ถือว่าเป็นเหตุค้นโดยไม่มีหมายค้นได้ ตาม ป.วิ.อาญา ม.๙๒(๔) แม้ไม่มีบัตร ป.ป.ส. แต่ถ้าเพียงแค่สืบทราบว่า ผตห. มีพฤติการณ์ในการจำหน่ายยาเสพติด เช่นนี้ แม้มีบัตร ป.ป.ส. ก็ไม่สามารถเข้าค้นโดยไม่มีหมายค้นได้ อย่าคิดว่ามีบัตร ป.ป.ส. แล้ว จะสามารถค้นยาเสพติดโดยไม่มีหมายได้ทุกกรณี เดี่ยวตกม้าตาย นะจะบอกให้
อมยิ้ม อมยิ้ม อมยิ้ม อมยิ้ม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง น้ำตาซึม ร้องไห้ เศร้า โกรธ ส่ายหน้า เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.10 วินาที