Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - อำนาจเปรียบเทียบปรับ
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

อำนาจเปรียบเทียบปรับ
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3  ถัดไป  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 30/07/2014 10:04 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กระทู้ถามว่า - พงส.มีอำนาจเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.รถยนต์ หรือไม่ครับ เช่นกรณี จร.ออกใบสั่งข้อหา ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ แล้วมีคุณขอมา เช่นนี้ทำไงดี ( ว่ากล่าวได้หรือไม่ อาศัย กม.ใด ) ซึ้ง ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ตอบว่า -

1. พงส.มีอำนาจเปรียบเทียบตาม พรบ.รถยนต์ หรือ ความผิดอื่นที่เกี่ยวกับรถได้ทุกประเภท

โดยถืออำนาจเปรียบเทียบตาม ปวิอ.37 คดีโทษปรับอย่างเดียวไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท คดีลหุโทษ พงส.มีอำนาจเปรียบเทียบได้

และ ตามกฎหมายเฉพาะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถ หากมีบัญญัติให้อำนาจ พงสฯ เปรียบเทียบได้เป็นการเฉพาะ ก็ย่อมเปรียบเทียบได้

เช่น คดีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้ประสพภัยจากรถ นอกจากเป็นอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพรบ.นี้ในการเปรี่ยบเที่ยบแล้ว ทางราชการได้ทำหลักเกณฑ์ให้ พงสฯ เปรียบเที่ยบได้อีกด้วยเพื่อบริการประชาชน

2. อำนาจว่ากล่าวตักเตือนของ พงสฯ ว่ากล่าวได้เฉพาะความผิดตาม พรบ.จราจรทางบก แต่มีข้อยกเว้นไว้มิให้ว่ากล่าว ตามที่วางหลักไว้ตามมาตรา 145 ว่า

ม.145 บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ( พระราชบัญญัตินี้หมายถึงความผิดตาม พรบ.จราจร เท่านั้น พรบ.อื่นไม่เกี่ยว ) นอกจากความผิดที่กำหนดโทษไว้ในมาตรา ๑๕๗/๑ มาตรา ๑๕๙ มาตรา ๑๖๐ มาตรา ๑๖๐ ทวิ และมาตรา ๑๖๐ ตรี ให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจเปรียบเทียบหรือว่ากล่าวตักเตือนได้

ส่วนความผิดที่มิใช่ตาม พรบ.ฉบับนี้ หมายถึง ความผิดตาม พรบ.ฉบับอื่น ๆ นั้น พงสฯ ไม่มีอำนาจว่ากล่าวตักเตือนได้เลย ดังนั้น เมื่อมีใบสั่ง ข้อหา ขับรถยนต์ส่วนบุคคลโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ มาเสียค่าปรับ ท่านก็ต้องเปรียบเทียบไป จะกว่าตักเตือนไม่ได้ เพราะความผิดฐานนี้ เป็นความผิดตาม พรบ.รถยนต์ฯ มิใช่ความผิดตาม พรบ.จราจร รวมถึงความผิดเกี่ยวกับรถตามกฎหมายฉบับอื่นก็ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ด้วยเช่นกัน

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1494

ตอบตอบ: 30/07/2014 11:13 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

dragonhail บันทึก:
ฯลฯ
๓.มาดูข้อแตกต่างระหว่าง มาตรา ๑๔๐ และมาตรา ๑๔๕ คือ ในส่วนของ มาตรา ๑๔๐ นอกจาก พ.ร.บ.จราจร แล้ว ยังมี "กฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ" รวมอยู่ด้วย ดังนั้น หากเป็นการว่ากล่าวตักเตือน เจ้าพนักงานจราจร และพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจว่ากล่าวได้ทั้ง พ.ร.บ.จราจร และ กฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ ด้วย หากไม่ว่ากล่าวตักเตือน ก็ให้ออกใบสั่งเพื่อให้ชำระค่าปรับ พงส.รับใบสั่งมาแล้วต้องตรวจดูว่าเป็นความผิดตามกฎหมายใด
- ถ้าเป็น พ.ร.บ.จราจร มีอำนาจได้ทั้ง เปรียบเทียบ/ว่ากล่าวตักเตือน
- ถ้าเป็นความกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ เช่น พ.ร.บ.รถยนต์ เป็นต้น พงส.มีอำนาจเปรียบเทียบเท่านั้น จะว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ เพราะมาตรา ๑๔๕ บัญญัติว่า"บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้(เฉพาะพ.ร.บ.จราจรเท่านั้น) ..." ซึ่งไม่รวมถึงความผิดตามกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆด้วย

๔.เจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ใดบ้างนั้นต้องดูประกาศกระทรวงมหาดไทย เช่น ผบก.ตำรวจภูธร เป็นเจ้าพนักงานจราจรในเขต จังหวัด ผบก.เป็นทั้ง หน.พงส. และเป็นเจ้าพนักงานจราจรด้วย ดังนั้น มีอำนาจทั้ง ม.๑๔๐ / ม.๑๔๕ แต่ พงส.ทั่วๆ ไป ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจ ตาม ม.๑๔๐ คงมีอำนาจเฉพาะ ม.๑๔๕ เท่านั้น

๕. หาก พงส.ทั่วไป จะว่ากล่าวตักเตือนในความผิดตามกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้น ๆ ต้องทำความเห็นเสนอไปตามลำดับชั้นจนถึง เจ้าพนักงานจราจร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย (ไปดูคำสั่งการมอบหมายอำนาจเจ้าพนักงานจราจรประกอบด้วย)


ตามข้อ 4 และ ข้อ 5 ที่ท่่านเห็นว่า พงสฯ ว่ากล่าวในความผิดเกี่ยวกับรถได้โดยทำความเห็นให้เจ้าพนักงานจราจร สั่งว่ากล่าวนั้น เห็นแย้งว่่า ทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะ

อำนาจของเจ้าพนักงานจราจร หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ในการว่ากล่าวความผิดเกี่ยวกับรถได้นั้น บัญญัติไว้ที่ มาตรา 140 ให้อำนาจว่ากล่าวได้ เมื่อพบการกระทำผิดในทางต่อหน้า หรือ พบความผิดซึ่งหน้ามีตัวผู้ขับขี่ รอรับคำสั่งว่ากล่าวได้เท่านั้น

แต่ถ้าเจ้าพนักงานจราจร หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ ที่พบความผิด ไม่ใช้อำนาจว่ากล่าวตอนนั้น แต่ใช้วิธีออกใบสั่งเมื่อพบผู้ขับขี่ หรือแปะใบสั่งเมื่อไม่พบคนขับ ให้มารายงานตัวต่อ พงสฯยังสถานที่ตามใบสั่ง

เมื่อผู้ขับขี่ที่ได้รับใบสั่งมารายงานตัวต่อ พงสฯ แล้ว พงสฯ ก็มีอำนาจตามมาตรา 145 คือเปรียบเทียบตามความผิดทุกพรบ.ที่อยู่ในกรอบอำนาจ หรือว่ากล่าวได้ในคดีความผิดตาม พรบ.จราจร ที่ไม่ต้องห้ามมิให้ว่ากล่าวได้เท่านั้น

มาตรา 145 ไม่ได้บัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจว่ากล่าวในชั้นพบความผิดตามาตรา 140 ในครั้งแรก มาใช้อำนาจว่ากล่าวในชั้นรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนได้อีกเป็นครั้งที่สอง

ลองดูตัวบทนะครับ

มาตรา 140 เมื่อ เจ้าพนักงานจราจร หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ พบว่าผู้ขับขี่ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้น ๆ จะว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่หรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระ ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบก็ได้ ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ก็ให้ติดหรือผูก ใบสั่งไว้ที่รถที่ผู้ขับขี่เห็นได้ง่าย

มาตรา 145 บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากความผิดที่กำหนดโทษไว้ในมาตรา 157/1(ไม่ยอมทดสอบสารเสพติดตามสั่งเจ้าพนักงาน, ไม่ยอมทดสอบเมาเฉพาะตามสั่งของผู้ตรวจการเท่านั้น) มาตรา 159 มาตรา 160 และ มาตรา 160ทวิ และมาตรา 160 ตรี ให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวน ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจ เปรียบเทียบหรือว่ากล่าวตักเตือนได้

(ไม่ยอมทดสอบเสพ/ไม่ทดสอบเมาเฉพาะตามสั่งของผู้ตรวจการ เปรียบเทียบไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามเห็นว่า ผู้ต้องหาเขาก็มีสิทธิจะทำตาม ปวิอ.37(1) คือโทษปรับสถานเดียว ก็ใช้วิธีวางเงินสูงสุดของโทษปรับเป็นค่าปรับ ชำระแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามปวิอ.ก็จบคดีได้แล้ว วิธีการนี้ไม่ใช่การเปรียบเทียบ จึงไม่ถูกห้ามไปด้วย)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 30/07/2014 1:53 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พ.ร.บ.ขนส่งทางบกฯ อธิบดีหรือผู้ซึ่งมอบหมายให้เปรียบเทียบปรับ หากเกินอำนาจของพนักงานสอบสวนทั่วไป ตาม พรบ.เปรียบเทียบปรับและ ป.วิอาญา =ไม่เกิน ๑๐๐๐๐ บาท หากเกินอยู่ในอำนาจของอธิบดีกรมขนส่ง หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบอำนาจ ผกก.สน/ สภ. ได้รับมอบอำนาจ
พ.ร.บ.รถยนต์ อยู่ในอำนาจของ กรมขนส่งฯ เช่นเดียวกัน
พรบ.จราจรฯ มีข้อกำหนด ตร. ในปัจจุบัน 2557 บังคับใช้แล้ว ปรับตามข้vกำหนด
ส่วนขนส่ง ฯ และ รถยนต์ ซึ่งอธิบดีขยส่งก็กำหนดอัตราขั้นตำมาด้วยแล้ว บางฐานความผิดปรับ ๒๐,๐๐๐ ขั้นตำ ๒๐๐ ยังมีครับ
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 30/07/2014 2:00 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พรบ.เปรียบเทียบปรับคดีอาญา เลิกใช้ไปนานแล้วครับ

การเปรียบเทียบของ ภูธร และ นครบาล พงสฯใช้ตาม ปวิอาญา 37(2) (3) นะครับ การเปรียบเทียบ พรบ.จราจร ใช้อำนาจนี้ เปรียบเทียบแล้วส่งให้อัยการเห็นชอบ

ขนส่ง รถยนต์ คุ้มครองผู้ประสพภัยการรถ เป็นการเปรียบเทียบเทียม เจ้าของอำนาจตัวจริงคือ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะเหล่านั้น ได้แก่ อธิบดี หรือ ผู้ที่อธิบดีมอบหมาย ท่านอธิบดีก็มีคำสั่งมอบหมายให้ พงสฯตำรวจทำการเปรียบเทียบแทนได้ การเปรียบเทียบตรงนี้ไม่ได้เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนตาม ปวิอ.นะครับ แต่เป็นอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ปวิอ 37(4) เปรียบเทียบแล้วไม่ต้องส่งให้อ้ยการเห็นชอบ เพราะ เป็นการที่ พงส.ทำแทน ไม่ใช่อำนาจ พงสฯโดยตรง
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 02/03/2015 3:56 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ด้วยความเคารพทุกความเห็น
แต่การปฏิบัติตามอำนาจ+หน้าที่ ต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก หาใช่เพราะ เสียงเขาว่า นายว่า เพราะเรานำหลักกฎหมายไปถกเถียงบนชั้นศาล ส่วนเจตนาอย่างไร นั้น ก็อีกส่วนหนึ่งเพราะกรรมชี้เจตนา ในชั้นนี้ เห็นด้วยกับท่าน dragonhail นะครับผม
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 06/08/2016 9:47 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

moon บันทึก:
ขอแสดงความเห็นต่างจากท่านเทพธันเดอร์นครปฐมดังนี้ ตาม ม.140 พรบ.จราจรทางบกฯถึงแม้จะมีบทบัญญัติคำว่า"หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ" การจะว่ากล่าวตักเตือนตาม พ.ร.บ.รถยนต์ฯไม่สามารถทำได้ ทำได้เพียงออกใบสั่งให้ไปชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบ และจะเปรียบเทียบได้หรือไม่ก็ต้องไปดู พรบ.การเปรียบเทียบคดีอาญาฯหรืออำนาจให้เปรียบเทียบตามกฏหมายแต่ละเรื่องไป ซึ่ง พรบ.จราจรทางบกฯเมื่อดู ม.140ก็ต้องดู ม.145" บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้นอกจากความผิดที่กำหนดโทษไว้ในมาตรา ๑๕๗/๑ มาตรา ๑๕๙ มาตรา ๑๖๐ มาตรา ๑๖๐ ทวิ และมาตรา ๑๖๐ ตรี ให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจเปรียบเทียบหรือว่ากล่าวตักเตือนได้"ประกอบด้วย จะเห็นได้ว่า ม145 การว่ากล่าวหรือการเปรียบเทียบจะเหลือเฉพาะ พรบ.จราจรทางบกเท่านั้น


เห็นต่างนะครับว่า. คดีความผิดเกี่ยวกับรถ เช่น ตาม พรบ รถยนต์ที่เปรียบเทียบปรับได้ แล้ว ตร.จราจรผู้จับแแกใบสั่งมา
ผู้รับใบสั่งมาเสียค่าปรับ เห็นว่า พงส ว่ากล่าวตักเตือนได้. ไม่จำค้องปรับสถานเดียว

เพราะ อำนาจ พงส ตามาตรา 145 นั้น บัญญัติว่า ความผิดตาม พรบ นี้ นั้น ต้องหมายถึงความผิดทุกเรื่องที่. พรบ จราจรกำหนดให้เป็นความผิดและอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่ตำรวจจราจรจะออกใบสั่งได้. ซึ่งมีความตามพรบ ฉบับนี้สองส่วน

ส่วนแรก การกระทำที่เป็นความผิดตาม พรบ จราจร มาตราต่างๆและกำหนดโทษไว้
ส่วนที่สอง ความผิดเกี่ยวกับรถ ตามมาตรา 140 ที่กล่าวถึงความผิดเกี่ยวกับรถให้ ตำรวจจราจรจะออกใบสั่งหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้

ดังนั้นความผิดเกี่ยวกับรถที่จราจรออกใบสั่งได้ จึงเป็นความผิด ตาม พรบ จราจร ฉบับนี้ ตามความในมาตรา 145 นั้นแล้ว
ความผิดเดี่ยวกีบรถที่จราจรออกใบสั่งมา จึงว่ากล่าวได้ในอำนาจพงส ตามมาตรา 145
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 06/08/2016 9:57 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ต่อ.

ส่วนกรณีความตามพระราชบัญญญัติจราจรฉบับนี้ ที่ห้ามว่ากล่าว นั้น. มาตรา 145 ก็บอกไว้ชัดเจนแล้ว
ซึ่งมิได้บัญญัติ ห้าม พงส ว่ากล่าวใบสั่งในความผิดเกี่ยวกับรถแต่อย่างใดเลย

อีกเหตุผลหนึ่งที่สนับสนุนว่า. พงส ว่ากล่าวใบสั่งผิดพรบ รถยนต์ ได้ก็คือ

ตามม 140 ตำรวจจราจร ที่ ว 4 ในถนนยังมีอำนาจว่ากล่าวความผิดเกี่ยวกับรถได้

แต่เมื่อเจาไม่ว่ากล่าว ออกใบสั่งมา. เมื่อใบสั่งมาถึงมือ พงส

พงส ซึ่งมีอำนาจสอบสวนเปรียบเทียบความผิดทุกเรื่อง ทุกกรณี ตาม พรบ จราจรฉบับนี้ ที่เป็นคดีเปรียบเทียบได้
ยิ่งต้องมีอำนาจว่ากล่าวได้ในความปิดเกี่ยวกับรถ เช่น ตำรวจจราจรในสนาม ด้วยกลักยิ่งค้องเป็นเช่นนั้น

จึงต้องตีความว่า. คำว่า ความผิดตาม พรบ จร ฉบับนี้ รวมถึง
ความผิดเกี่ยวกับรถตามมาตรา 140ด้วยที่ พงส มีอำนาจว่ากล่าวได้
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 06/08/2016 2:36 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มาตรา 140 เมื่อ เจ้าพนักงานจราจร หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ พบว่าผู้ขับขี่ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม...."บทบัญญัตแห่งพระราชบัญญัตินี้"...... หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้น ๆ จะว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่หรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระ ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบก็ได้ ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ก็ให้ติดหรือผูก ใบสั่งไว้ที่รถที่ผู้ขับขี่เห็นได้ง่าย

มาตรา 145........ "บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้"...... นอกจากความผิดที่กำหนดโทษไว้ในมาตรา 157/1(ไม่ยอมทดสอบสารเสพติดตามสั่งเจ้าพนักงาน, ไม่ยอมทดสอบเมาเฉพาะตามสั่งของผู้ตรวจการเท่านั้น) มาตรา 159 มาตรา 160 และ มาตรา 160ทวิ และมาตรา 160 ตรี ให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวน ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจ เปรียบเทียบหรือว่ากล่าวตักเตือนได้

สังเกตุการใช้คำตามมาตรา 140 ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัตื บทบัญญัติแห่งพระบัญญัตินี้".....ต้องหมายถึงกระทำการครบองค์ประกอบความผิดตามที่ พรบ จราจร บัญญัติไว้เท่านั้น

หรือ ฝ่าฝืนบทบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับรถนั้นๆ ตรงนี้ต้องหมายถึง กระทำการครบองค์ประกอบความผิดกฎหมายเกี่ยวกับ
การฝ่าฝืนกฎหมายทั้งสองดังกล่าว มาตรา 140 ให้อำนาจออกใบสั่งหรือว่ากล่าวได้ไม่ว่าจะฝ่าฝืนความผิดกฎหมายจราจร หรือ กฎหมายเกี่ยวกับรถ ก็ตาม


ส่วนมาตรา 145 ใช้คำว่า. บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้.......

บรรดา พจนานุกรม แปลว่า ทั้งหลาย ทั้งปวง

ฉะนั้น คำว่า บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ จึงต้องหมายถึง ความผิดทั้งหลาย ทั้งปวง ( all ) ไม่ว่าจะเป็นความผิดกฎหมายจราจร หรือความผิดกฎหมายเกี่ยวกับรถที่ ออกใบสั่งได้ ตามที่พระราชบัญญัตินี้กล่าวถึงการใช้อำนาจออกใบสั่งไว้. เป็นความผิดที่ พงสมีอำนาจ เปรียบเทียบหรือว่ากล่าวได้ทั้งสิ้น

สรุป มาตรา 145 ให้อำนาจ พงส เปรียบเทียบหรือว่ากล่าวได้ทั้งสิ้น. ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายจราจร หรือฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับรถก็ตาม
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 06/08/2016 5:11 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายจราจร เช่น ฝ่าฝืนไฟแดง
ความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับรถ เช่น ไม่มีสำเนาสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ ผิดตามพรบ รถยนต์

ความผิดเหล่านี้ ล้วนเป็นความผิดเพราะฝ่าฝืนข้อห้ามหรือข้อปฎิบัติ (mala. Prohibita) ที่มีอัตราโทษปรับสถานเดียวไม่เกินหมื่นบาท หรือเป็นความผิด
ไม่เกินลหุโทษ ด้วยกันทั้งสิ้น

พรบ จราจร ม140 จึงได้วางหลักกฎหมายให้อำนาจ ตำรวจจราจรที่พบความผิดว่ากล่าวตักเตือนก็ได้ หรืออออกใบสั่งก็ได้
และ มาตรา 145 บรรดาความผิดทั้งหลาย ทั้งปวง. ที่กล่าวถึงไว้ใน. พรบ จราจร จึงต้องรวมถึงความผิดเกี่ยวกรถที่ออกใบสั่งได้ ให้เป็น
ความผิดที่ พงส มีอำนาจเปรียบเทียบหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้

ซึ่งจะสอดคล้องกับ การใช้อำนาจของตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการจราจรบนท้องถนนว่า
กลุ่มความผิด mala prohibita ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร หรือ. การฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับรถเป็นความผิด
ที่จนท รัฐผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ จะออกใบสั่งเพื่อให้ไปชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของพงสก็ได้ หรือจะว่ากล่าวตักเตือนก็ได้
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 06/08/2016 10:19 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เคียงเลตะวันออก บันทึก:
...ตามกระทู้ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ นะครับ ถ้าเป็น พ.ร.บ.จราจรทางบก พงส.ว่ากล่าวตักเตือนได้เว้นความผิดบางฐานเท่านั้น ซึ่งต้องส่งฟ้องศาลอย่างเดียว ส่วน พ.ร.บ.รถยนต์ นั้น ไม่มีบทบัญญัติมาตราใด ที่ให้อำนาจ พงส. ว่ากล่าวตักเตือนได้แต่อย่างใด รึว่ามี มาตราใดครับท่าน
อมยิ้ม อมยิ้ม อมยิ้ม อมยิ้ม


มาตรา 145 นั่นแหละครับ ที่ให้ พงส เปรียบเทียบหรือว่ากล่าวความผิด ตาม พรบ รถยนต์ ที่เป็นความผิดเกี่ยวกับรถที่ตำรวจจราจรออกใบสั่งมาในอำนาจของเขาตามมาตรา140

ทั้งนี้เพราะ มาตรา 145 ใช้คำว่า. บรรดาความผิดทั้งหลายตาม พรบ นี้ จึงต้องหมายถึงความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายจราจรอย่างหนึ่ง กับ ความผิดเกี่ยวกับรถที่เป็นอำนาจออกใบสั่งของตำรวจจราจร อีกอย่างหนึ่ง

ดังนั้นใบสั่งความผิดรถยนต์ พงส จึงมีอำนาจว่ากล่าวตามมาตรา 145 ได้
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 06/08/2016 11:00 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความผิดเกี่ยวกับรถที่ตำรวจจราจร ตามมาตรา 140 ให้มีอำนาจออกใบสั่งได้ ว่ากล่าวก็ได้ นั้น. ความผิดเกี่ยวกับรถนี้ ย่อมอยู่ในความหมายของคำว่า

บรรดาความผิดทั้งหลายตาม. พรบ นี้ แห่งมาตรา 145 ที่ให้พงส มีอำนาจเปรียบเทียบได้หรือว่ากล่าวก็ได้ด้วย

ฉะนั้น ใบสั่งผิดฐานไม่มีใบขับขี่ผิดตาม พรบ รถยนต์ พงส จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 145 แห่งพรบจราจร2522 ว่ากล่าวได้

แต่ส่วนมาก. อำนาจว่ากล่าว ผกก ในฐานะ หน พงส จะสงวนไว้ให้เป็นอำนาจของ. หน สภ หรือ. รอง. ผกก. จะไม่ปล่อยให้
พงส. ว่ากล่าวได้ทุกคน. เพื่อความเรียบร้อยในการใช้มาตรการว่ากล่าว
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 07/08/2016 10:05 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แต่ถ้าข้อเท็จจริงเปลี่ยน. เช่น

สำนวนคดีแขวง ผตห ขับรถยนต์ประมาทชนกันมีผู้อื่นเจ็บสาหัส และ ผตห ไม่มีใบขับขี่รถยนต์

อย่างนี้ พงส ว่ากล่าวในข้อหา ไม่มีใบขับขี่ไม่ได้ต้องดำเนินคดีไปตามหน้าที่.

เพราะกรณีข้อหาไม่มีใบขับขี่รถยนต์ตาม ขทจ นี่ ไม่ใช่ความผิดที่ ตำรวจจราจรพบและออกใบสั่งตามมาตรา 140

จึงไม่ใช่ ความผิดทั้งหลายตามมาตรา 145 ในอำนาจว่ากล่าวของ พงส
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 08/08/2016 10:04 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มาตรา 145 บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากความผิดที่กำหนดโทษไว้ในมาตรา 157/1 มาตรา 159 มาตรา 160 และ มาตรา 160ทวิ และมาตรา 160 ตรี ให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวน ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจ เปรียบเทียบหรือว่ากล่าวตักเตือนได้

ที่ท่านบอกว่า บรรดา...ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ความผิดตาม พรบ.จราจรฯ และรวมไปถึงความผิดเกี่ยวกับรถในอำนาจออกใบสั่งของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่(ตำรวจที่ทำหน้าที่ควบคุมการจราจร) พงสฯ ย่อมมีอำนาจเปรียบเทียบก็ได้ และ ว่ากล่าวตักเตือนก็ได้เมื่อตำรวจจราจรออกใบสั่งมาเท่านั้น ไม่สามารถว่ากล่าวความผิดเกี่ยวกับรถเช่นข้อหาไม่มีใบขับขี่ได้ด้วยหากต้องทำสำนวนคดีนั้น

เห็นแตกต่างว่า เมื่อมาตรา 145 บัญญัติไว้ว่า ให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวน ตาม ปวิอ เปรียบเทียบหรือว่ากล่าวตักเตือนได้ จึงต้องรวมไปถึงทุกคดีที่พนักงานสอบสวนใช้อำนาจทำการสอบสวนทำสำนวนทุกประเภทคดี ไม่ว่าจำเป็นสำนวนศาลแขวง ศาลจังหวัด หากเป็นคดีความผิดตาม พรบ.จราจรทางบก ปนกับคดีอาญา

เช่น ผู้ต้องหาทำผิดในข้อหา ขับรถฝ่าฝืนสัญญานไฟแดง ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ ขับรถประมาทเป็นเหตุรถชนกันมีผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือ ตาย กรณีความผิดหลายข้อหาเหล่านี้ มีลักษณะความผิดหลายกรรม ได้แก่

-ฐานฝ่าฝืนไฟแดงกรรมหนึ่ง
-ขับรถไม่มีใบขับขี่อีกรรมหนึ่ง
-ส่วนข้อหาขับรถประมาทตามมาตรา 43 แห่งพรบ.จราจร เป็นกรรมเดียวกับกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้อื่นได้รบบาดเจ็บสาหัสหรือตาย เป็นกรรมเดียวกันต้องลงโทษในบทหนักตาม ป.อาญา

ดังนั้นเมือ ม.145 แห่ง พรบ.จราจร ให้อำนาจ พงสฯ เปรี่ยบเทียบหรือว่ากล่าวตักเตือนในความผิดเกี่ยวกับรถได้ การทำสำนวนคดีดังกล่าว พงสฯ ย่อมมีอำนาจว่ากล่าวตักเตือนในอำนาจได้ทั้งข้อหาฝ่าฝืนไฟแดง .ขับรถไม่มีใบขับขี่ เพราะข้อหาเหล่านี้มีอายุความสั้น ไม่เกินหนึ่งปี เมื่อได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีจึงต้องเร่งรัดดำเนินคดีเหล่านี้ให้เสร็จสิ้นได้ ในอำนาจพนักงานสอบสวน ส่วนข้อหา ขับรถประมาทมีผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสหรือตาย อายุความยาวกว่า ซึ่งต้องส่งคดีให้อัยการฟ้องศาลต่อไป

ทั้งนี้เนื่องจาก หากผู้ต้องหาปล่อยชั่วคราว หรือ แจ้งข้อหาแล้วปล่อยไปโดยไม่ควบคุม จนต่อมาผู้ต้องหาหลบหนีไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามนัด จนเวลาล่วงเลยไปเกินหนึ่งปี เมื่อได้ตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีมาในภายหลัง หากไม่ได้ดำเนินคดีในข้อหาเบาให้เสร็จส้ินไปก่อน เช่นฝ่าฝืนไฟแดง ไม่มีขับขี่ ก็ไม่สามารถดำเนินคดีข้อหาเบาได้แล้วเพราะหมดอายุความไปแล้ว
ส่วนข้อหาหนักศาลแขวงหรือศาลจังหวัดแล้วแต่กรณี ส่งสำนวนให้อัยการดำเนินคดีได้หากข้อหาหนักยังไม่ขาดอายุความฟ้อง

ฉะนั้น ความผิดในข้อหาเบาในอำนาจเปรียบเทียบ หรือ ว่ากล่าว ในอำนาจพนักงานสอบสวนตาม พรบ.จราจร ม.145 พงสฯ จึงชอบที่จะใช้อำนาจเปร่ียบเทียบหรือว่ากล่าวให้เสร็จสิ้นลงไปได้ กรณีว่ากล่าวในความผิดตามพรบ.จราจรฯหรือความผิดเกี่ยวกับรถ ต้องทำบันทีกว่ากล่าวในอำนาจให้เสร็จสิ้นในอายุความและติดสำนวนไว้เป็นหลักฐาน แล้วดำเนินคดีในข้อหาหนักส่งอัยการฟ้องต่อไป

สรุป ในสำนวนการสอบสวนหากมีข้อหาผิด พรบ.จราจร และ ความผิดเกียวกับรถ พนักงานสอบสวนย่อมใช้อำนาจว่ากล่าวตักเตือนได้ตามอำนาจแห่ง ม.145 แห่ง พรบ.จราจรทางบก
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 08/08/2016 10:56 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อย่างไรก็ตาม

แม้ว่า พงสฯ จะมีอำนาจว่ากล่าวตักเตือน ตามม.145 หากต้องทำสำนวนคดีเพราะมีข้อหาขับรถประมาทมีผู้อื่นบาดเจ็บเล็กน้อย คดี ลหุโทษ หรือ บาดเจ็บสาหัส คดีแขวง หรือ ตาย คดีศาลจังหวัด ก็ไม่ควรใช้อำนาจว่ากล่าวในความผิดจราจรหรือความผิดเกี่ยวกับรถ

แต่ควรเลือกใช้อำนาจเปรียบเทียบ เพื่อให้ผู้ต้องหาชำระค่าปรับให้เสร็จไปในข้อหาเบาทุกข้อหา เพื่อให้เข็ดหลาบ จะได้ไม่ฝ่าฝืนกฎจราจรที่ในใช้รถใช้ถนนอีกต่อไป
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 08/08/2016 11:20 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กระทู้เก่า

http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=27768&postdays=0&postorder=asc&start=60
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 11/10/2016 3:12 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=220232#220232
มาต่อกระทู้นี้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงศ์อมร
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 11/02/2013
ตอบ: 4

ตอบตอบ: 21/03/2020 1:44 pm    ชื่อกระทู้: Re ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ใช่ครับ เฉพาะ"เจ้าพนักงานจราจร"หรือ"พนักงานเจ้าหน้าที่" ไม่เกี่ยวกับ พงส. ครับ

พงส.สมทบ บันทึก:
ดู พ.ร.บ.จราจรฯ ม. 140 นะครับ เมื่อเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ คำว่ากฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ หมายถึงกฎหมายอื่นๆ ...... ที่บัญญัติถึงเรื่องที่จะนำรถมาใช้ในทาง....เช่น พ.ร.บ.รถยนต์ฯ พ.ร.บ.การขนส่งทางบกฯ พ.ร.บ.ทางหลวงฯ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ ดังนั้นเมื่อ พนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรฯหรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆจะว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่หรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบก็ได้ เน้น ก็ได้ นะครับ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ เป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานจราจรหรือพนัก
งานเจ้าหน้าที่โดยแท้ สรุปคือใช้ได้ 2 ทางอันไหนก็ได้........ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1494

ตอบตอบ: 04/07/2020 12:16 am    ชื่อกระทู้: Re ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พงสฯมีอำนาจเปรียบเทียบปรับ หรือว่ากล่าวตักเตือนได้ตามมาตรา 145 ในความผิดตาม พรบ.ฉบับนี้ เว้นบางข้อหาที่กำหนดไว้

พรบ.ฉบับนี้ มีความผิดสองส่วนที่ให้อำนาจตำรวจจราจร ออกใบสั่งได้ ได้แก่ ความผิดตาม พรบ.จราจร ที่อยู่ในอำนาจเปร่ียบเทียบประการหนึ่ง กับ ความผิดเกี่ยวกับรถที่อยู่ในอำนาจเปรียบเทียบอีกประการหนึ่ง ความผิดทั้งสองส่วนจึงอยู่ในความหมายของ ความผิดตาม พรบ.ฉบับนี้

ฉะนั้นเมื่อ ตำรวจจราจรออกใบสั่งความผิดเกียวกับรถ เช่น ฐานไม่มีใบขับขี่ ผู้รับใบสั่งมารายงานตัว พงสฯย่อมใช้อำนาจเปรียบเทียบหรือว่ากล่าวใบสั่งนั้นได้ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 145 นั่นเอง เพราะความผิดเกี่ยวกับรถฐานไม่มีใบขับขี่ก็เป็นความผิดส่วนหนึ่ง ตาม พรบ.ฉบับนี้เช่นกัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1494

ตอบตอบ: 04/07/2020 6:22 pm    ชื่อกระทู้: Re ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ม 140.
ความผิดที่ออกใบสั่งได้ = ความผิดตาม “บทบัญญัติ แห่ง พรบ ฉบับนี้” เว้นมาตรา..... + ความผิดเกี่ยวกับรถ

ม 145
ความผิดที่ พงส เปรียบเทียบหรือว่ากล่าวได้ = ความผิดที่ออกใบสั่งได้และใบสั่งถึงมือ พงส + ความผิดตาม “บทบัญญัติแห่งพรบฉบับนี้” ที่ พงส สอบสวนแจ้งข้อหา เว้นมาตรา ....=บรรดา ความผิดตาม พรบ นี้

โปรดสังเกตุการเขียนตัวบท เขียนต่างกัน
ม 140 ใช้คำว่า บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้. มีคำว่าบทบัญญัติ



ม145 ใช้คำว่า บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่มีคำว่าบทบัญญัติ แต่มีคำว่า “บรรดา”
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1494

ตอบตอบ: 04/07/2020 8:15 pm    ชื่อกระทู้: Re ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตอบกระทู้

พงส มีอำนาจเปรียบเทียบ หรือ ว่ากล่าวตักเตือน คดีผิดตาม พรบ รถยนต์ ที่ออกใบสั่งจราจรได้
โดย อาศัยอำนาจตาม พรบ จร มาตรา 145 ประกอบ 140
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3  ถัดไป
หน้า 2 จากทั้งหมด 3

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.12 วินาที