Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> อำนาจสอบสวน
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 09/09/2015 9:25 pm    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2477/A/701.PDF

พรบ.วิธีพิจารณาความอาชญาแก้ไขเพิ่มเติม 2477 ตามลิงค์ข้างบน ให้อำนาจสารวัตรตำรวจนครบาลขึ้นไป ในจังหวัดพระนครและธนบุรี ซึ่งทำหน้าที่เป็นโจทก์ฟ้องคดีในศาลโปรีสภา มีอำนาจเปรียบเทียบคดีอาญาได้อีกด้วย

กฎหมายฉบับนี้ ได้วางเงื่อนไขเพื่อให้คดีอาญาระงับในชั้นเจ้าพนักงานโดยไม่ต้องฟ้องศาล เพื่อให้เคลียร์คดีอาญาเล็กน้อยซึ่งแต่เดิมก่อนหน้านั้น ต้องไปฟ้องศาลโปรีสภาตัดสินคดี
โดยในยุคนั้นใช้ระบบไต่สวน ในจังหวัดพระนครและธนบุรีเมื่อตำรวจนครบาลพบความผิด จับตัวผู้ต้องหามาแล้ว ต้องนำส่งศาลโปรีสภาเพื่อฟ้องคดีใน 24 ชม ให้ศาลโปรีสภา ทำการไต่สวนมูลคดี ถ้าเป็นคดีเล็กน้อยศาลโปรีสภาก็ตัดสินคดีได้ หรือ ถ้าเป็นคดีโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท ก็ให้ศาลมีอำนาจเปรียบเทียบคดีได้ หากไต่สวนแล้วคดีมีมูลแต่เกินอำนาจศาลโปรีสภา จะต้องส่งคดีให้ศาลที่มีอำนาจเหนือขึ้นพิจารณาคดี ตาม พรบ.ให้ใช้วิธีพิจารณาความอาชญาไปพลางก่อน รศ. 115 ประกอบ พระธรรมนูญศาลที่ใช้ในยุคนั้น

เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะใช้ ป.วิอาญา อันเป็นกฎหมายในกระบวนยุติธรรมใหม่ ในปี พ.ศ. 2478 จึงต้องวางแผนแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้คดีในระบบเดิมตกค้างในศาลโปรีสภา ให้น้อยที่สุด จึงต้องสกัดกั้นมิให้มีคดีเล็กน้อยสู่ศาลโปรสภา ด้วยการ ติดอำนาจในสารวัตรตำรวจนครบาลผู้ฟ้องคดี มีอำนาจเปรียบเทียบคดีให้เสร็จในชั้นเจ้าพนักงาน แทนการฟ้องคดีต่อศาล จีงได้ตรา พรบ.ให้อำนาจสารวัตรนครบาลเปรียบเทียบคดีได้

พรบ.ฉบับนี้วางเงื่อนไข เพื่อให้คดีอาญาสิ้นสุดในชั้นเจ้าพนักงานโดยใช้ วิธีการเปรียบเทียบ วางเงื่อนไขแห่งการระงับคดีไว้ 4 ประการสำคัญได้แก่

1. กำหนดตัวผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ ได้แก่ ตำรวจนครบาลตำแหน่งสารวัตรตำรวจขึ้นไป

2. กำหนดประเภทคดี เป็นคดีลหุโทษ ตามกม.ลักษณะอาญา รศ 127 หรือคดีโทษปรับสถานเดียวไม่เกินสองร้อยบาท

3. กำหนดวิธีการเปรียบเทียบ ได้แก่ สอบถามคำยินยอมจาก ผู้เสียหายผู้ต้องหา ต้องยอมให้เปรียบเทียบก่อน ถ้ายอมให้กำหนดค่าปรับพึงชำระ ชำระค่าปรับใน 7 วัน ถ้าไม่ชำระในกำหนดให้ฟ้องคดีต่อศาลต่อไป

4. กำหนดผลของการเปรียบเทียบสำเร็จว่า ให้คดีนั้นเสร็จเด็ดขาด

พรบ.นี้ใช้แต่ 1 พ.ย. 2477 ไปสิ้นสุดระยะเวลาเมื่อใช้ ปวิอ ใน 1 ตค 2478 คือบังคับใช้เพียง 1 ปี

ทีนี้มาพิจารณาเนื้อหาแห่ง ปวิอ เกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งการเปรียบเทียบคดีอาญา จะมีเนื้อหาอยู่ในมาตรา 37 38 และ 39 วางเงื่อนไขเพื่อให้คดีระงับชั้นเจ้าพนักงานโดยไม่ต้องฟ้องคดีไว้เช่นเดียวกับ พรบ.ทีให้อำนาจสารวัตรนครบาลเปรียบเทียบได้ เหมือนกันทุกประการ กล่าวคือ กำหนดเงื่อนไขของการระงับคดีไว้ 4 ประการได้แก่

1. กำหนดตัวผู้มีอำนาจเปรียบเทียบได้แก่ กรมการอำเภอ สารวัตรตำรวจนครบาลขึ้นไป พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะ อยู่ที่ม37 (2) ( 3 ) ( 4 )

2. กำหนดประเภทคดีที่เปรียบเทียบได้แก่ คดีลหุโทษ หรือคดีโทษปรับสถานเดียวไม่เกินสองร้อยบาท

3. กำหนดวิธีการเปรียบเทียบไว้ที่ ม. 38 ตั้งสอบถามคำยินยอมผู้เสียหาย ผู้ต้องหา ถ้ายินยอมก็กำหนดค่าปรับพึงชำระ สั่งให้ชำระใน 15 วัน ถ้าไม่ชำระให้ฟ้องคดี

4. กำหนดผลของการเปรียบเทียบสำเร็จโดยชอบด้วยกฎหมายว่า มีผลให้ คดีอาญาเลิกกันตามมาตรา 37 ตอนต้น และมีผลต่อไปทำให้คดีเสร็จเด็ดขาดเรียกว่า สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับ ตามมาตรา 39(3)

นอกจากนี้ ปวิอ ยังเพิ่มเติม หลักการให้ผู้ต้องหาสมัครใจยอมชำระค่าปรับอย่างสูงเต็มจำนวนได้ด้วย จะมีผลให้คดีเลิกกัน ไว้ที่ 37 (1) อีกด้วย

หลักการของ บทบัญญัติว่าด้วยการเปรียบเทียบแห่ง ปวิอ ดังกล่าว จะเหมือนกับ หลักการของ พรบ.วิธีพิจารณาความอาชญาแก้ไขเพิ่มเติม 2477 ที่กำหนดเงื่อนไขแห่งการระงับคดีไว้เป็นอย่างเดียวกัน จึงสรุปเป็นเหตุผลได้ว่า มาตรา 37 38 39 เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการเปรียบเทียบคดีอาญา และมาตรา 37 อนู่ 2 3 และ 4 เป็นบทให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจเปรียบเทียบคดีอาญาได้

มาตรา 37 แห่ง ปวิอ มีการแก้ไขเพื่อให้เหมาะแก่ยุคสมัยสามครั้ง จนในปัจจุบัน อนุ 2 วางหลักการให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบคดีลหุโทษ คดีโทษปรับสถานเดียวไม่เกินหมื่นบาท อนุ 3 ให้อำนาจตำรวจในกรุงเทพมหานคร(นครบาล จังหวัดพระนครและธนบุรี มีอำนาจเปรียบเทียบในประเภทคดีเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตามอนุ 2 และ อนุ 4 พนักงานเจ้าหน้าที่ตามบทกฎหมายเฉพาะมีอำนาจเปรียบเทียบตามหลักเกณฑ์เงื่อนไชที่กฎหมายเฉพาะให้อำนาจไว้

ส่วน พรบ.เปรียบเทียบคดีอาญา 2481 วางหลักการให้ พงสฯทั่วราชอาณาจักรเปรียบเทียบคดีได้ เหตุผลอย่างหนึ่งที่เพิ่มเติมให้อำนาจพนักงานสอบสวนเนื่องจาก ในนครบาลยุคนั้นฝ่ายปกครองเป็นพนักงานสอบสวน ส่วนในภูธรกำลังทยอยโอนอำนาจสอบสวนจากฝ่ายปกครองให้ตำรวจภูธรทำหน้าที่สอบสวนคดีเป็นครั้งแรกนับแต่เริ่มใช้ปวิอ จึงควรให้อำนาจพนักงานสอบสวนทั่วประเทศทั้ง พงส.ฝ่ายปกครองในนครบาล และ พงสฯฝ่ายตำรวจในภูธร มีอำนาจระงับคดีเล็กน้อยให้เสร็จสิ้นไปในชั้นเจ้าพนักงานโดยไม่ต้องฟ้องศาล ลดปริมาณคดีสู่ศาล ซึ่งต่อมา ได้แก้ไขปวิอ มาตรา 37 ในการให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบตาม อนุ 2 แล้วภายหลังจึงยกเลิก พรบ.การเปรียบเทียบคดีอาญา เพื่อมิให้บทบัญญัติแห่งการใช้อำนาจเปรียบเทียบของพนักงานสอบสวนซ้ำซ้อนกันสองฉบับ


สรุป พงสฯ ตำรวจทั่วประเทศ มีอำนาจเปรียบเทียบคดีที่มีโทษทางอาญาในคดีลหุโทษ หรือคดีที่มีโทษไม่สุงกว่าลหุโทษ หรือ คดีที่มีโทษปรับสถานเดียวไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ได้ตามกฎหมายทุกฉบับ เป็นอำนาจที่ ปวิอ 37(2) ให้อำนาจไว้

ส่วน 37(3) อธิบายได้ว่า

ในยุคแรกเมื่อใช้ ปวิอ การสอบสวนอยู่ในความรับผิดชอบของ พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง ตำรวจนครบาลมีหน้าที่จับกุมปราบปรามนำตัวผู้ต้องหาส่ง อำเภอในจังหวัดพระนครและธนบุรี ทำการสอบสวนทำสำนวน แต่ถ้าคดีที่จับกุมมาเป็นคดีในประเภทที่อยู่ในอำนาจเปรียบเทียบของสารวัตรตำรวจนครบาล ตาม 37 อนู 3 สารวัตรตำรวจนครบาลขณะนั้นก็ทำการเปรียบเทียบได้ให้คดีเลิกกันได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

แต่ในปัจจุบัน การสอบสวนคดีในนครบาล ตกเป็นหน้าที่ของ ผู้ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวน หรือ หัวหน้าสถานีตำรวจในฐานะพนักงานสอบสวนผู้เป็นหัวหน้า อำนาจเปรียบเทียบของสารวัตรตำรวจนครบาล ตาม 37 อนุ 3 จึงไม่มีใครสนใจหยิบเอาไปใช้ เพราะสารวัตรในนครบาลปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น สวป. สว.สส. สว.ธร หรือ สว.จร ล้วนแต่ไม่มีหน้าที่สอบสวน ตามกำหนดหน้าที่การงานของ ตร.

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 09/09/2015 11:41 pm    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2477/A/701.PDF



ส่วน พรบ.เปรียบเทียบคดีอาญา 2481 วางหลักการให้ พงสฯทั่วราชอาณาจักรเปรียบเทียบคดีได้ เหตุผลอย่างหนึ่งที่เพิ่มเติมให้อำนาจพนักงานสอบสวนเนื่องจาก ในนครบาลยุคนั้นฝ่ายปกครองเป็นพนักงานสอบสวน ส่วนในภูธรกำลังทยอยโอนอำนาจสอบสวนจากฝ่ายปกครองให้ตำรวจภูธรทำหน้าที่สอบสวนคดีเป็นครั้งแรกนับแต่เริ่มใช้ปวิอ จึงควรให้อำนาจพนักงานสอบสวนทั่วประเทศทั้ง พงส.ฝ่ายปกครองในนครบาล และ พงสฯฝ่ายตำรวจในภูธร มีอำนาจระงับคดีเล็กน้อยให้เสร็จสิ้นไปในชั้นเจ้าพนักงานโดยไม่ต้องฟ้องศาล ลดปริมาณคดีสู่ศาล ซึ่งต่อมา ได้แก้ไขปวิอ มาตรา 37 ในการให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบตาม อนุ 2 แล้วภายหลังจึงยกเลิก พรบ.การเปรียบเทียบคดีอาญา เพื่อมิให้บทบัญญัติแห่งการใช้อำนาจเปรียบเทียบของพนักงานสอบสวนซ้ำซ้อนกันสองฉบับ


สรุป พงสฯ ตำรวจทั่วประเทศ มีอำนาจเปรียบเทียบคดีที่มีโทษทางอาญาในคดีลหุโทษ หรือคดีที่มีโทษไม่สุงกว่าลหุโทษ หรือ คดีที่มีโทษปรับสถานเดียวไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ได้ตามกฎหมายทุกฉบับ เป็นอำนาจที่ ปวิอ 37(2) ให้อำนาจไว้



มาอธิบายแล้วสรุป แบบนี้ผมคาใจจริงๆ ครับ
ผมตั้งข้อสงสัยอย่างนี้ครับ ถ้าไม่มีการแก้ไข ป.วิ.อ.มาตรา ๓๗(๒) เรื่องอำนาจเปรียบเทียบปรับของ พงส. ในปี ๒๔๙๙ เมื่อ พงส.ได้เปรียบเทียบปรับ ตาม พ.ร.บ.การเปรียบเทียบคดีอาญาฯ ที่ได้ให้อำนาจไว้แล้ว คดีอาญาจะเลิกกันได้ตาม มาตราใดครับ ซึ่งใน มาตรา ๓๗ ทั้ง ๔ อนุมาตรา ก่อนปี ๒๔๙๙ ก็ไม่ได้ระบุไว้ให้คดีอาญาเลิกกันได้ เพราะการเปรียบเทียบปรับของ พงส. แต่ในทางปฏิบัติ คดีอาญาเลิกกันได้ครับ เมื่อไม่มีตัวบทบัญญัติไว้ให้คดีเลิกกันได้เพราะการเปรียบเทียบปรับของ พงส. ดังนั้นจึงจำเป็นต้องบัญญัติตัวบทให้คดีอาญาเลิกกันเพราะการเปรียบเทียบปรับของ พงส. จึงได้แก้ไข ป.วิ.อ.มาตรา ๓๗(๒) เพื่อให้คดีเลิกกันได้
ผมจึงเห็นว่า มาตรา ๓๗ ไม่ใช่เรื่องอำนาจการเปรียบเทียบปรับคดีอาญาโดยตรง แต่เป็นเรื่องคดีอาญาเลิกกันได้ ตาม ป.วิ.อ.เท่านั้น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 10/09/2015 12:08 am    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:
ผู้ต้องหาผิดพรบ สุรา สรรพสามิตจับส่ง พงส. แจ้งข้อหา. สั่งปรับ ผู้ต้องหายอม แต่ไม่มีเงิน ขอผัดมาขำระใน 15 วัน. /ก่อนครบ15 วัน ผู้ต้องหาไปพบ จพงสรรพสามิต ผู้จับที่สำนักงานเอง ขอชำระค่าปรับตามที่ พงส เปรียบเทียบไว้ แต่จะชำระกับ จพง สรรพสามิต. ก็น่าจะทำได้

ผมเคยอ่านผ่านๆ ว่า หากผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจการควบคุมตัวของ พงส.แล้ว ไม่อาจนำตัวผู้ต้องหาไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ ทำการเปรียบเทียบปรับได้ ด้วยเหตุผลว่า จะเกิดความยุ่งอยากแก่ผู้ต้องหา เพราะสุดท้ายหากผู้ต้องหาไม่มีเงินมาชำระค่าปรับ พงส.ก็ต้องทำสำนวนการสอบสวนต่อไป เดี๋ยวมันจะส่งเรื่องกลับไปกลับมา ผมไม่แน่ใจว่าอ่านเจอจากที่ไหนนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 10/09/2015 10:47 am    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คนเมืองป่า บันทึก:
..................

ผมตั้งข้อสงสัยอย่างนี้ครับ ถ้าไม่มีการแก้ไข ป.วิ.อ.มาตรา ๓๗(๒) เรื่องอำนาจเปรียบเทียบปรับของ พงส. ในปี ๒๔๙๙ เมื่อ พงส.ได้เปรียบเทียบปรับ ตาม พ.ร.บ.การเปรียบเทียบคดีอาญาฯ ที่ได้ให้อำนาจไว้แล้ว คดีอาญาจะเลิกกันได้ตาม มาตราใดครับ ซึ่งใน มาตรา ๓๗ ทั้ง ๔ อนุมาตรา ก่อนปี ๒๔๙๙ ก็ไม่ได้ระบุไว้ให้คดีอาญาเลิกกันได้ เพราะการเปรียบเทียบปรับของ พงส. แต่ในทางปฏิบัติ คดีอาญาเลิกกันได้ครับ เมื่อไม่มีตัวบทบัญญัติไว้ให้คดีเลิกกันได้เพราะการเปรียบเทียบปรับของ พงส. ดังนั้นจึงจำเป็นต้องบัญญัติตัวบทให้คดีอาญาเลิกกันเพราะการเปรียบเทียบปรับของ พงส. จึงได้แก้ไข ป.วิ.อ.มาตรา ๓๗(๒) เพื่อให้คดีเลิกกันได้

ผมจึงเห็นว่า มาตรา ๓๗ ไม่ใช่เรื่องอำนาจการเปรียบเทียบปรับคดีอาญาโดยตรง แต่เป็นเรื่องคดีอาญาเลิกกันได้ ตาม ป.วิ.อ.เท่านั้น


ถ้าแปลความว่า มาตรา 37 ไม่ใช่บทให้อำนาจเปรียบเทียบ เป็นเพียงบทสรุปผลแห่งการเปรียบเทียบว่าคดีเลิกกัน ก็จะเกิดผลประหลาดว่า มันจะไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจ พงสฯ เปรียบเทียบอีกเลย พงสฯ ก็จะไม่มีอำนาจเปรียบเทียบคดีลหุโทษต่่าง ๆ ตาม ป.อาญา ซึ่งเป็นคดีมาสู่โรงพักแทบทุกวัน โดยเฉพาะข้อหา ประมาททำให้เกิดอันตรายแก่กายไม่สาหัสจากเหตุรถชนกัน

แต่ถ้าจะแปลความว่า มาตรา 37 นี่แหละเป็นบทให้อำนาจเปรียบเทียบจริงแท้แน่นอน มันก็มีช่องให้แปลได้อย่างนั้นเหมือนกัน เพราะตัวบทใช้คำว่า

ม.37 คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้ (2).....เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พงส.ได้เปรียบเทียบแล้ว//

จึงแปลได้ว่า พงสฯนั่นแหละหนาเป็นผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ เมื่อชำระค่าปรับแล้วใน15วัน คดีนั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด ตามบัญญัติในมาตรา 38

ส่วนช่องว่างระหว่าง ปี 2481 ถึง 2499 แม้จะไม่ได้แก้ไข 37(2) ให้สอดคล้องกับการให้อำนาจพงสฯเปรียบเทียบคดีแทนอำนาจกรมการอำเภอและตำรวจภูธรที่ถูกยกเลิก ตาม พรบ.เปรียบเทียบ เพื่อให้ผลว่า พงสฯใช้อำนาจตามพรบ.เปรียบเที่ยบแล้ว เป็นผลให้คดีเลิกกัน ก็ตาม

มันก็ยังมีมาตรา 38 รองรับว่า เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจเปรียบเทียบใน15วันเสร็จแล้ว คดีนั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด ซึ่งให้ผลว่า เมื่อ พงสฯรับชำระค่่าปรับตามที่ใช้อำนาจเปรียบเทียบจาก พรบ.เปรียบเทียบ ม. 4 ในอำนาจเสร็จแล้ว คดีที่พงสฯเปรียบเทียบนั้นก็เป็นอันเสร็จเด็ดขาด ซึ่งก็ต้องถือว่า คดีเลิกกันตามความแห่ง ปวิอ.37 นั่นแหละ ก็จะไปเข้าช่อง 39 (3) สิทธิฟ้องระงับได้

อนึ่ง บทบัญญัติของ ปวิอ 37 38 39(3) ถื่อว่าเป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจเปรียบเที่ยบแก่เจ้าพนักงานของรัฐในส่วนราชการต่าง ๆ โดยมีเนื้อหาแห่งหลักการให้อำนาจแบบเดียวกับ พรบ.วิธีพิจารณาความอาชญาเพ่ิมเติม 2477 ที่ให้อำนาจสารวัตรนครบาล มีอำนาจเปรียบเทียบ เพื่อให้ผลว่าคดีเสร็จเด็ดขาด

ดังนั้นจึงถือได้ว่า มาตรา 37 38 39(3) เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานเหล่านั้นมีอำนาจเปรียบเทียบ เพื่อให้คดีเสร็จเด็ดขาด เลิกกัน สิทธิฟ้องระงับ ไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 10/09/2015 11:33 am    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เคยมีผลที่ประหลาดมาแล้วคือ ก่อนปี พ.ศ.๒๔๙๙ ไม่มีบทบัญญัติ เมื่อ พงส.เปรียบเทียบปรับแล้วให้คดีเลิกกัน แต่คดีเลิกกันได้ก็มีมาแล้ว ไม่ว่ากันครับในอดีต

อีกนิดเดียว เหลือ พ.ร.บ.จราจรฯ ครับ จะอธิบายอย่างไรว่าเหตุใด จึงบัญญัติไว้ให้ พงส.มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 10/09/2015 11:50 am    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สิ้นสุดการรอคอย โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๋ เจอแล้วครับ ข้อความที่ให้ พงส.มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ อยู่ที่ ม.๓๘ นี่เอง ตัวบทเห็นชัดๆ จะๆ
มาตรา ๓๘ "ความผิดตามอนุมาตรา (๒) (๓) และ (๔) แห่งมาตราก่อน ถ้าเจ้าพนักงานดั่งกล่าวในมาตรานั้นเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุก ให้มีอำนาจเปรียบเทียดั่งนี้"

นั้นหมายถึงเจ้าพนักงาน ที่ระบุไว้ใน ม.๓๗(๑)(๒)(๓) มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ ตาม ม.๓๘ นั่นเอง

ซึ่งแต่เดิมก่อนปี ๒๔๙๙ นั้น ม.๓๗(๒) ไม่ได้กล่าวถึงอำนาจของ พงส. ไว้ จึงต้องไประบุไว้ใน พ.ร.บ.การเปรียบเทียบฯ แต่เมื่อแก้ไข ม.๓๗(๒) แล้ว พงส. ก็เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจตาม ม.๓๘ นั่นเอง เมื่อมีอำนาจเปรียบเทียบปรับแล้ว ก็ยกเลิก พ.ร.บ.การเปรียบเทียบฯ เพราะซ้ำซ้อนกัน ร้องไห้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 10/09/2015 12:13 pm    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:


ส่วนช่องว่างระหว่าง ปี 2481 ถึง 2499 แม้จะไม่ได้แก้ไข 37(2) ให้สอดคล้องกับการให้อำนาจพงสฯเปรียบเทียบคดีแทนอำนาจกรมการอำเภอและตำรวจภูธรที่ถูกยกเลิก ตาม พรบ.เปรียบเทียบ เพื่อให้ผลว่า พงสฯใช้อำนาจตามพรบ.เปรียบเที่ยบแล้ว เป็นผลให้คดีเลิกกัน ก็ตาม

มันก็ยังมีมาตรา 38 รองรับว่า เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจเปรียบเทียบใน15วันเสร็จแล้ว คดีนั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด ซึ่งให้ผลว่า เมื่อ พงสฯรับชำระค่่าปรับตามที่ใช้อำนาจเปรียบเทียบจาก พรบ.เปรียบเทียบ ม. 4 ในอำนาจเสร็จแล้ว คดีที่พงสฯเปรียบเทียบนั้นก็เป็นอันเสร็จเด็ดขาด ซึ่งก็ต้องถือว่า คดีเลิกกันตามความแห่ง ปวิอ.37 นั่นแหละ ก็จะไปเข้าช่อง 39 (3) สิทธิฟ้องระงับได้



ไม่เห็นด้วยกับความเห็นนี้ครับ

เพราะก่อนปี ๒๔๙๙ ใน ม.๓๗(๑)(๒)(๓) ไม่ได้กล่าวถึง พงส.ไว้ และใน ม.๓๘ วรรคหนึ่งนั้น จะตีความให้มีความหมายรวมไปถึง พงส.ไม่ได้ คดีจะเสร็จเด็ดขาดตาม ม.๓๘ ได้ก็ต่อเมื่อเป็นเจ้าพนักงานที่ระบุไว้ใน ม.๓๗(๑)(๒)(๓) ซึ่งใน ม.๓๘ วรรคหนึ่ง หมายถึงเฉพาะ เจ้าพนักงานตามที่ระบุไว้ใน ม.๓๗(๑)(๒)(๓) เท่านั้น ไม่รวมไปถึง พงส.ที่เปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.การเปรียบเทียบฯ เว้นแต่ พงส.อาศัยอำนาจการเปรียบเทียบปรับของกรมการอำเภอ ตาม ม.๓๗(๒)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 10/09/2015 12:37 pm    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คนเมืองป่า บันทึก:
..........
อีกนิดเดียว เหลือ พ.ร.บ.จราจรฯ ครับ จะอธิบายอย่างไรว่าเหตุใด จึงบัญญัติไว้ให้ พงส.มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ


จร 2522 ม 160 วรรคแรก ชนแล้วหนีฝ่าฝืนม.78 แต่ไม่มีคนเจ็บ หรือ เจ็บเล็กน้อยไม่ถึงสาหัส โทษ จำไม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินสองพันบาท อัตราโทษนี้เกินลหุโทษ เกินอำนาจเปรียบเทียบตาม 37(2) และ พรบ.เปรียบเทียบ พงสฯจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบตามกฎหมายทั่วไป

จึงได้กำหนด อำนาจ พงสฯเป็นการเฉพาะ ไว้ตาม ม.145 แห่ง พรบ.จร. วางหลักการว่า ความผิดตาม พรบ.จราจร ทุกฐานความผิด ให้พงสฯมีอำนาจเปรียบเทียบได้ ยกเว้นความผิดตาม 160 วรรคสอง คือชนแล้วหนีเป็นผลให้มีคนเจ็บสาหัสหรือตาย อันนี้ต้องทำสำนวน เปรียบเทียบไม่ได้เพราะวางอัตราโทษไว้สูง
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 10/09/2015 1:12 pm    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:
คนเมืองป่า บันทึก:
..........
อีกนิดเดียว เหลือ พ.ร.บ.จราจรฯ ครับ จะอธิบายอย่างไรว่าเหตุใด จึงบัญญัติไว้ให้ พงส.มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ


จร 2522 ม 160 วรรคแรก ชนแล้วหนีฝ่าฝืนม.78 แต่ไม่มีคนเจ็บ หรือ เจ็บเล็กน้อยไม่ถึงสาหัส โทษ จำไม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินสองพันบาท อัตราโทษนี้เกินลหุโทษ เกินอำนาจเปรียบเทียบตาม 37(2) และ พรบ.เปรียบเทียบ พงสฯจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบตามกฎหมายทั่วไป

จึงได้กำหนด อำนาจ พงสฯเป็นการเฉพาะ ไว้ตาม ม.145 แห่ง พรบ.จร. วางหลักการว่า ความผิดตาม พรบ.จราจร ทุกฐานความผิด ให้พงสฯมีอำนาจเปรียบเทียบได้ ยกเว้นความผิดตาม 160 วรรคสอง คือชนแล้วหนีเป็นผลให้มีคนเจ็บสาหัสหรือตาย อันนี้ต้องทำสำนวน เปรียบเทียบไม่ได้เพราะวางอัตราโทษไว้สูง


รู้สึกจะตอบไม่ตรงประเด็นนะครับ
ทำไมถึงต้องกำหนดว่าเปรียบเทียบปรับไม่ได้ และต้องให้ทำสำนวน ถ้าไม่กำหนดไว้ พงส.จะต้องทำสำนวนหรือไม่ แล้วจะกำหนดไว้ทำไม
ทำไมต้องกำหนดให้มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ หากไม่กำหนดไว้จะมีอำนาจเปรียบเทียบปรับหรือไม่

ตรงนี้ต่างหากที่ต้องอธิบาย ว่าทำไมถึงต้องกำหนดไว้ ถ้าไม่กำหนดจะมีผลที่ต่างออกไปอย่างไร ถ้าผลมันไม่ต่างกัน แล้วจะกำหนดไว้เพื่ออะไร นี่คือประเด็นที่จะต้องอธิบายครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 10/09/2015 1:15 pm    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คนเมืองป่า บันทึก:
Anonymous บันทึก:


ส่วนช่องว่างระหว่าง ปี 2481 ถึง 2499 แม้จะไม่ได้แก้ไข 37(2) ให้สอดคล้องกับการให้อำนาจพงสฯเปรียบเทียบคดีแทนอำนาจกรมการอำเภอและตำรวจภูธรที่ถูกยกเลิก ตาม พรบ.เปรียบเทียบ เพื่อให้ผลว่า พงสฯใช้อำนาจตามพรบ.เปรียบเที่ยบแล้ว เป็นผลให้คดีเลิกกัน ก็ตาม

มันก็ยังมีมาตรา 38 รองรับว่า เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจเปรียบเทียบใน15วันเสร็จแล้ว คดีนั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด ซึ่งให้ผลว่า เมื่อ พงสฯรับชำระค่่าปรับตามที่ใช้อำนาจเปรียบเทียบจาก พรบ.เปรียบเทียบ ม. 4 ในอำนาจเสร็จแล้ว คดีที่พงสฯเปรียบเทียบนั้นก็เป็นอันเสร็จเด็ดขาด ซึ่งก็ต้องถือว่า คดีเลิกกันตามความแห่ง ปวิอ.37 นั่นแหละ ก็จะไปเข้าช่อง 39 (3) สิทธิฟ้องระงับได้



ไม่เห็นด้วยกับความเห็นนี้ครับ

เพราะก่อนปี ๒๔๙๙ ใน ม.๓๗(๑)(๒)(๓) ไม่ได้กล่าวถึง พงส.ไว้ และใน ม.๓๘ วรรคหนึ่งนั้น จะตีความให้มีความหมายรวมไปถึง พงส.ไม่ได้ คดีจะเสร็จเด็ดขาดตาม ม.๓๘ ได้ก็ต่อเมื่อเป็นเจ้าพนักงานที่ระบุไว้ใน ม.๓๗(๑)(๒)(๓) ซึ่งใน ม.๓๘ วรรคหนึ่ง หมายถึงเฉพาะ เจ้าพนักงานตามที่ระบุไว้ใน ม.๓๗(๑)(๒)(๓) เท่านั้น ไม่รวมไปถึง พงส.ที่เปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.การเปรียบเทียบฯ เว้นแต่ พงส.อาศัยอำนาจการเปรียบเทียบปรับของกรมการอำเภอ ตาม ม.๓๗(๒)


ท่านเอา ม.4 พรบ.การเปรียบเทียบ 2481 มาประกอบด้วยสิ เปิดตัวบทดูเลย

ม.4 เขาวางหลักการ ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบตามความใน ปวิอ 38 ด้วย แปลว่า พงสฯที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ สามารถใช้วิธีการเปรียเทียบตาม มาตรา 38 ได้ เฉกเช่นเสมือนหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามปวิอ 37 ตามอนุ 2 3 และ 4 ทุกประการ

สรุป พงสฯเป็นเจ้าพนักงานคนหนึ่งที่ พรบ.การเปรียบเทียบ จับใส่เข้าไปใช้อำนาจตามปวิอ 38 ได้ เมื่อเปรี่ยบเทียบแล้วเสร็จ คดีนั้นก็เสร็จเด็ดขาดตามปวิอ 38 ไปได้ด้วย
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 10/09/2015 1:19 pm    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมสรุป เลยนะครับว่า ตัวบทที่ให้อำนาจ พงส.เปรียบเทียบปรับคือ ม.๓๘ วรรคหนึ่ง ประกอบ ม.๓๗(๒)
ตีความหมายให้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ ได้ว่า (เฉพาะในส่วนของ พงส.)
ม.๓๘ ใจความว่า "ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษหรือคดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ถ้าเจ้าพนักงาน(พงส.)เห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุก ให้มีอำนาจเปรียบเทียบ"
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 10/09/2015 1:26 pm    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:
คนเมืองป่า บันทึก:
Anonymous บันทึก:


ส่วนช่องว่างระหว่าง ปี 2481 ถึง 2499 แม้จะไม่ได้แก้ไข 37(2) ให้สอดคล้องกับการให้อำนาจพงสฯเปรียบเทียบคดีแทนอำนาจกรมการอำเภอและตำรวจภูธรที่ถูกยกเลิก ตาม พรบ.เปรียบเทียบ เพื่อให้ผลว่า พงสฯใช้อำนาจตามพรบ.เปรียบเที่ยบแล้ว เป็นผลให้คดีเลิกกัน ก็ตาม

มันก็ยังมีมาตรา 38 รองรับว่า เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจเปรียบเทียบใน15วันเสร็จแล้ว คดีนั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด ซึ่งให้ผลว่า เมื่อ พงสฯรับชำระค่่าปรับตามที่ใช้อำนาจเปรียบเทียบจาก พรบ.เปรียบเทียบ ม. 4 ในอำนาจเสร็จแล้ว คดีที่พงสฯเปรียบเทียบนั้นก็เป็นอันเสร็จเด็ดขาด ซึ่งก็ต้องถือว่า คดีเลิกกันตามความแห่ง ปวิอ.37 นั่นแหละ ก็จะไปเข้าช่อง 39 (3) สิทธิฟ้องระงับได้



ไม่เห็นด้วยกับความเห็นนี้ครับ

เพราะก่อนปี ๒๔๙๙ ใน ม.๓๗(๑)(๒)(๓) ไม่ได้กล่าวถึง พงส.ไว้ และใน ม.๓๘ วรรคหนึ่งนั้น จะตีความให้มีความหมายรวมไปถึง พงส.ไม่ได้ คดีจะเสร็จเด็ดขาดตาม ม.๓๘ ได้ก็ต่อเมื่อเป็นเจ้าพนักงานที่ระบุไว้ใน ม.๓๗(๑)(๒)(๓) ซึ่งใน ม.๓๘ วรรคหนึ่ง หมายถึงเฉพาะ เจ้าพนักงานตามที่ระบุไว้ใน ม.๓๗(๑)(๒)(๓) เท่านั้น ไม่รวมไปถึง พงส.ที่เปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.การเปรียบเทียบฯ เว้นแต่ พงส.อาศัยอำนาจการเปรียบเทียบปรับของกรมการอำเภอ ตาม ม.๓๗(๒)


ท่านเอา ม.4 พรบ.การเปรียบเทียบ 2481 มาประกอบด้วยสิ เปิดตัวบทดูเลย

ม.4 เขาวางหลักการ ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบตามความใน ปวิอ 38 ด้วย แปลว่า พงสฯที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ สามารถใช้วิธีการเปรียเทียบตาม มาตรา 38 ได้ เฉกเช่นเสมือนหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามปวิอ 37 ตามอนุ 2 3 และ 4 ทุกประการ

สรุป พงสฯเป็นเจ้าพนักงานคนหนึ่งที่ พรบ.การเปรียบเทียบ จับใส่เข้าไปใช้อำนาจตามปวิอ 38 ได้ เมื่อเปรี่ยบเทียบแล้วเสร็จ คดีนั้นก็เสร็จเด็ดขาดตามปวิอ 38 ไปได้ด้วย


สบายสบาย ขอบคุณครับ ชัดเจนครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 10/09/2015 1:26 pm    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คนเมืองป่า บันทึก:
Anonymous บันทึก:
คนเมืองป่า บันทึก:
..........
อีกนิดเดียว เหลือ พ.ร.บ.จราจรฯ ครับ จะอธิบายอย่างไรว่าเหตุใด จึงบัญญัติไว้ให้ พงส.มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ


จร 2522 ม 160 วรรคแรก ชนแล้วหนีฝ่าฝืนม.78 แต่ไม่มีคนเจ็บ หรือ เจ็บเล็กน้อยไม่ถึงสาหัส โทษ จำไม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินสองพันบาท อัตราโทษนี้เกินลหุโทษ เกินอำนาจเปรียบเทียบตาม 37(2) และ พรบ.เปรียบเทียบ พงสฯจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบตามกฎหมายทั่วไป

จึงได้กำหนด อำนาจ พงสฯเป็นการเฉพาะ ไว้ตาม ม.145 แห่ง พรบ.จร. วางหลักการว่า ความผิดตาม พรบ.จราจร ทุกฐานความผิด ให้พงสฯมีอำนาจเปรียบเทียบได้ ยกเว้นความผิดตาม 160 วรรคสอง คือชนแล้วหนีเป็นผลให้มีคนเจ็บสาหัสหรือตาย อันนี้ต้องทำสำนวน เปรียบเทียบไม่ได้เพราะวางอัตราโทษไว้สูง


รู้สึกจะตอบไม่ตรงประเด็นนะครับ
ทำไมถึงต้องกำหนดว่าเปรียบเทียบปรับไม่ได้ และต้องให้ทำสำนวน ถ้าไม่กำหนดไว้ พงส.จะต้องทำสำนวนหรือไม่ แล้วจะกำหนดไว้ทำไม
ทำไมต้องกำหนดให้มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ หากไม่กำหนดไว้จะมีอำนาจเปรียบเทียบปรับหรือไม่

ตรงนี้ต่างหากที่ต้องอธิบาย ว่าทำไมถึงต้องกำหนดไว้ ถ้าไม่กำหนดจะมีผลที่ต่างออกไปอย่างไร ถ้าผลมันไม่ต่างกัน แล้วจะกำหนดไว้เพื่ออะไร นี่คือประเด็นที่จะต้องอธิบายครับ


ชนแล้วหนึ ไม่มีเจ็บ โทษจำเดือน ปรับสองพัน มันไม่ใช่ลหุโทษ ปรับไม่ได้ตามปวิอ 37 ประกอบ พรบ.เปรียบเทียบ จึงต้องเขียน พรบ.จราจรให้ พงสฯ เปรียบเทียบได้โดยอาศัยอำนาจเฉพาะตามกฎหมายจราจร ถ้าไม่กำหนดไว้ คดีนี้ต้องฟ้องศาลแขวงไงครับ เข้าใจหรือยัง

อันนี้ผมทำคดีบ่อย ๆ เลยทราบและเข้าใจง่ายหน่อย สงสัยท่านไม่ทันใช้ตรงนี้ เพราะปัจจุบ้นชนแล้วหนี ไม่มีคนเจ็บแก้ไขโทษสูงขึ้น พงสฯ ปรับไม่ได้แล้วต้องทำสำนวนแขวง
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 10/09/2015 1:38 pm    ชื่อกระทู้: Re: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:


ชนแล้วหนึ ไม่มีเจ็บ โทษจำเดือน ปรับสองพัน มันไม่ใช่ลหุโทษ ปรับไม่ได้ตามปวิอ 37 ประกอบ พรบ.เปรียบเทียบ จึงต้องเขียน พรบ.จราจรให้ พงสฯ เปรียบเทียบได้โดยอาศัยอำนาจเฉพาะตามกฎหมายจราจร ถ้าไม่กำหนดไว้ คดีนี้ต้องฟ้องศาลแขวงไงครับ เข้าใจหรือยัง

อันนี้ผมทำคดีบ่อย ๆ เลยทราบและเข้าใจง่ายหน่อย สงสัยท่านไม่ทันใช้ตรงนี้ เพราะปัจจุบ้นชนแล้วหนี ไม่มีคนเจ็บแก้ไขโทษสูงขึ้น พงสฯ ปรับไม่ได้แล้วต้องทำสำนวนแขวง


กลายเป็นเรียนวิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย ต้องยอมรับครับว่า ไม่ทันจริงๆ และไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆ
สบายสบาย ขอบคุณอีกครั้งครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
laiky
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 01/08/2018
ตอบ: 3

ตอบตอบ: 03/03/2019 10:34 pm    ชื่อกระทู้: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

โดยเฉพาะพรบ.การบัญชี พ.ศ.2543
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
laiky
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 01/08/2018
ตอบ: 3

ตอบตอบ: 03/03/2019 10:34 pm    ชื่อกระทู้: พงส.เปรียบเทียบปรับได้ทุก พ.ร.บ. จริงหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

โดยเฉพาะพรบ.การบัญชี พ.ศ.2543
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> อำนาจสอบสวน ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2
หน้า 2 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.15 วินาที