Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - การดำเนินคดี กรณีไม่สวมหน้ากาก โรคโควิด -19 ต้องทำตามวิธีที่กำหนด
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

การดำเนินคดี กรณีไม่สวมหน้ากาก โรคโควิด -19 ต้องทำตามวิธีที่กำหนด
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1496

ตอบตอบ: 01/07/2020 11:41 am    ชื่อกระทู้: การดำเนินคดี กรณีไม่สวมหน้ากาก โรคโควิด -19 ต้องทำตามวิธีที่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1. ต้นเรื่อง

ห้วงโควิด ทางราชการโดย สธ ได้ออกประกาศให้ โควิด 19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พรบ.โรคติดต่อ 2558

https://ddc.moph.go.th/uploads/files/10020200514102630.PDF

มีบางจังหวัด ที่ คณะกรรมการโรคติดต่อ จว. โดย ผวจ.ฯอ้างใช้อำนาจตาม พรบ.โรคติดต่อฯ โดยอิง ข้อกำหนดออกตาม พรก.ฉฉ ฯ ออกประกาศ ห้ามมิให้ประชาชนออกเคหสถานโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย หากฝ่าฝืนเป็นความผิดตาม พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ ม.34(6) , 51 โทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

2. ข้อหาที่ใช้แจ้ง

“ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อมาตรา 34(6) ที่สั่งห้ามมิให้ออกนอกเคหสถานหากไม่สวมหน้ากากอนามัย อันเป็นการกระทำหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป “

3 วิธีการตามกฎหมาย

ความผิดนี้ เป็นความผิดต่อ เจ้าพนักงานควบคุมโรค แต่ผู้ออกคำสั่งประกาศ ห้ามมิให้ออกนอกเคหฯหากไม่สวมหน้ากาก กลับ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ คณะกรรมการโรคติดต่อฯมิใช่ออกในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรค

ในการดำเนินคดีกับความผิดตามมาตรา 34 นี้ กฎหมายเอาผิดเมื่อฝ่าฝืนคำสั่ง จพง.ควบคุมโรค มิได้เอาผิดกับการฝ่าฝืนคำสั่ง คณะกรรมการควบคุมโรค

ฉะนั้นกฎหมายจึงได้กำหนด วิธีการ ขั้นตอน ในการดำเนินการ โดยกำหนดให้ เจ้าพนักงานควบคุมโรค ต้องแจ้งคำสั่ง ให้ผู้กระทำการฝ่าฝืนทราบก่อนว่าการไม่สวมหน้ากากเมื่อออกนอกเคหสถาน เป็นการกระทำไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดที่ออกบังคับใช้ และแจ้งเตือนไปก่อนหากพบการฝ่าฝืนในครั้งแรก ตามแบบฟอร์มการแจ้งคำสั่ง และแจ้งเตือน ตามประกาศ สธ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการหรือออกคำสังของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2560 ครั้งต่อไปยังฝ่าฝืนอีก จึงเอาผิดตามข้อหาข้างต้น ในข้อ 2

4.แนวทางในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดี

ตำรวจยศ รตต.ขึ้นไป เป็น จพง.ควบคุมโรค ด้วยตามประกาศ สธ.เพิ่มเติม เม.ย.๖๓
ส่วนชั้นประทวน ไม่ได้เป็น ฉะนั้นกรณีช้นประทวนพบผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากาก ออกนอกเคหสถานในพื้นที่รับผิดชอบของตน และไม่พบว่าผู้ฝ่าฝืนเคยได้รับการแจ้งคำสั่งตามแบบฟอร์มาก่อน
ก็ยังไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ทันที ทั้งนี้เพราะ ต้องมีการปฎบิตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดเสียก่อน ตามประกาศ สธฯ ข้อ 2 ที่วางหลักการว่า เมื่อมีโรคระบาดที่ใด ให้ จพง.ควบคุมโรค ฯออกคำสั่งตามแบบฟอร์มท้ายประกาศ แจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบ เพื่อดำเนินการห้องกันโรคตามคำสั่งของตน คำสั่งต้องทำเป็นหนังสือ

ตำรวจชั้นประทวนจึงต้องต้องประสาน จพง.ควบคุมโรคฯในพื้นเกิดเหตุ เช่น นายตำรวจยศ ร.ต.ต. ปลัดอำเภอ นายกเทศมนตรี กำนัน ผู้ใหญ๋บ้าน ฯลฯ (ดูประกาศ สธ แต่งตั้ง จพง.ควบคุมโรค ) นำแบบฟอร์มแจ้งคำสั่ง มาแจ้งคำสั่งผู้ว่าดังกล่าวให้ฝ่าฝืนทราบ และลงนามรับทราบคำสั่ง และอาจตามด้วยการแจ้งเตือน ตามแบบฟอร์มที่กำหนด ให้ผู้ฝ่าฝืนทราบด้วย แล้วปล่อยตัวไปก่อน

หากต่อมาผู้ฝ่าฝืนคนเดิมที่ได้รับแจ้งคำสั่งและคำเตือนแล้ว ยังฝ่าฝืนอีกโดย จพง.ควบคุมโรค ตรวจพบ จึงเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี โดย จพงฯควบคุมโรค ต้องเป็นผู้กล่าวหา และนำเอกสาร การแจ้งคำสั่ง การแจ้งเตือน ส่งมอบให้ พงสฯ เป็นพยานเอกสารประกอบการดำเนินคดี เมื่อพยานหลักฐานพร้อม สอบสวนปากคำผู้กล่าวหา พยานเอกสารการแจ้งคำสั่งการแจ้งเตือนครบ พอที่จะดำเนินคดีได้ จึงเรียกตัวผู้ฝ่าฝืนมารับทราบข้อหา สอบสวนดำเนินคดีต่อไป ในอำนาจศาลแขวงฯ(โทษปรับสถานเดียวไม่เกิน สองหมื่นบาท )

ส่วน ร.ต.ต.ขึ้นไป เป็น จพง.ควบคุมโรคด้วย เมื่อพบผู้ฝ่าฝืน ครั้งแรก ย่อมใช้อำนาจออกแบบฟอร์มแจ้งคำสั่งส่งให้ผู้ฝ่าฝืนรับทราบ รายงาน คกก.ทราบ หากต่อมาพบผู้ฝ่าฝืนคนเดิมทำการฝ่าฝืนต่อหน้าร.ต.ต.ที่เป็น จพง.ควบคุมโรค จึงจับดำเนินคดี

ประกาศ สธ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการหรือออกคำสังของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2560

( แบบฟอร์มการแจ้งคำสั่ง ฯ ดูข้อ 8 ห้ามกระทำการ...... แบบฟอร์มการแจ้งเตือน ทั้งสองแบบฟอร์มเป็นอำนาจ จพง.ควบคุมโรค )

https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor/c74d97b01eae257e44aa9d5bade97baf/files/003_9gcd.PDF

5. ประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

https://ddc.moph.go.th/uploads/files/10020200514102630.PDF

เนื่องจาก ตามประกาศ สธ. ให้โควิด19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พรบ.โรคติดต่อ มีผลให้รัฐ โดย คกก.ฯและ จพง.ควงบคุมโรคติดต่อ ตามพื้นที่กำหนดเป็นแต่ละจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ป้องกัน ระงับยับยั้ง การแพร่ระบาดในพื้นที่ของตน ตามอาการของโรคที่กำหนดว่า โควิด 19 มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย หรือมีอาการของโรคปอดอักเสบ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต “

ประเด็นจึงมีว่า

ข้อเท็จจริงที่ว่า คนที่ไม่ป่วยเป็นไข้นี้ ไม่มีอาการ การไม่สวมหน้ากากออกนอกเคหสถาน เข้าข้อกฎหมายว่า เป็นการกระทำไม่ถูกสุขลักษณะอันจะเป็นเหตุให้โรคแพร่กระจาย ตามมาตรา 34(6) ที่คกก.โรคติดต่อ จว . ออกประกาศคำสั่ง แล้วหรือยัง ก็เป็นประเด็นที่เจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมจะได้นำสืบให้เข้าข้อกฎหมายให้ศาลตัดสิน

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พงส์๒๕๕๓ เมื่อ 01/07/2020 6:58 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1496

ตอบตอบ: 01/07/2020 4:03 pm    ชื่อกระทู้: การดำเนินคดี กรณีไม่สวมหน้ากาก โรคโควิด -19 ต้องทำตามวิธีที่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตำแหน่งของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ทำหน้าที่เป็น เจ้าพนักงานควบคุมโรค มีอำนาจหน้าที่ ออกคำสั่งแจ้ง และ คำสั่งเตือน ตามมาตรา 34 พรบ โรคติดต่อ การส่งคำสั่งแจ้งและคำสั่งเตือนให้ทำตามประกาศ สธ ฯ เมื่อผู้รับคำสั่งดังกล่าวได้ทราบคำสั่งแล้ว ฝ่าฝืน จึงจะมีความผิดตามมาตรา 51

https://www.thairath.co.th/news/politic/1794559


ตำรวจ ร.ต.ต.ขึ้นไป เป็น จพง.ควบคุมโรค ตามประกาศเพิ่มเติม ลง 22 เมย 63
https://media.thaigov.go.th/uploads/public_img/source/T_0018.pdf

ฉะนั้น ตำรวจ ร.ต.ต.ขึ้นไป ต้องเข้าใจ เงื่อนไข ในการใช้อำนาจจับกุมผู้ฝ่าฝืนคำสั่ง กรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยด้วย

พนักงานสอบสวน ต้องเข้าใจวิธิีการ ขั้นตอนในการจับกุม สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้แก่ การแจ้งคำสั่งตามแบบฟอร์ม การแจ้งเตือนตามแบบฟอร์ม การสอบสวนฝ่ายกล่าวหาให้ได้ข้อเท็จจริงว่า มีการฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของ จพง.ควบคุมโรคมีโทษตาม 51 และการไม่สวมหน้ากากนั้นเข้าข้อกฎหมายว่า เป็นการกระทำไม่ถูกสุขลักษณะอันจะทำให้เป็นการแพร่โรคระบาด ตาม 34(6)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1496

ตอบตอบ: 01/07/2020 9:25 pm    ชื่อกระทู้: การดำเนินคดี กรณีไม่สวมหน้ากาก โรคโควิด -19 ต้องทำตามวิธีที่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

https://www.isranews.org/article/isranews-news/87729-isranewsere-37-2.html


ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2563 สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม มีความเห็นกรณีในระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จำเลยไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าออกนอกเคหสถาน อันเป็นการกระทำซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป โดยฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558

สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรมพิจารณาแล้วเห็นว่า ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร กำหนดให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจออกประกาศกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ เมื่อเกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด หรือมีเหตุสงสัยว่าได้เกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดในพื้นที่ การสวมหน้ากากอนามัยของประชาชนในพื้นที่ออกนอกเคหสถาน จึงเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคภายในพื้นที่เช่นเดียวกับกรณีการห้ามออกจากเคหสถานในบางช่วงเวลาตามข้อกำหนดที่ออกตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดจึงมีอำนาจออกคำสั่งเรื่องมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยขอให้ผู้ที่จะออกนอกเคหสถานหรือบริเวณสถานที่พำนักของตนให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง และห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการหรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป กรณีที่ประชาชนผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ต้องระวางโทษตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ คือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

เมื่อประชาชนออกนอกเคหสถานหรือบริเวณสถานที่พำนักของตนไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า จึงมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ในความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1496

ตอบตอบ: 01/07/2020 9:56 pm    ชื่อกระทู้: การดำเนินคดี กรณีไม่สวมหน้ากาก โรคโควิด -19 ต้องทำตามวิธีที่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไฟล์ภาพ แบบฟอร์มแจ้งคำสั่ง

3707e081739e0bf079ae2cb6f035499c.jpg
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1496

ตอบตอบ: 02/07/2020 11:47 am    ชื่อกระทู้: การดำเนินคดี กรณีไม่สวมหน้ากาก โรคโควิด -19 ต้องทำตามวิธีที่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรณีการออกคำสั่งห้ามออกนอกเคหฯหากไม่สวมหน้ากาก

1.คำสั่งทางปกครองทั่วไป

คําสั่งทางปกครองทั่วไป เป็นคําสั่งทางปกครองประเภทหนึ่งที่มีลักษณะเป็นรุปธรรมโดยมิได้มีผลใช้บั งคับกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะราย แต่เป็นคําสั่งทางปกครองที่มี ผลใช้บั งคับกับบุ คคลได้ไม่จํากัดจํานวน ศาลปกครองวินิ จฉัยไว้ว่าคําสั่งทางปกครองทั่วไปไม่ตกอยู่ภายใต้บั งคับของพระราชบัญญัติวิธี ปฏิบัติ ราชการทางปกครองพ.ศ. ๒๕๓๙กล่าวคือไม่ต้องอุทธรณ์ก่อนที่จะนําคดีมาฟ้องร้องต่อศาล

คำสั่งทางปกครองทั่วไป จึงเป็นลูกผสมระหว่าง “กฎ” กับ “คำสั่งทางปกครอง” คือ คล้ายกับ “กฎ” เพราะเป็นข้อความที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไปกับบุคคลทั่วไป แต่ใช้เฉพาะกรณี เฉพาะเรื่อง ดังเช่นเดียวกับ “คำสั่งทางปกครอง” จึงเรียกว่า “คำสั่งทางปกครองทั่วไป”

ลักษณะทางกฎหมายของคำสั่งคกก.โรคติดต่อ โดยผู้ว่าฯในฐานะประธานฯ ที่ออกคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถานหากไม่สวมหน้ากากอนามัย จึงเป็นนิติกรรมทางปกครองประเภท คำสั่งทางปกครองทั่วไป ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ใช้อำนาจในการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ตามที่กฎหมายโรคติดต่อให้อำนาจไว้

คำสั่งใช้บังคับกับประชาชนทุกคนที่อยู่ในเขตจังหวัดนั้น และบังคับใช้เฉพาะกรณีของโรคระบาดโควิด 19 ที่รัฐบาลประกาศใช้ พรก.ฉฉ ทั่วราชอาณาจักร การฝ่าฝืนคำสั่งห้ามออกนอกเคหฯโดยไม่สวมหน้ากาก แม้ว่าจะเป็นมาตรการบังคับใช้กับทุกคน แต่การฝ่าฝืนคำสั่ง คกก.โรคติดต่อ ที่เป็นมาตรการทั่วไป กฎหมายโรคติดต่อยังไม่เอาผิดทางอาญา แต่มีบทบัญญัติเอาผิดทางอาญาเมื่อมีการฝ่าฝืนคำสังทางปกครองเป็นการเฉพาะราย

2. คำสั่งทางปกครอง (มีผลเฉพาะราย)

คำสั่งทางปกครอง มีลักษณะสำคัญ 5 ประการคือ

๑. เป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ เช่น คกกฯตามกฎหมายต่างๆ
๒. เป็นการใช้อำนาจรับ มีกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจออกคำสั่ง
๓. เป็นการกำหนดสภาพทางกฎหมาย มีผลบังคับใช้
๔. เกิดผลเฉพาะกรณี ใช้บังคับกับผู้ที่ได้รับคำสั่งเท่านั้น
๕. มีผลภายนอกโดยตรง

ตามกฎหมายโรคติดต่อ เพื่อให้มาตรการของรัฐมีผลเด็ดขาด ในการที่ประชาชนทั่วไปต้องปฏบัติตามโดยเคร่งครัดเพื่อป้องกันโรค และ หากไม่ปฏิบัติจะทำให้เกิดผลร้ายอันมาจากการแพร่ระบาดของโรค

กฎหมายโรคติดต่อ จึงได้กำหนดรูปแบบให้ เจ้าหน้าที่รัฐ ใช้อำนาจกับผู้ฝ่าฝืนเป็นการเฉพาะรายและผู้ฝ่าฝืนเฉพาะเจาะจงแต่ละรายเท่านั้นที่เอาผิดทางอาญา โดยกำหนดให้มี เจ้าพนักงานควบคุมโรค มีอำนาจออกคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 34(6) ห้ามมิให้กระทำ หรือ กระทำการใดๆ ที่ไม่ถูกสุขลักษณะอันจะทำให้แพร่โรคระบาด ทั้งนี้การแจ้งคำสั่ง แบบฟอร์มการแจ้งคำสั่ง และแจ้งเตือนต่อบุคคลใดให้ทำเป็นการเฉพาะรายแต่ละคน ตามที่ สธ. ประกาศกำหนดไว้

แบบฟอร์มคำสั่งแจ้งในอำนาจของ เจ้าพนักงานควบคุมโรค มีเนื้อหามีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครอง มีผลบังคับกับบุคคลที่ได้ลงนามรับทราบคำสั่งเป็นการเฉพาะราย คำสั่งห้ามมิให้ออกนอกเคสถานหากไม่สวมหน้ากากอนามัย ท้ายแบบฟอร์มจะกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งไว้ 15 วัน คำสั่งแบบนี้จึงมีลักษณะเป็นคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้เฉพาะรายแล้ว

เพื่อให้การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ผล จึงได้มีบทลงโทษ กับผู้ฝ่าฝืนคำสั่งตามมาตรา 34 ที่ออกโดยเจ้าพนักงานควบคุมโรค โดยกำหนดให้การฝ่าฝืนคำสั่งห้ามทางปกครองดังกล่าว เป็นความผิดและมีโทษทางอาญา ฐาน ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรค ที่สั่งตามแบบฟอร์มในมาตรา 34 ระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

3. ข้อสังเกต

กฎหมายไทยที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐทางปกครอง ออกคำสั่งทางปกครอง และบัญบัติให้ การฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครองเป็นความผิดอาญาด้วย มีหลายฉบับ

ยกตัวอย่างเช่น พรบ.ควบคุมอาคาร วางหลักการให้ การปลูกสร้างอาคาร เจ้าของต้องขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือ แจ้งการปลูกสร้าง กรณีฝ่าฝืนเป็นความผิดอาญาส่วนหนึ่ง และในทางปกครอง เจ้าพนักงานท้องถิ่นเมื่อพบการปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่แจ้งก่อน มีอำนาจออกคำสั่งทางปกครอง แจ้งตรงไปยังเจ้าของหรือผู้ปลูกสร้างให้ระงับการก่อสร้างและไปดำเนินการขออนุญาตหรือแจ้งการปลูกสร้าง ให้ถูกต้องก่อนใน 30 วัน

คำสั่งแจ้งให้ระงับการก่อสร้างเป็นคำสั่งทางปกครองของเจ้าพน้กงานท้องถิ่น มีผลบังคับเฉพาะรายที่ได้รับคำสั่ง และมีบทลงโทษทางอาญา หากฝ่าฝืนไม่ระงับหรือแก้ไขตามสั่งก็มีโทษทางอาญา เมื่อมีกรณีเช่นว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฐาน ปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รบอนุญาตหรือไม่แจ้งแล้วแต่กรณีและฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับหรือแก้ไขการก่อสร้าง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1496

ตอบตอบ: 03/07/2020 10:46 am    ชื่อกระทู้: การดำเนินคดี กรณีไม่สวมหน้ากาก โรคโควิด -19 ต้องทำตามวิธีที่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการดําเนินการหรือออกคําสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ 2560 ข้อ 11

https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor/c74d97b01eae257e44aa9d5bade97baf/files/003_9gcd.PDF

ข้อ 11 กรณีมีเหตุจําเป็นเร่งด่วนหรือมีกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อต้องเข้าดําเนินการป้องกันหรือควบคุมโรคเพื่อมิให้เกิดการกระทําที่ฝ่าฝืนมาตรา๓๔แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ. ๒๕๕๘ซึ่งเป็นการกระทําที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงแก่ชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สินของประชาชนหรือเป็นการกระทําที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความปลอดภัยสาธารณะหรือประโยชน์สาธารณะให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อเข้าดําเนินการโดยไม่ต้องออกคําสั่งตามข้อ 2 หรือมีคําเตือนตามข้อ 9 ก็ได้โดยเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อชอบที่จะขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจที่มีเขตอํานาจเหนือท้องที่นั้นไปร่วมดําเนินการด้วยก็ได้การดําเนินการป้องกันหรือควบคุมโรคตามวรรคหนึ่งให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกระทําโดยเท่าที่จําเป็นพอสมควรแก่กรณีและอยู่ภายในขอบเขตอํานาจหน้าที่ของตน
---------------------------------
มีบางหน่วยงานอ้างอำนาจตามข้อ 11 แห่งประกาศ สธฯ เข้าทำการจับกุมประชาชนที่ไม่สวมหน้ากาก ในทันทีที่พบ โดยไม่แจ้งคำสั่ง ผวจฯ ให้เขาทราบ ไม่แจ้งเตือน แต่เข้าจับกุมดำเนินคดีฐาน ฝ่าฝืนคำสั่ง จพง.ควบคุมโรค ให้เหตุผลว่า เร่งด่วนจำเป็นอย่างยิ่งตามข้อ 11 เห็นว่าเป็นการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีเหตุผลดังนี้

1. ตามประกาศ สธฯ ฉบับนี้ เป็นการให้อำนาจแก่ เจ้าพนักงานควบคุมโรค ในทางปกครอง

เพื่อให้การปฏิบัติการป้องกัน ควบคุมโรค เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้อำนาจ สั่ง หรือเตือน ทางปกครองแก่ประชาชนให้ปฎิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ตามมาตรา 34 โดยต้องออกคำสั่งแจ้งหรือเตือนเป็นเอกสารตามแบบฟอร์มส่งให้ผู้รับทราบคำสั่งตามวิธีการส่งที่ได้กำหนดไว้แล้ว เว้นแต่กรณีนั้นๆ เป็นเรื่องถึงขั้น “ร้ายแรง” อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือปลอดภัย จึงให้ จพง.ควบคุมโรค ลงมือปฏิบัติการเองได้โดยไม่ต้องแจ้งคำสั่ง หรือ เตือน โดยขอให้ตำรวจเข้าร่วมด้วยได้

กรณีเช่นนี้ เป็นเรื่องของกิจกรรมในทางปกครองเท่านั้น มิใช่เป็นเรื่องการปฏิบัติการในทางอาญา แต่ให้อำนาจขอตำรวจไปร่วมด้วย เพราะอาจมีการต่อสู้ ขัดขวาง การปฏิบัติการในทางปกครองของ เจ้าพนักงานควบคุมโรค ตำรวจจะได้ดำเนินการจับกุมปราบปรามกรณีการทำผิดอาญาในเรื่อง ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือตำรวจร่วมดำเนินการในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อเปิดทางให้ เจ้าพนักงานควบคุมโรคทำหน้าที่ได้อย่างสะดวก

2. เส้นแบ่งในการปฏิบัติการทางปกครองของ เจ้าพนักงานควบคุมโรค กับ การจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดในทางอาญาของตำรวจ อยู่ที่การฝ่าฝืนคำสั่ง ตามมาตรา 51 หรือ 52 พรบ.โรคติดต่อ ที่วางหลักว่า ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคต่อต่อตามมาตรา 34 มีความผิดต้องระวางโทษ..........

กล่าวเฉพาะ การไม่สวมหน้ากากฯ เข้าตาม มาตรา 34(6) กระทำการไม่ถูกสุขลักษณะอันจะทำให้แพร่โรคระบาด การฝ่าฝืนผิดตามมาตรา 51 ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

ดังนั้น การจับกุมสอบสวนดำเนินคดี ทางอาญาไม่ว่าจะเป็นกรณีไม่สวมหน้ากากฯ หรือ กรณีคำสั่งอื่น ๆ ตามมาตรา 34 จึงต้องจับกุมได้เมื่อการกระทำครบองค์ประกอบความผิด กล่าวคือ

1.มีการแจ้งคำสั่งให้สวมหน้ากากให้ผู้รับคำสั่งทราบ แล้วมีการฝ่าฝืน การแจ้งคำสั่งทำถูกต้องตามวิธีที่กำหนด

2.เจตนา

สรุป การจับกุมหรือ ดำเนินคดีอาญา กรณีไม่สวมหน้ากาก ต้องมีคำสั่งแจ้งตามวิธีการที่กำหนดเสียก่อน และ มีการฝ่าฝืนคำสั่ง การกระทำครบองค์ประกอบความผิดทางอาญาจึงเข้าสู่กระบวนการทางอาญา ที่แยกออกจาก อำนาจทางปกครองของเจ้าพนักงานควบคุมโรค
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1496

ตอบตอบ: 03/07/2020 11:16 am    ชื่อกระทู้: การดำเนินคดี กรณีไม่สวมหน้ากาก โรคโควิด -19 ต้องทำตามวิธีที่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

https://youtu.be/qYCZDNQXz0M





http://www.news.perdpong.com/23019


กรณีนี้ทางปฏิบัติคือ จพง.ควบคุมโรค ตาม ประกาศแต่งตั้ง ได้แก่ นายตำรวจยศ รตต. หรือ ปลัด หรือ นายกเทศมนตรีท้องที่ ฯลฯ ต้องแจ้งคำสั่ง ผู้ว่าฯ ให้หญิงผู้ก่อเหตุ ทราบก่อน อาจนำไปลง บันทึก ปจว.การแจ้งเป็นหลักฐาน และ ออกหนังสือเตือนให้ปฏิบัติควบคู่กันไปด้วย ณ ขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุม หรือควบคุมตัว ดำเนินคดีได้ เพราะการกระทำยังไม่ครบองค์ปรเะกอบความผิด

เมื่อแจ้งคำสั่ง แจ้งเตือนแล้ว เจ้าพนักงานควบคุมโรคผู้ทำหน้าที่ต้องรายงานให้ ผู้ว่าฯในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดทราบ

ที่สำคัญ ฝ่ายกฎหมายต้องทำเรื่องให้ฝ่ายโฆษก ปชส ออกสื่อให้ชาวบ้านทราบวิธีการขั้นตอนของกฎหมาย ในการปฏิบัติ การประชุม ชี้แจง ทำความเข้าใจในข้อกฎหมาย จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องทำให้ชัดเจน

ขณะนี้สถานการณ์โควิด ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว พอจะทำให้ตำรวจได้มีโอกาส ศึกษา ทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติได้มากขึ้น เป็นกำลังให้พี่น้องตำรวจทุกท่านครับ เบี้ยเลี้ยงโควิดคงจะคลอดแล้ว ชม.ละ60 บาท ไม่เกิน 7 ชม.ต่อวัน สำหรับผู้ปฏิบัติตามแผน คำสั่งโควิด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8150

ตอบตอบ: 13/07/2020 4:13 pm    ชื่อกระทู้: การดำเนินคดี กรณีไม่สวมหน้ากาก โรคโควิด -19 ต้องทำตามวิธีที่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ศาลจังหวัดกันทรลักษณ์ ศรีสะเกษ ยกฟ้องไม่สวมหน้ากากอนามัย


24มีค.63 ซักซ้อมแนวทาง ดำเนินคดี หน้ากากอนามัย.pdf
 คำจำกัดความ:
กระทรวงพาณิชย์ 24มีค.63 แนวทางดำเนินคดีผู้ค้าหน้ากากอนามัยตาม พรบ.ราคาสินค้าและบริการฯ

ดาวน์โหลด
 ชื่อไฟล์:  24มีค.63 ซักซ้อมแนวทาง ดำเนินคดี หน้ากากอนามัย.pdf
 ขนาดไฟล์:  867.37 กิโลไบต์
 ดาวน์โหลด:  30 ครั้ง


.9เมย.63 หน้ากากอนามัย.pdf
 คำจำกัดความ:
หนังสือ ตร. ลง 9 เม.ย.63 แนวทางจับกุมดำเนินคดีผู้ค้าหน้ากากอนามัยตาม พรบ.ราคาสินค้าและบริการฯ

ดาวน์โหลด
 ชื่อไฟล์:  .9เมย.63 หน้ากากอนามัย.pdf
 ขนาดไฟล์:  413.93 กิโลไบต์
 ดาวน์โหลด:  32 ครั้ง


15เมย.63 ยกฟ้องไม่สวมหน้ากากอนามัย.pdf
 คำจำกัดความ:

ดาวน์โหลด
 ชื่อไฟล์:  15เมย.63 ยกฟ้องไม่สวมหน้ากากอนามัย.pdf
 ขนาดไฟล์:  647.09 กิโลไบต์
 ดาวน์โหลด:  29 ครั้ง

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.09 วินาที