Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - เหตุเกิดบนสะพานมี 2 เลน
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

เหตุเกิดบนสะพานมี 2 เลน
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จราจร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
win2512
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 12/09/2019
ตอบ: 1

ตอบตอบ: 12/09/2019 9:13 pm    ชื่อกระทู้: เหตุเกิดบนสะพานมี 2 เลน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เหตุเกิดบนสะพานมี 2 เลน

และรถติดทั้งสองเลนเป็นทางยาว ผมขับรถมอเตอร์ไซต์บนสะพาน มุ่งตรงมา โดยขับระหว่างช่องทาง 1 และ 2 มีมอเตอร์ไซต์ที่มาจากขอบสะพานด้านซ้ายช่องทาง 1 เลี้ยวเข้ามากีดขวางการจราจรแบบกระชั้นชิด(ตัดหน้า)ต่อมอเตอร์ไซต์ผม ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องชน ผมจึงชนมอเตอร์ไซต์ที่มาตัดหน้า แล้วรถมอเตอร์ไซต์ที่มาตัดหน้ามอเตอร์ไซต์ผมไปเฉี่ยวกันชนหน้ารถเก๋ง กันชนรถเก๋งด้านซ้ายปริออกประมาณคืบกว่า ๆ บริษัทประกันรถเก๋งเรียกค่าซ่อมกันชนจากผม ประมาณ 9000 กว่า (ทั้งที่กันชนรถเก๋งปริออกประมาณคืบกว่า ไม่ได้เสียมากมายนัก คือ เช่น กันชนไม่ได้แตกหักตรงกลาง และผมไม่ได้เป็นคนชนกันชนรถเก๋ง) ผมไม่ใช่ต้นเหตุปัญหา การแก้ไขปัญหาตามหลักทางพระพุทธศาสนาหรือแม้กระทั่งหลักทางโลก ต้องแก้ที่ต้นเหตุ

ต้นเหตุปัญหาคือ มอเตอร์ไซต์ที่มากีดขวางการจราจรแบบกระชั้นชิด(ตัดหน้า)ผม บริษัทประกันต้องไปเก็บเงิน 9000 ที่ต้นเหตุปัญหาคือ มอเตอร์ไซต์ที่มาตัดหน้ามอเตอร์ไซต์ผม ไม่ใช่มาเก็บที่ผม (กลับกันถ้าผมเป็นต้นเหตุ คือผมเป็นมอเตอร์ไซต์ที่มาตัดหน้ามอเตอร์ไซต์ผม ผมจะใช้ค่าเลียหายให้รถเก๋งทั้งหมด หรือกรณีถ้าผมขับไปชนรถเก๋งเอง โดยไม่มีรถคันอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นแหล่ะ ผมถึงจะชดใช้ค่าเสียหายให้ ผมคิดว่าจะไม่จ่ายค่าซ่อมตามบิลที่บริษัทประกันส่งมา และคิดว่าบริษัทประกันคงต้องฟ้องศาล ผมจึงวางแผนต่อสู้คดี ตามเหตุผลที่ผมบอก ผมใม่ใช่ต้นเหตุผมจึงไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมกันชน)

ในบันทึกประจำวัน ร้อยเวรบอกว่าความประมาทเกิดจากการขับขี่ของผู้ต้องหาทั้งสอง (รถที่มาตัดหน้าผมเป็นผู้ต้องหาที่ 1 ผมเป็นผู้ต้องหาที่ 2) วันที่ชนผมตกใจมากเพราะเป็นครั้งแรก จึงเสียค่าปรับไป 400 ร้อยเวรบอกผมประมาทน่าจะเป็นเพราะผมขับรถระหว่างช่องทาง 1 และ 2 (ในสำเนาบันทึกประจำวันมีตัวปั๊มว่าผิดตาม ม.43 แต่ข้อวงเล็บในตัวปั๊มไม่ชัด จากที่ดูน่าจะเป็น (4) คือโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
แต่การประมาทน่าจะเป็น เช่น ผมขับรถจยย.แล้วในขณะขับผมหลับตาแล้วไปชนรถคนอื่น ๆ อะไรทำนองนี้มิใช่หรือครับ ดังนั้น ผมจึงไม่ได้ประมาท
(สะพานที่ผมขับนี้ประมาณ 80 % ของรถมอเตอร์ไซต์เวลารถติดก็ขับระหว่างช่องทาง 1 และ 2 ทั้งนั้น 20 % ของรถมอเตอร์ไซต์ขับติดขอบสะพานซึ่งขอบสะพานถนนก็ขรุขระ มีทรายบนพื้นเสี่ยงต่อการลื่นล้ม น้ำขัง ขยะต่าง ๆ เช่น เศษไม้ เสื้อผ้า ฯลฯ)

ที่น่าสนใจคือ ร้อยเวรบอกว่าการขับมอเตอร์ไซต์ที่ถูกคือ ต้องขับต่อรถเก๋ง(คล้าย ๆ มอเตอร์ไซต์เป็นรถเก๋งคันหนึ่งไปเลย) ซึ่งผมคิดว่าไม่เคยเห็นถนนไหนเลยที่มอเตอร์ไซต์ขับต่อตามหลังรถเก๋งเวลารถติด และผมยังกูเกิลค้นดูรูปสภาพการจราจรของประเทศต่าง ๆ เช่น จีน อเมริกา ญี่ปุ่น เวียดนาม ก็ไม่เห็นภาพมอเตอร์ไซต์ประเทศนั่นที่ต่อแถวยาวเรียงหนึ่งเลยหรือไม่เห็นภาพที่ เช่น มอเตอร์ไซต์เวลารถติดไปหยุดหลังรถเก๋งเลยแล้วมีรถเก๋งตามหลังมอไซต์แล้วต่อด้วยด้วยเก๋งและต่อด้วยมอไซต์เลยครับ มีแต่อยู่ในช่องระหว่างเลน

2 วันต่อมาผมไป สน.อีก ผมอธิบายว่าผมไม่ผิดจนร้อยเวรบอกว่าจะคืนค่าปรับ 400 ให้ผม แต่ปัจจุบันยังไม่ได้คืน
หลายวันต่อมาผมนั่งค้นคว้าข้อมูลจนเห็นว่าจริง ๆ แล้วผมไม่ได้เป็นผู้ต้องหา แต่ผมเป็นผู้เสียหายที่ 1 เพราะเขามาตัดหน้าผม ผมชนแล้วรถผมล้ม และรถเก๋งเป็นผู้เสียหาย 2
กรณีที่ผมประมาทต้องเป็นกรณีผมขับรถตามมอเตอร์ไซต์คันนี้ แล้วผมขับเข้าชนเขา แล้วเขาไปชนรถเก๋ง
และกรณีประมาทร่วม คือ มอเตอร์ไซต์ผมกับมอเตอร์ไซต์คันนี้ไปชนรถเก๋งพร้อมกัน

คำถามครับ
1.
1.1 ผมจะไปแจ้งความสร้างบันทึกประจำวันใหม่เพื่อเปลี่ยนให้ผมเป็นผู้เสียหาย เพราะผมคิดว่าเหตุที่บริษัทประกันส่งบิลให้ผมเพราะในบันทึกประจำวันบอกว่าผมประมาท การสร้างบันทึกประจำวันใหม่ทำได้ใช่ไหมครับ และถ้าตำรวจไม่รับแจ้งความ ตำรวจผิดไหมครับ และถ้าตำรวจไม่รับแจ้งความ ผมจะต้องทำอย่างไรต่อไปครับ
แนวคิดข้อ 1.1 นี้คือ ผมจะนำบันทึกลงประจำวันใหม่ที่มีรายละเอียดว่า ผมไม่ได้เป็นผู้ต้องหา ผมเป็นผู้เสียหาย เพื่อนำบันทึกประจำวันใหม่นี้ส่งให้บริษัทประกัน เพื่อให้บริษัทเป็นหลักฐานให้บริษัทประกันเข้าใจใหม่ แล้วไปเก็บเงินจากผู้ต้องหาที่ 1 ที่มาตัดหน้าผมครับ เขาจะได้เข้าใจเรื่องราว และไม่ส่งฟ้องศาลผม
(เพราะบิลที่บริษัทประกันส่งมามีบันทึกประจำวันที่ระบุว่าผมเป็นผู้ประมาท ผู้ต้องหา แต่ผมก็เป็นผู้ต้องหาที่ 2 บริษัทประกันก็เป็นบริษัทอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ทำไมคิดไม่ออกว่าต้องไปเก็บกับผู้ต้องหาที่ 1 นะครับ (จากค่าเสียหายประมาณ 9000 ผมคิดว่าประกันน่าจะเก็บผมคนเดียว) ชวนให้แอบคิดเล็ก ๆ คิดว่าบริษัทประกันส่งบิล 9000 เก็บผมและรถมอเตอร์ไซต์ที่มาตัดหน้าผมพร้อมกัน เรียกว่า เก็บทั้งสองทางเลย ชวนให้คิดได้อย่างนั่้นหรือเปล่าครับ อย่างไร แต่คิดว่าบริษัทประกันคงไม่ทำ)

หมายเหตุ บิลที่บริษัทประกันส่งมา ไม่มีภาพที่รถเสียหายเลยครับ (มีใบประหน้า ฟอร์มจ่ายเงิน บันทึกประจำวัน บิลค่าแรง บิลค่าของ) ชวนให้น่าสงสัยว่าคิดค่าเสียหายเกินจริง ตามความเข้าใจทั่ว ๆ ไป บิลจะต้องมีภาพรถที่เสียหายด้วย เพราะภาพรถที่เสียหายเป็นสาระสำคัญ ตรงนี้มีประเด็นไหมครับ อย่างไร

1.2 รถเก๋งคันที่ถูกรถจยย.ที่มาตัดหน้าแบบกระชั้นชิดต่อจยย.ผมแล้วผมจึงชนมอเตอร์ไซต์มาตัดหน้า แล้วรถมอเตอร์ไซต์ที่มาตัดหน้ามอเตอร์ไซต์ผมไปเฉี่ยวกันชนหน้ารถเก๋ง รถเก๋งวิ่งเลนขวาครับ
แต่รถเก๋งที่วิ่งขวานั้นก็คือการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 34 (น่าจะเป็นไม่ชิดซ้าย)
อย่างนี้ รถเก๋งถือว่าผิด ประมาทร่วมไหมครับ(ที่วิ่งเลนขวา) อย่างไร
(ถ้ารถเก๋งวิ่งเลนซ้าย แล้วถูกชน รถเก๋งไม่ผิด) :

1.3 และถ้ารถเก๋งผิดประมาทร่วม(ที่วิ่งเลนขวา) นั่นคือ ผู้หญิงคนขับรถเก๋งเป็นผู้ต้องหาใช่ไหมครับ และถ้าเป็นผู้ต้องหา ผู้หญิงคนขับรถเก๋งจะเรียกร้องค่าเสียหายจากจยย.ที่มาตัดหน้าแบบกระชั้นชิดผม ได้ไหมครับ อย่างไร หรือว่าถ้ารถเก๋งผิดประมาทร่วมต้องจ่ายใครจ่ายมันครับ อย่างไร

2.
2.1 บริษัทประกันรถเก๋งเรียก ค่าซ่อมกันชนจากผม ประมาณ 9000 กว่า (ทั่งที่กันชนรถเก๋งปริออกประมาณคืบกว่า ไม่ได้เสียมากมายนัก เช่น กันชนไม่ได้แตกหักตรงกลาง) 9000 มันเกินไปหรือเปล่า เพื่อนผมคนหนึ่งบอกว่า กันชนรถเก๋งที่ปริออก บางที่แค่ติดกิฟก็เข้าที่เข้าทางแล้ว ผมว่าบริษัทประกันต้องบอกให้เจ้าของรถเก๋งทำอย่างนี้ บริษัทประกันไม่ชอบมาพากลครับ ทำเกินกว่าเหตุ ถามถ้าท่านมีประสบการณ์เรื่องนี้ ท่านมีความเห็นอย่างไร เราสามารถร้องสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือสมาคมประกันภัยให้มาตรวจค่าซ่อมที่เกินกว่าเหตุได้ไหมครับ อย่างไร และถ้าตรวจแล้วผล คือ บริษัทประกันคิดค่าซ่อมที่เกินกว่าเหตุ บริษัทประกันผิดตามกฎหมายใด อย่างไร รวมถึงเจ้าของรถเก๋ง(ที่ไปร่วมกับบริษัทประกัน)ที่กันชนปริออกผิดไหมครับ ถ้าผิดผิดตามกฎหมายใด อย่างไร

2.2 สมมุติว่าถ้ากรณีนี้เป็นจริงนะครับ คือ
ผู้ต้องหาที่ 1 คือ รถจยย.ที่มากีดขวางการจราจรแบบกระชั้นชิด(ตัดหน้า)ต่อมอเตอร์ไซต์ผม
ผู้ต้องหาที่ 2 คือ ผม
ผู้เสียหาย คือ ผู้หญิงเจ้าของรถเก๋ง
คำถามที่จะถาม คือ สัดส่วนการชดใช้ ถ้าจะคิดอย่างนี้ ถูกต้องไหมครับ อย่างไร คือ
ผู้ต้องหาที่ 1 ผิด 3 ส่วน คือ
ส่วน 1 ขับรถแทรกช่องทาง 1 และ 2
ส่วน 2 ขับรถกีดขวางการจราจรแบบกระชั้นชิด(ตัดหน้า)ต่อมอเตอร์ไซต์ผม
ส่วน 3 ขับรถไปเฉี่ยวกันชนหน้ารถเก๋งด้านซ้ายจนกันชนรถเก๋งปริออกประมาณคืบกว่า ๆ

และผมผู้ต้องหาที่ 2 ผิด 1 ส่วน คือ
ส่วน 1 ขับรถแทรกช่องทาง 1 และ 2 (ซึ่งผมยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นการประมาทขับ เพราะการประมาทน่าจะเป็น เช่น ผมขับรถจยย.แล้วในขณะขับผมหลับตาแล้วไปชนรถคนอื่น ๆ อะไรทำนองนี้มิใช่หรือครับ ดังนั้น ผมจึงไม่ได้ประมาท อีกทั้งคำที่ตำรวจใช้ในบันทึกประจำวัน คือ ผมขับแทรกระหว่างช่องทาง 1 และ 2
คำว่า แทรก ผมได้ค้นใน พรบ. จราจร 2522 ไม่มีเลยนะครับ โดยเฉพาะมาตรา 43
--------------------------------
มาตรา ๔๓ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ
(๑) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ
(๒) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
(๓) ในลักษณะกีดขวางการจราจร
(๔) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
(๕) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย
(๖) คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ
(๗) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือคนพิการ
(๘) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
(๙)[๑๗] ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนาโดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น
----------------------------------------
จะเห็นว่ามาตรา 43 ไม่มีเขียนบอกว่าห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถแทรกระหว่างช่องทาง 1 และ 2 เลยครับ
แล้วขับรถแทรกผิดตาม มาตรา 43 ได้อย่างไรครับ)

กลับมาที่สัดส่วนการชดใช้
สรุปจะเห็นว่า
ผู้ต้องหาที่ 1 ผิด 3 ส่วน
ผมผู้ต้องหาที่ 2 ผิด 1 ส่วน
นั่นคือ ผู้ต้องหาที่ 1 ผิด 3 ส่วน ต้องชดใช้ 3 ใน 4 ผมผู้ต้องหาที่ 1 ผิด 1 ส่วน ต้องชดใช้ 1 ใน 4
อย่างนี้ คิดถูกหรือไม่ อย่างไร (กรณีนี้ไม่ใช่กรณีหารเท่ากันหรือแบ่งจ่ายคนละครึ่ง)

2.3 ตอนวันที่ไกล่เกลี่ยคดี ผมได้ยินร้อยเวรพูดว่า ค่าเสียหายถ้าไม่เกิน 20,000 บาท บริษัทประกันจะออกให้เลยโดยไม่ไปเก็บจากผู้ต้องหา
ตรงนี้ร้อยเวรพูดเท็จพูดจริง อย่างไรครับ แล้วทำไมบริษัทประกันส่งเอกสารใช้ค่าสินไหมมาให้ผม ในเมื่อ 9000 ไม่เกิน 20000

3. หนังสือที่บริษัทประกันส่งมา ระบุว่า ให้ผมชดใช้ภายใน 7 วัน พร้อมดอกเบี่ย 7.5 %
3.1 บริษัทประกันกำหนดระยะเวลาสั้น ๆ ชดใช้ภายใน 7 วัน อย่างนี้ได้ด้วยหรือครับ ทำไมไม่ให้เวลามากกว่านี้ (อย่างศาลปกครองเขาให้เวลาประมาณ 1 เดือน)
3.2 แล้วดอกเบี่ย 7.5 % ทำได้ด้วยหรือครับ เอากฎหมายข้อไหนมาอ้าง

ถามมากข้อ ขออภัยด้วยครับ
ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยครับ
ขอบคุณครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Busba1122
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 27/09/2019
ตอบ: 17

ตอบตอบ: 10/10/2019 1:45 pm    ชื่อกระทู้: เหตุเกิดบนสะพานมี 2 เลน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณข่าวสารค่ะ สบายสบาย

คลิ๊ก : ufa
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จราจร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.08 วินาที