Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3  ถัดไป  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> อำนาจสอบสวน
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 05/10/2017 3:03 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

8(1) ไม่ได้ทำประกันนะ
กฎหมายให้รับรถแบบมีเงื่อนไข เรียกส่งคืนเมื่อ พงส หรือ อัยการต้องใช้ในการดำเนิน เข่น ศาลเรียกพยานวัตถุไปสืบ
เรื่องดุลพินิจต้องไม่แกว่ง ถูกต้อง

ทำยังไงไม่ให้แกว่ง ดูเรือนะมันมีหางเสือควบคุมทิศทางให้วิ่งตรงๆ
ดุลพินิจ จะคืนแบบใด ก็ใช้เจตนารมณ์จองกฎกมายเป็นตัวควบคุมดุลพินิจเหมือนหางเสือ
ซึ่ง กฎกระทรวง ออกตาม 85/1 มีการคืนได้หลายวิธี
_รับรถคืนตาม ข้อ 8(1) ไม่มีสัญญาประกัน แต่สาบานตนว่า.... ทางปฏิบัติสั่งท้ายคำร้องได้ ลง ปจว ให้ผู้รับลงชื่อ
- ทำสัญญาประกัน กำหนดวงเงินชดใช้แบบไม่มีหลักทรัพย์ประกัน
- ทำสัญญาประกัน กำหนดวงเงิน วางหลักทรัพย์ประกัน
จะเลือกใช้อย่างไหน มันมีเงื่อนไขให้พิจารณาตามกฎกระทรวงกำหนดให้แล้ว

ชนไม่หนี ถ้ายึดรถลงบัญชีของกลางไว้ตามระเบียบ รถของกลาง เวลาคืนก็ใช้
ข้อ 8(1) )รับคืนแบบมีเงื่อนไข สาบานตนว่า....


ตรงไหนที่ว่า ไม่คืน เป็นเหตุให้ต้องโดน 157 ล่ะครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 05/10/2017 3:08 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:
8(1) ไม่ได้ทำประกันนะ
กฎหมายให้รับรถแบบมีเงื่อนไข เรียกส่งคืนเมื่อ พงส หรือ อัยการต้องใช้ในการดำเนิน เข่น ศาลเรียกพยานวัตถุไปสืบ
เรื่องดุลพินิจต้องไม่แกว่ง ถูกต้อง

ทำยังไงไม่ให้แกว่ง ดูเรือนะมันมีหางเสือควบคุมทิศทางให้วิ่งตรงๆ
ดุลพินิจ จะคืนแบบใด ก็ใช้เจตนารมณ์จองกฎกมายเป็นตัวควบคุมดุลพินิจเหมือนหางเสือ
ซึ่ง กฎกระทรวง ออกตาม 85/1 มีการคืนได้หลายวิธี
_รับรถคืนตาม ข้อ 8(1) ไม่มีสัญญาประกัน แต่สาบานตนว่า.... ทางปฏิบัติสั่งท้ายคำร้องได้ ลง ปจว ให้ผู้รับลงชื่อ
- ทำสัญญาประกัน กำหนดวงเงินชดใช้แบบไม่มีหลักทรัพย์ประกัน
- ทำสัญญาประกัน กำหนดวงเงิน วางหลักทรัพย์ประกัน
จะเลือกใช้อย่างไหน มันมีเงื่อนไขให้พิจารณาตามกฎกระทรวงกำหนดให้แล้ว

ชนไม่หนี ถ้ายึดรถลงบัญชีของกลางไว้ตามระเบียบ รถของกลาง เวลาคืนก็ใช้
ข้อ 8(1) )รับคืนแบบมีเงื่อนไข สาบานตนว่า....


ตรงไหนที่ว่า ไม่คืน เป็นเหตุให้ต้องโดน 157 ล่ะครับ

ต้องคืนโดยไม่มีเงื่อนไขครับ และขอทราบเหตุผลที่ต้องมีเงื่อนไข และขอทราบเงื่อนไข กรณีที่ตรวจพิสูจน์เสร็จแล้ว ขอชัดๆ
และหากรถซ่อมแล้ว จะดูอะไรครับ ท่านต้องอธิบายมาสิครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 05/10/2017 3:14 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มีเงื่อนไข ตามข้อ8(1) มาจากข้อ 7

ถามกลับ ยึดรถชนไม่หนีเป็นของกลาง แล้วคืนลอยๆ ไม่มีเงื่อนไข
อาศัยหลักอะไร
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 05/10/2017 3:25 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตรวจสภาพเสร็จแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องยึดครับ ลงประจำวันคืนครับ ไม่ได้คืนลอยๆ
และไม่สามารถสร้างเงื่อนไข ว่าห้ามซ่อม ห้ามจำหน่าย ห้ามจำนำ ห้ามหน่าย
หากเป็นท่าน ท่านจะมีเงื่อนไขอะไร ลองพิมพ์มาให้ทราบบ้างสิครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 05/10/2017 3:35 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ห้ามซ่อม ห้ามขาย ไม่ใช่เงื่อนไขตามกฎหมาย เป็นเงื่อนไขอำเภอใจ ใช้ไม่ได้
เงื่อนไขคืออะไร ดูหมายเหตุท้ายกฎนะ
มันก็จะมาที่ ข้อ 8(1) ส่งคืนเมื่อต้องการใข้เป็นหลักฐาน

ใช้เป็นหลักฐาน เมื่อจำเป็นต้องใข้ตามวิอ 241 ตามศาลสั่งเรียกตรวจพยานวัตถุไงครับ

ที่บอกว่า หมดความจำเป็น จึงลงปจว คืนแบบไร้เงื่อนไขตาม 8(1) ไม่มีกฎหมายอนุญาตนะ
อย่างนี้แหละ อำเภอใจ
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 05/10/2017 3:48 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:
ห้ามซ่อม ห้ามขาย ไม่ใช่เงื่อนไขตามกฎหมาย เป็นเงื่อนไขอำเภอใจ ใช้ไม่ได้
เงื่อนไขคืออะไร ดูหมายเหตุท้ายกฎนะ
มันก็จะมาที่ ข้อ 8(1) ส่งคืนเมื่อต้องการใข้เป็นหลักฐาน

ใช้เป็นหลักฐาน เมื่อจำเป็นต้องใข้ตามวิอ 241 ตามศาลสั่งเรียกตรวจพยานวัตถุไงครับ

ที่บอกว่า หมดความจำเป็น จึงลงปจว. คืนแบบไร้เงื่อนไขตาม 8(1) ไม่มีกฎหมายอนุญาตนะ
อย่างนี้แหละ อำเภอใจ

1.รถเป็นทรัพย์ที่มีค่า มีราคาสูง จึงไม่อยู่ในข้อ7 ดังนั้น ไม่อาจนำ 8(1) มาใช้
2.หากนำรถกลับไปแล้ว และได้ซ่อมแล้ว จะให้คืนมาเพื่อตรวจพิสูจน์ อะไร ตรงไหน
หลักการดูจากเจตนาของกฎหมาย ขนาดชนแล้วหนี ถ้าได้ตัวผู้ต้องหามาแล้ว กฎหมายยังไม่ยอมให้ อำนาจ พงส.ยึดไว้อีกต่อไป เพราะรถเป็นทรัพย์สินที่มีค่า มีราคาสูง และมีความจำเป็นที่ต้องใช้ในการเดินทางหรือทำมาหากิน หรืออาจต้องขาย เพื่อนำเงินมาจ่ายให้กับคู่กรณี ผู้ร่างกฎหมายมองเห็นถึงความจำเป็นของประชาชนหากไม่คืนให้นำไปซ่อมนำไปใช้ประโชน์จากตัวทรัพย์ จะก่อเกิดความเดือดร้อน เพราะคดีรถชน เป็นคดีที่เกิดจากความประมาท
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 05/10/2017 3:55 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พงส ไปตรวจที่เกิดเหตุ เอารถเขามาโรงพัก
ใข้อำนาจอะไร ทำยังไง ระเบียบรถของกลางมันมีอยู่

ยึดแล้วคืนยังไงระหว่างสอบสวน 85/1 ก็มีบอก

คืนไปไร้เงื่อนไข อาศัยอำนาจใด จากกฎระเบียบอะไร ตอบได้ไหมครับ
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 05/10/2017 3:57 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

85/1. ออกมาเพื่อให้คืน ไม่ได้ให้ยึดนะ
จะคืนยังไงเท่านั้นแหละ กติกาคืนเขามีหมดแล้ว
แต่คืนลอยๆ อ้างว่าหมดจำเป็นนี่ ไม่มีนะครับ
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 05/10/2017 4:53 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

รถที่ชนกันเป็นคดีอาญา ตัวรถถือเป็นพยานวัตถุที่ใช้พิสจน์ความผิดหรือความบริสุทธ์ของผู้ต้องหาในศาล
ตาม ปวิอ 226

การนำสืบพยานวัตถุ ในศาล ต้องนำมาศาล ตาม 241
ส่วนศาลจะเรียกหรือไม่ เป็นเรื่องในอนาคต

การทำสำนวนที่อยู่ระหว่างสอบสวน มีพยานวัตถุในคดี
เป็นสิ่งของที่ พงส ยึดไว้ตาม ปวิอ 85 ซึ่งให้อำนาจยึดไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ก็เพื่อให้สามารถเก็บหลักฐานไว้นำสืบในศาลตาม 241 ได้

แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็ผ่อนปรน ตาม 85/1 ประกอบกฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการคืนได้ระหว่างสอบสวน
ซึ่งมีวิธีการคืนตาม ข้อ 8 จำนวน 3 วิธี

เพื่อให้มีหลักประกันว่า จะมีพยานวัตถุในคดีไปนำสืบชั้นศาลตาม 241 ได้

ฉะนั้นในระหว่างสอบสวนจึงต้องกำหนดวิธีคืนของกลางตามกฎกระทรวง ไว้ ตามข้อ 8

ตามที่กล่าวว่า รถเมื่อตรวจสภาพแล้ว ก็คืนได้แบบไร้เงื่อนไข คือไม่ต้องทำสัญญารับรถโดยสาบานตนว่า....
จึงเป็นการคืนที่ไม่มีหลักประกันในการนำพยานวัตถุไปสืบในศาลในอนาคต

ถ้าคืนไปอ้างหมดความจำเป็น ก็ขัดกฎหมาย เพราะตามกฎหมาย
ยังเป็นความรับผิดชอบของ พงส ในการนำรถที่เป็นพยานวัตถุไปนำสืบในศาล
หากศาลเรียกตรวจตาม 241

ข้ออ้างว่า หมดความจำเป็นในการยึดต่อไปเพราะตรวจ
หลักร่องรอยการชน เก็บหลักฐานไว้หมดแล้วในชั้นสอบสวน
จะเรียกกลับมาทำไมอีก ย่อมฟังไม่ขึ้น
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 05/10/2017 7:43 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:
รถที่ชนกันเป็นคดีอาญา ตัวรถถือเป็นพยานวัตถุที่ใช้พิสจน์ความผิดหรือความบริสุทธ์ของผู้ต้องหาในศาล
ตาม ปวิอ 226

การนำสืบพยานวัตถุ ในศาล ต้องนำมาศาล ตาม 241
ส่วนศาลจะเรียกหรือไม่ เป็นเรื่องในอนาคต

การทำสำนวนที่อยู่ระหว่างสอบสวน มีพยานวัตถุในคดี
เป็นสิ่งของที่ พงส ยึดไว้ตาม ปวิอ 85 ซึ่งให้อำนาจยึดไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ก็เพื่อให้สามารถเก็บหลักฐานไว้นำสืบในศาลตาม 241 ได้

แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็ผ่อนปรน ตาม 85/1 ประกอบกฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการคืนได้ระหว่างสอบสวน
ซึ่งมีวิธีการคืนตาม ข้อ 8 จำนวน 3 วิธี

เพื่อให้มีหลักประกันว่า จะมีพยานวัตถุในคดีไปนำสืบชั้นศาลตาม 241 ได้

ฉะนั้นในระหว่างสอบสวนจึงต้องกำหนดวิธีคืนของกลางตามกฎกระทรวง ไว้ ตามข้อ 8

ตามที่กล่าวว่า รถเมื่อตรวจสภาพแล้ว ก็คืนได้แบบไร้เงื่อนไข คือไม่ต้องทำสัญญารับรถโดยสาบานตนว่า....
จึงเป็นการคืนที่ไม่มีหลักประกันในการนำพยานวัตถุไปสืบในศาลในอนาคต

ถ้าคืนไปอ้างหมดความจำเป็น ก็ขัดกฎหมาย เพราะตามกฎหมาย
ยังเป็นความรับผิดชอบของ พงส ในการนำรถที่เป็นพยานวัตถุไปนำสืบในศาล
หากศาลเรียกตรวจตาม 241

ข้ออ้างว่า หมดความจำเป็นในการยึดต่อไปเพราะตรวจ
หลักร่องรอยการชน เก็บหลักฐานไว้หมดแล้วในชั้นสอบสวน
จะเรียกกลับมาทำไมอีก ย่อมฟังไม่ขึ้น


เอารถมา สภ.เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือบริสุทธิ์ทั้งของผู้ต้องหาและผู้เสียหาย ใช้ ป.วิ.อ.132
กรณีชนแล้วหนี เมื่อหมดอำนาจยึดตาม 78 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะ ให้คืน ตามระเบียบ ตร.เกี่ยวกับคดีลักษณะ 6 ของกลางและของส่วนตัวของผู้ต้องหา 15/49
บทที่ 2 การปฏิบัติเกี่ยวกับรถของกลาง

19.3 กรณีที่หมดความจำเป็นที่จะเก็บรักษาไว้ให้แจ้งผู้มีสิทธิมารับรถคืนไป

กรณีรถชน แม้รถจะเป็นพยานวัตถุ ไม่ได้ใช้ตัวรถเป็นพยานวัตถุในการพิจารณาของศาล จึงไม่ต้องนำมาศาล ตาม ม.241 แต่กรณีรถชน เป็นกรณีที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจพิสูจน์ ดังเช่นการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ หรือลูกระเบิด ไม่ต้องนำมาศาล รถที่ถูกชนเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจได้ถ่ายภาพ วัดร่องร่อย ระยะบาดแผลการชน ลักษณะบาดแผล การชนไว้แล้ว เป็นการใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ ที่ผ่านการตรวจสภาพไปเรียบร้อยแล้วจึงไม่ใช่หลักฐานสำคัญในทางคดีอีกต่อไป แต่ดันมีค่า มีราคา
ในอดีตเราปฏิบัติและคืนรถกันมาแบบนี้เสมอ มิฉะนั้นแล้วร่องรอยการเบรคบนถนนซึ่งก็ถือว่าเป็นพยานวัตถุเช่นเดียวกัน พงส.ก็ย่อมมีอำนาจ ที่จะเก็บรักษาถนนไว้ให้ศาลมาดูถ้ามีปัญหาภายหลัง ห้ามรถวิ่ง หรือไม่ต้องไปซ่อมแซมกันเลย หากนำ 241 มาใช้ได้กับพยานวัตถุทุกรณี หรือจะอ้างว่าหมดความจำเป็นก็คงอ้างไม่ขึ้นเช่นกัน
แต่ต่อมาเมื่อมี 85/1 ก็ต้องมาดูวิธีการบังคับใช้ เป็นการนำมาใช้ของผู้จับกุมที่
หากจะบอกว่าใช้ 85/1 กับทรัพย์สินของผู้ต้องหาในการยึดรถเพื่อใช้เป็นวัตถุพยานแล้ว ก็ต้องใช้ 132 กับผู้เสียหายหรือคู่กรณี ต้องปฏิบัติเหมือนกัน ดังนั้นกรณีรถชนหากจะใช้วิธีใดกับผู้ต้องหา ก็ต้องใช้วิธีเดียวกันกับผู้เสียหายหรือคู่กรณีด้วย เพื่อที่นำมาเป็นวัตถุพยานตาม 241 ทั้งสองฝ่ายได้เช่นเดียวกัน ซึ่งบางกรณีอาจจะประมาททั้งสองฝ่ายซะด้วยซ้ำ แต่ พงส.ก็เลือกที่จะแจ้งข้อกล่าวหาเพียงฝ่ายเดียวหรือเข้าใจผิดคิดว่าประมาทฝ่ายเดียว
หากปฏิบัติไม่เหมือนกัน ถ้าไม่เรียกว่าเลือกปฏิบัติ 157 แล้วจะเรียกว่าอะไรครับ
ซึ่งผมก็ยังเห็นว่า รถเป็นทรัพย์มีค่า มีราคาสูง ทอง 1 บาท มีค่ามีราคาสูง แต่เงินเดือนผมซื้อได้ แต่รถ เงินเดือนผมทั้งเดือนยังซื้อไม่ได้ครับ จึงเห็นว่า ไม่เข้าข้อ 7 ครับ ประเด็นนี้จะอธิบายว่ายังไงครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 06/10/2017 8:04 am    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ก็เพราะเป็นห่วงว่าพี่น้องประชาชนเข้ามาอ่านเก็บเกี่ยวความรู้ความเข้าใจในการทำคดีของตำรวจนี่แหละ ถึงต้องแย้งว่า รถที่ชนกันร้อยเวรเอามาตรวจสภาพ ไม่ว่าคนขับจะหนีหรือไม่ มีข้อพิจารณาเกี่ยวกับตัวรถว่า รถที่ชนกันไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้กระทำผิด จึงไม่มีอำนาจริบ ตามหลักว่่าด้วยริบตามกฎหมายทั่วไปเกี่ยวกับคดีอาญา

แต่ พรบ.จราจร ม.78 เป็นกฎหมายเฉพาะในเรื่องให้ริบรถตกเป็นของแผ่นดินได้โดยเขียนตัดบททั่วไปว่า กรณีชนแล้วหนี เจ้าของรถไม่มาแสดงตัวในกำหนดหกเดือน ให้รถตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งมันเป็นบทเฉพาะในเรื่องผลของกฎหมายให้รถที่ชนแล้วหนีตกเป็นของแผ่นดินได้หากเจ้าของรถไม่มาแสดงตนในกำหนดหกเดือน ไม่ได้เป็นบทเฉพาะว่า พงสฯไม่มีอำนาจยึดรถที่ชนกันมาทำคดีแต่อย่างใด รถที่ชนกันไม่ว่าจะหนีหรือไม่หนี ตำรวจสามารถเอามาโรงพักเพื่อตรวจร่องรอยการชนประกอบคดีได้ แต่เนื่องจากรถไม่ได้ใช้กระทำผิด ความผิดมันอยู่ที่การกระทำของคนขับต่างหาก รถจึงไม่ริบ แต่เอารถมาโรงพักได้ ในอำนาจ พงสฯ ในฐานที่รถเป็น พยานวัตถุ ที่ใช้พิสุจน์ความผิดหรือความบริสทธ์ของคนขับได้

เห็นด้วยที่ว่า ตัวรถจริงๆ ไม่ใช่พยานวัตถุ แต่ร่องรอยการชนต่างหาก ที่ถือว่าเป็นพยานวัตถุที่ใช้พิสูจน์ความถูกผิด พงสฯจึงมีอำนาจยึดรั้งหน่วงรถไว้ที่โรงพักเท่าที่จะใช้เวลาตรวจร่องรอยการชนให้เสร็จสิ้นไปเท่านนั้น ตรวจเสร็จแล้ว ก็คืนให้พี่น้องประชาชนเจ้าของรถ รับรถกลับบ้าน
แต่อย่างไรก็ตาม รถที่ชนกันเมื่อ พงสฯเอามาโรงพัก ในอำนาจถื่อว่า รถเป็นสิ่งของที่ยึดเอามาเพื่อใช้ตรวจพิสุจน์ความผิด ซึ่ง ปวิอ.85 ประกอบ 131 132 ให้อำนาจพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานได้ มีอำนาจยึดสิ่งของเพื่อการพิสูจน์ได้ เสร็จแล้วก็คืน คดีที่เกี่ยวรถใช้กระทำผิด เช่น ผิด พรบ.ขนส่ง ประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต รถเป้นพยานหลักฐานใช้พิสูจน์ความผิดได้ แต่ไม่ริบเพื่อถือว่าไม่ใช่ทรัพยืใช้ทำผิด ผิดแค่ไม่ได้ขออนุญาตเท่านั้น พงสฯ ก็มีอำนาจยึดรถที่มาประกอบการชนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาตได้

ยึดรถมาทำคดีตรวจร่องรอยหลักฐานแล้วก็คืนได้ การคืน ก็ใช้ ปวิอ 85/1 ซึ่งมีวิธีคืน 3 วิธี
1 แบบไม่มีประกันแต่มีเงื่อนไขว่า ต้องสาบานตนว่าพร้อมที่จะนำมาคืนได้ตามสั่งของพงส. หรือ อัยการ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีต่อไป
2 แบบมีประกัน แต่ไม่ต้องวางหลักประกัน ต้องทำสัญญาประกัน
3 แบบมีประกัน และหลักประกัน

จะใช้แบบไหน 85/1 ข้อ4 มีหลักเกณฑืกำหนดไว้ให้ใช้ดุลพินิจพิจารณา โดยคำนึงถึงเหตุต่าง ๆ หลายเหตุ เช่น มีเหตุผลอะไรถึงจะเอารถคืน เอาไปแล้วรถจะหายไหม ถ้ามีประกันวางประกันหลักทรัพย์น่าเชื่อถือหรือเปล่า คนรับรถไปใช่เจ้าของหรือไม่ จะเอาไปใช้ประโยชน์จริงไหม จะเอาไปนานแค่ไหน เป็นต้น

85/1 ได้ยกตัวอย่างการใช้ดุลพินิจคืนไปใช้ประโยชน์ตามข้อ 7 ว่า กรณีสิ่งของที่ยึดไว้ไม่ใช่หลักฐานสำคัญและมีราคาน้อยก็ให้ใช้ดุลพินิจคืนไปใช้ประโยชน์แบบไม่มีประกัน (แบบที่1) โดยมีข้อผูกพันเป็นเงื่อนไขว่า ถ้าพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการต้องการเรียกคืนเพื่อเอามาใช้ประโยชน์ในการพิจารณาคดี ก็ต้องสามารถนำมาคืนให้ได้ เงื่อนไขมีเท่านี้

รถที่ชนกันตรวจร่องรอยหลักฐานแล้ว ก็ย้อนไปใช้ดุลพินิจตามข้อ 4 ดุลพินิจว่ายังไงล่ะ ลองพิจารณาดูตัวอย่างตามข้อ 7 รถที่ชนกันไม่ใช่หลักฐานสำคัญ แต่หลักฐานสำคัญอยู่ที่ร่องรอยการชนที่ปรากฏอยู่ที่ตัวรถ สภาพของรถเบรก ไฟ แตร ที่ตรวจพบ เมื่อตรวจเสร็จแล้วตัวรถย่อมไม่ใช่หลักฐานสำคัญ แม้จะมีราคาเล็กน้อย กฎหมายยังต้องให้คืนตามแบบที่ 1 ได้

คือ มีเงื่อนไขว่า คุณรับคืนไปแล้ว รถจมีราคาเล็กน้อยซื้อง่ายขายง่ายหายง่ายนะ คุณเอาไปแล้วย่อมมีกรรมสิทธ์ตามกฎหมายในการจำหน่าย ใช้สอย ให้เช่า คุณจะเอาไปทำอะไรก็ได้ แต่ต้องสาบานตนนะว่า คุณเอาคืนไปแล้ว หากพงสหรืออัยการต้องการใช้ประโยชน์ในการดำเนินคดีต่อไป คุณต้องเอามันกลับมามอบให้ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสทธ ของผู้ขับชี่รถของคุณนั่นแหละ เพราะคดีไม่ได้จบที่พงสฯ มีคนเจ็บสาหัส หรือ ตาย ต้องทำสำนวนส่งอัยการพิจารณา

ในชั้นอัยการ เมื่อรับสำนวนจากตำรวจแล้ว ท่านอัยการจะพิจารณาถึงเรื่องรถของกลางของคุณที่รับคืนไปด้วย โดยอัยการมีระเบียบการดำเนินคดีที่มีของกลาง ต้องสั่งเกี่ยวกับของกลางด้วยว่าจะจัดการอย่างไร อัยการจึงมีอำนาจพิจารณาว่ารถของกลางจะฟ้องขอให้ศาลริบหรือไม่ ถ้าไม่ริบท่านอัยการก็จะสั่งให้พนักงานสอบสวนจัดการตาม ปวิอ 85 วรรคท้าย คือ สั่งคืนเจ้าของเด็ดขาด

รถของกลางคดีรถชนไม่ใช่รถที่ใช้กระทำผิด หากอัยการไม่ต้องการให้เรียกมาตรวจหลักฐานเพิ่มเติม พอใจในผลการตรวจร่องรอยที่ พงสฯ ทำไปแล้ว พงสฯก็จะคืนให้ท่านเด็ดขาดข้อผูกพันที่ว่า ที่สาบานตนว่าจะนำรถมาคืนเมื่อพงสฯหรืออัยการต้องการใช้ประโยชน์ทางคดี เป็นอันยุติ

ความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ลูกหลานเดินถนนโดนรถชนเจ็บ ตาย เขาจะรู้สึกยังไง ถ้า ร้อยเวรเอารถไปโรงพัก ตรวจร่องรอยหลักฐานเสร็จ ร้อยเวรบอกว่า ตรวจเสร็จแล้ว ร้อยเวรไม่มีอำนาจยึดต่อ ต้องคืนเด็ดขาดแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ เจ้าของรถที่รับรถไปไม่ต้องมีภาระใดๆ กับตำรวจอีกแล้ว

แต่ถ้าพนักงานสอบสวนมีเหตุผลตามกฎหมายอธิบายให้เขาฟังว่า รถคืนไปแล้ว กฎหมายต้องการให้เอาไปใช้ประโยชน์จึงเอาไปซ่อมแซมได้ เอาไปใช้ได้ ไม่ห้าม ทุกฝ่ายทำได้หมดไม่ว่าจะเป็นรถฝ่ายไหน พยานหลักฐานที่ใช้พิสูจน์ถูกผิดอยู่ที่ร่องรอยการชน การตรวจสภาพรถที่ทำไว้แล้ว แม้จะรับรถคืนไปแล้ว แต่เจ้าของรถยังมีภาระผูกพันตามเงื่อนไขว่า สามารถนำรถมาคืนได้หาก ทางราชการ ตำรวจ หรือ อัยการ ต้องการเอามาใช้ประโยชน์ในการพิสุจน์ความผิดหรือความบริสุทธิในอนาคต ในชั้นอัยการหรือศาล แล้วแต่กรณี ทั้งนี้เพราะกฎหมายไม่ได้ให้คืนรถไปแบบลอย ๆ แต่ให้มีหลักประกันว่า ยังมีรถที่เกิดเหตุกลับมาใช้ประโยชน์ในทางคดีอีกได้ในอนาคต

สรุป

1 พรบ.จราจร ม.78 วางตัวบทเฉพาะตัดบททั่วไปในเรื่อง ให้รถตกเป็นของแผ่นดินหากชนแล้วหนีและเจ้าของรถไม่มาแสดงตัวตัวพนักงานสอบสวนในกำหนดหกเดือน แต่ไม่ได้เป็นบทห้าม พงส.ยึดรถที่ชนกันแล้วไม่หนีแต่อย่างใด พงสฯมีอำนาจตาม ปวิอ 131 132 ประกอบ 85 ยึดรถไว้เพื่อใช้ตรวจพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิของผู้ต้องหา

2 เมื่อ พงสฯยึดรถมาโรงพัก ต้องปฎิบัติตามระเบียบ ตำรวจว่าด้วยการจัดการรถของกลาง คือ ลงบัญชียึดทรัพย์ของกลาง ลงรายละเอียดเกี่ยวกับรถ ทรัพยืสินในรถ ตามระเบียบเกี่ยวกับคดี เมื่อหมดความจำเป็นให้คืนเจ้าของ

3 หมดความจำเป็น หมดประโยชน์ในการใช้ดำเนินคดี ให้คืนเจ้าของ ต้องนำระบบวิธีการดำเนินคดียุตธรรมทางอาญามาประกอบว่า เมื่อ พงสฯทำสำนวนเสร็จแล้ว ต้องส่งให้อัยการพิจารณา รถของกลางท่ยึดไว้ อัยการยังมีอำนาจพิจารณาว่า พนักงานสอบสวนตรวจร่องรอยหลักฐานครบถ้วนตามประเด็นที่เกียวข้องในคดีหรือไม่ ถ้ายังไม่ครบอัยการสั่งตรวจเพิ่มเติมได้ แต่ระหว่างทำสำนวนยังไม่ส่งอัยการ พงสฯมีอำนาจคืนไปก่อนได้ เช่นเดียวกับที่ระเบียบของกลางกำหนด
แต่จะคืนอย่างไรให้นำ 85/1 มาใช้มีสามวิธี

4 ตามกฎหมาย ระเบียบ คดีรถชนมี่รถเป็นของกลาง ใช้วิธีคืนแบบมีเงื่อนไข ทำสัญญาให้เจ้าของรถผู้รับคืนสาบานตนว่า พร้อมที่จะนำรถมาคืนให้ได้เพื่อใช้ประโยชน์ในการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธเมื่อ พงสฯหรือ อัยการ สั่งให้ตรวจร่องรอยหลักฐานเพิ่มเติม ถ้าไม่สั่งก็ไม่ต้องเอามาตรวจอีก ( ดู 85/1 ข้อ Cool

5 รถรับคืนแล้ว เอาไปซ่อมได้ เอาไปใช้ได้ แต่ส่วนมากที่พบ ฝ่ายที่เสียหายเป็นฝ่ายถูก รับไปแล้วมักจะไม่ซ่อมหากคดียังไม่รับค่าเสียหาย กลัวร่องรอยหาย พงสฯบอกว่า ไม่เป็นไรซ่อมได้เลยครับ เพราะได้ทำหลักฐานไว้แล้ว ส่วนฝ่ายผู้ต้องหาหรือฝ่ายผิด รับแล้วซ่อมเรียบร้อย

6 เกร็ดเล็กน้อย ย้อนไปดูคดี จำเลยหญิงคดีรถชนแล้วหนีขอรื้อฟื้นคดีใหม่หลังศาลฎีกาตัดสินจำคุก ในชั้นไต่สวนคำร้อง ฝ่ายจำเลยที่ขอรื้อคดีว่าตนเองไม่ผิด ได้เอารถที่เกิดเหตุ ขึ้นรถเทลเลอร์ บรรทุกไปศาลด้วย ทำไมต้องเอาไปล่ะครับ ก็มาตรา 241 ไงครับบอกไว้ว่า พยานวัตถุให้นำมาศาล ในการนำสืบ ถ้าเอามาไม่ได้ศาลมีอำนาจเดินเผชิญสืบนอกศาลได้ด้วย แต่คดีนี้ศาลไม่ได้เรียกตรวจรถ ฝ่ายจำเลยเอามาเผื่อไว้ตามกฎหมายว่า ถ้าศาลเรียกตรวจรถว่าใช่คันเกิดเหตุจริงหรือไม่ จำเลยก็พร้อมให้ตรวจตาม 241

อนึ่งแม้ว่า ประโยชน์การพิสูจน์ถูกผิดอาศัยการตรวจร่องรอยการชนที่ปรากฏที่ตัวรถเป็นพยานวัตถุ ตัวรถจริงๆ ทั้งคันไม่ใช่ประโยชน์โดยตรงตาม แต่เมื่อพยานหลักฐานร่องรอยมันอยู่ที่ตัวรถต้องเอามาถ่ายภาพ เก็บหลักฐาน จึงมีความจำเป็นต้องถือว่า รถเป็นพยานวัตถุในคดีที่ใช้พิสูจน์ถูกผิดของจำเลยในชั้นศาลได้ คดีรถชน รถจึงเป็นของกลางเพื่อใช้เป็นพยานวัตถุ แต่ไม่ใช้เพื่อขอให้ศาลริบ เว้นแต่ชนแล้วหนีเจ้าของไม่มาแสดงตนในหกเดือนเท่านั้นที่กฎหมายเขียนมัดมือ ปิดปากไม่ให้เถียง คือให้ริบรถตกเป็นของแผ่นดินทันทีเมื่อครบหกเดือนแล้วไม่มาแสดงตน ถ้ามาแสดงตนหลังหกเดือนรถก็โดนริบไปแล้วโดยผลของกฎหมาย คืนไม่ได้แล้ว
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 06/10/2017 8:18 am    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เพิ่มเติม ประเด็น 85/1ข้อ 7 ของกลางไม่ใช่หลักฐานสำคัญ และ มีราคาเล็กน้อย ให้รับคืนโดยไม่มีประกันได้ ต้องตีความว่า ขนาดของกลางมีราคาเล็กน้อย กฎหมายยังควบคุมดุลพินิจไว้ว่า ให้คืนไปโดยทำสัญญาสาบานตนว่า.........

นี่ขนาดราคาเล็กน้อยนะ ยังต้องมีเงื่อนไขรับคืนโดยสาบานตนว่า... เช่น คดี รถจักรยานชนกันมีคนเจ็บ ตรวจสภาพเสร็จแล้ว ก้ให้รับคืนไปรักษา หรือใช้ประโยชน์ เอาไปซ่อมใช้ได้ แต่ต้องสาบานตนว่า.......

ถ้าเป็นรถใหญ่ รถบรรทุกเทลเลอร์หลักล้าน รถเก๋งเปอร์เช่ ราคาแพง เป็นของกลางคดีรถชนไม่หนี ชนคู่กรณีไฟลุกท่วมรถเสียชีวิต นี่คุณจะคืนลอย ๆ หลังตรวจสภาพเสร็จเลยเหรอ ไม่มีเงื่อนไขสาบานตนว่่า.... ถ้าคืนแบบนี้มันเท่ากับไม่ได้ใช้ดุลพินิจตามหางเสือที่กำกับไว้ตาม ข้อ 4 และการคืนไม่ชอบตามข้อ 8

ประชาชนฝ่ายผู้เสียหายที่ถูกชนเขาจะเข้ามาค้านได้ตามสิทธิว่าทำไมร้อยเวรตรวจสภาพแล้ว คืนลอย ๆ ไมีเงือนไขสาบานตนว่า.....คำคัดค้านในการรับคืนของผู้เสียหายเป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องเอามาพิจารณาประกอบด้วย

คนเดินถนนถูกรถชนเจ็บอยู่ รพ. ร้อยเวรยึดรถที่ชนมาตรวจสภาพเสร็จแล้ว ลง ปจว.คืนไปเลย ไม่ยึด 85/1 ผู้เสียหายเขาคัดค้านได้นะครับ

แต่ถ้า พงสฯ คืนโดยยึด 85/1 มันเป็นเหตุผลที่อ้างอธิบายตามกฎหมายตอบได้ทุกเวที
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 07/10/2017 7:05 am    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถาม
1.ประเด็นเอารถไปซ่อมแล้ว อาจมีการเปลี่ยนแปลงถึงขนาดโหลดเตี้ยว เปลี่ยนสี จะเรียกกลับมาตรวจพิสูจน์อะไรตรงไหน ในภายหลังครับ ขอวิธีการหรือขั้นตอนให้ทราบ ครับ ผมรามาหลายคำตอบแล้วครับ
2.กรณีรถชน ไม่ต้องไปยกตัวอย่าง รถบรรทุกเทลเลอร์หลักล้าน รถเก๋งเปอร์เช่ ที่มีราคาแพงมากๆหรอกครับ เอาแค่รถยนต์ธรรมดาก็เป็นทรัพย์ที่มีค่า มีราคาสูง ไม่ต้องถึงขนาดหลักล้านครับ เอาแค่หลักแสน มีค่ามากกว่าเงินเดือน ผมก็ถือว่ามีราคาสูงแล้ว ขอธงชัดๆ มาเลยครับว่า
การคืนรถยนต์แค่หลักแสนแก่ผู้ต้องหา นั้นเข้าข้อ7 ยังไง ถ้าไม่เข้าข้อ 7 ต้อง ต้องทำเป็นข้อ 8(1) หรือ8(2) อย่างนั้นใช่หรือไม่ ระบุมาให้ชัดๆ เลยครับ
หรือรถที่ราคาหลักแสน ก็คือว่าเป็นทรัพย์ที่มีราคาไม่สูง คำว่าราคาสูงเอาหลักเกณฑ์ประมาณไหน ขอชัดๆ จะได้ปฏิบัติได้ใกล้เคียงกันทั้งประเทศ หรือเอาหลักเกณฑ์ความพอใจที่แกว่งไปมา
3.กรณีมีคนเจ็บ คนตาย ถามจริงๆ ว่าเป็นการตีความเพื่อยึดรถไว้เอามาเป็นหลักประกันเพื่อเรียกค่าชดใช้ในทางแพ่งหรือไม่ ซึ่งมันไม่เกี่ยวกันกับเรื่อง ยึดไว้เพื่อพิสูจน์ความผิด ไม่งั้นหากมีคู่กรณีคัดค้าน ท่านแทบจะคืนแบบไม่มีประกัน แทบไม่ได้เลยเพราะรถเป็นทรัพย์มีราคาสูง แถมจะปวดหัวในคดีต่อไป เพราะต่อไปต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับและต้องการให้แจ้งดำเนินคดีกับอีกฝ่ายหนึ่งด้วย เพราะต้องการให้ยึดรถไว้ทั้งสองฝ่าย เอาแบบเท่าเทียม

4.ซึ่งในส่วนตัวผมเองเห็นว่า คดีจราจร เป็นกฎหมายพิเศษ ขนาดความผิดซึ่งหน้า ยังสามารถให้ออกใบสั่งได้ ให้ว่ากล่าวได้ จึงเห็นว่า มาตรา 78 วรรคสอง เป็นบทตัดของ 85 และ 85/1 ด้วย
ซึ่งดิมในอดีต ที่ยังไม่มี 85/1 ผมขอถามว่า ในอดีตก่อนมี 85/1 กรณีรถชนแล้วหลบหนี และทั้งกรณีรถชนแล้วไม่หลบหนี ได้ตรวจพิสูจน์รถเสร็จแล้ว เมื่อท่านได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาแล้ว ท่านคืนรถยังไง อ้างกฎหมายและระเบียบใด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 07/10/2017 8:20 am    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตอบ1

1 ตัวอย่างเช่น รถปิคอัพป้ายทะเบียนสีเขียว ชนจักรยานแล้วหลบหนี คนขี่จักรยานตาย
มีหลักฐาน
-ป้ายทะเบียนรถปิคอัพเป็นอักษรสีเขียวมีรอยครูดสีเขียวถลอกที่ป้าย
-มีรอยเปื้อนสีเขียวที่รถจักยาน

พงส เรียกรถปิคอัพต้องสงสัยตามคำพยานมาส่งตรวจ ตั้งคำถามว่า สีเขียวเปื้อนรถจักยานใข่สีเขียวที่ถลอกจากป้ายทะเบียนปืคอัพหรือไม่. ผลตรวจบอกใช่ พงส เรียกเจ้าของรถมาแจ้งข้อหาดำเนินคดี ยึดรถปิคอัพเป็นของกลาง ตรวจร่อยรอยการชนเข้ากันได้ มอบรถปิคอัพคืนไปตาม กฎกระทรวง 85/1 ข้อ 8 (1) โดยทำสัญญารับรถ สาบานตนว่า จะนำมาคืนให้เมื่อ พงส หรือ อัยการ ต้องการใข้ประโยชน์ในการดำเนินคดีอีก
สอบสวนผู้ต้องหาไม่ให้การ ขอปฏิเสธลอยให้การขั้นศาล พงส คืนรถให้เจ้าของรับไปรักษา ทั้งปิคอัพและจักรยาน

พงส ไปสอบผู้ชำนาญว่าตรวจยังไง ผู้ชำนาญตอบว่า ใช้กล้องขยายส่องเปรียบเทียบลักษณะของสีตรงกัน พงส สั่งฟ้องผู้ต้องส่งสำนวนและตัวไปอัยการ หมายเหตุท้ายบัญชีของกลางว่า รถปิคอัพของกลาง และจักรยานให้เจ้าของรับไปแล้ว

ผู้ต้องหา ขอความเป็นธรรมกับอัยการว่า ป้ายรถสีเขียวมีทั่วประเทศ ทำไมฟ้องฉัน อัยการสั่ง พงส สอบเพิ่มโดย
ให้ พงส ส่งป้ายรถสีเขียวกับจักรยานที่เปื้อนสีเขียวไปตรวจคุณภาพวิเคราะห์ และปริมาณวิเคราะห์ว่า

1 คุณสมบัติทางเคมีของสีเขียวที่ป้ายกับที่เปื้อนจักรยานตรงกันหรือไม่
2 ปริมาณของสีเขียวที่ถลอกจากป้าย ตรงกับปริมาณสีเขียวที่เปื้อนจักรยานหรือไม่

พงส ย่อมมีอำนาจเรียกรถของกลาง กลับมาดำเนินการตรวจเพิ่มเติมตามสั่งอัยการได้





ตอบ 2
ข้อ7 ราคาน้อย / ไม่ใช่หลักฐานสำคัญ คืนไม่มีประกันได้ ใช้วิธีตาม 8(1) ทำสัญญารับรถ สาบานตนว่า จะเอามาคืนเมื่อ พงส พงอ ต้องการใช้เป็นประโยชน์ ในการดำเนินคดี

ฉะนั้น ราคามาก / ไม่ใช่หลักฐานสำคัญ ก็ยิ่งต้องทำสัญญารับคืน สาบานตนว่า..... เช่นเดียวกัน
หลักการคือ ยิ่งต้องเป็นเข่นนั้น ถามกลับว่า หลักการนี้มันแกว่งยังไง ไม่ต้องนกเงินเดือนน้อยซื้อรถไม่ได้มาอ้างหรอกครับ






ตอบ3
พงส ยุคใหม่ไม่ได้ยึดรถไว้เพื่อรองการเจรจาค่าเสียหายนะครับ. แต่ใช้ 85/1 ตรวจสภาพเสร็จคืน ใช้วิธีคืนตาม ข้อ 8
ควบคุมดุลพินิจตาม ข้อ 4.
ยึดตัวอย่างการใช้ดุลพินิจตามข้อ 7
ให้รับคืนโดยไม่มีประกันก็ได้. เข้าใจภาษากฎหมายคำว่า "ก็ได้"ไหม





ตอบ 4
ความพิเศษของ พรบ จราจร คือ ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพิเศษ นะครับ ไม่ได้ให้อำนาจพิเศษแก่ พงส นะ

พนักงานเจ้าหน้าที่ คือ ตำรวจผู้มีทำหน้าที่ควบคุมการจราจร มีอำนาจ ออกใบสั่ง ยึดรถที่ชนแล้วหนี ไม่ได้ให้พงส มีอำนาจออกใบสั่ง ไม่ได้ให้อำนาจพงส ยึดรถที่ชนแล้วหนีนะครับ

แต่ พงส มีอำนาจยึดตาม วิอาญา 131. 132

ทำไมถึงให้อำนาจยุดรถชนแล้วหนีแก่ พงจ ก็ไปดูหมายเหตุท้าย พรบ จราจร ก็ทางมันเยอะ เขื่อมโยงทั่วประเทศ รถชนแล้วหนีในทางบนยอดเขา พงส อยู่โรงพักห่างมาก มายึดไม่ทันหรอก
กฎหมายจึงให้อำนาจ ตำรวจที่ควบคุมการจราจรในเส้นทางบนเขา ยึดรถชนแล้วหนีได้ ตาม 78 นั่นแหละเหตุผลพิเศษมอบอำนาจให้ ตำรวจทุกระดับที่มีหน้าที่ควบคุมการจราจรมีอำนาจยึดรถที่ขนแล้วหนี

ก่อนมี 85/1 คืนรถชนแล้วหนียังไง ตอบว่า คืนตามแนวทางตร ไงครับ ที่ท่านเทพโพสนั่นแหละ ยึดหน่วงไว้จนกว่าจะเจรจาค่าเสียหาย. ต้องเปิดปากเผยตัวคนขับฯลฯ อันนี้มันขัดกฎหมายปัจจุบัน ผลคือ ยกเลิกโดยปริยาย. สังเกตุไหม ไม่มีการสั่งเลิก. เพราะมันยกเลิกโดยปริยายเพราะขัดกฎหมาย 85/1 ประกอบกฎกระทรวงที่มีสถานะสูงกว่าข้อสังการแนวทางตร.
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 08/10/2017 1:43 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:
ตอบ1

1 ตัวอย่างเช่น รถปิคอัพป้ายทะเบียนสีเขียว ชนจักรยานแล้วหลบหนี คนขี่จักรยานตาย
มีหลักฐาน
-ป้ายทะเบียนรถปิคอัพเป็นอักษรสีเขียวมีรอยครูดสีเขียวถลอกที่ป้าย
-มีรอยเปื้อนสีเขียวที่รถจักยาน

พงส เรียกรถปิคอัพต้องสงสัยตามคำพยานมาส่งตรวจ ตั้งคำถามว่า สีเขียวเปื้อนรถจักยานใข่สีเขียวที่ถลอกจากป้ายทะเบียนปืคอัพหรือไม่. ผลตรวจบอกใช่ พงส เรียกเจ้าของรถมาแจ้งข้อหาดำเนินคดี ยึดรถปิคอัพเป็นของกลาง ตรวจร่อยรอยการชนเข้ากันได้ มอบรถปิคอัพคืนไปตาม กฎกระทรวง 85/1 ข้อ 8 (1) โดยทำสัญญารับรถ สาบานตนว่า จะนำมาคืนให้เมื่อ พงส หรือ อัยการ ต้องการใข้ประโยชน์ในการดำเนินคดีอีก
สอบสวนผู้ต้องหาไม่ให้การ ขอปฏิเสธลอยให้การขั้นศาล พงส คืนรถให้เจ้าของรับไปรักษา ทั้งปิคอัพและจักรยาน

พงส ไปสอบผู้ชำนาญว่าตรวจยังไง ผู้ชำนาญตอบว่า ใช้กล้องขยายส่องเปรียบเทียบลักษณะของสีตรงกัน พงส สั่งฟ้องผู้ต้องส่งสำนวนและตัวไปอัยการ หมายเหตุท้ายบัญชีของกลางว่า รถปิคอัพของกลาง และจักรยานให้เจ้าของรับไปแล้ว

ผู้ต้องหา ขอความเป็นธรรมกับอัยการว่า ป้ายรถสีเขียวมีทั่วประเทศ ทำไมฟ้องฉัน อัยการสั่ง พงส สอบเพิ่มโดย
ให้ พงส ส่งป้ายรถสีเขียวกับจักรยานที่เปื้อนสีเขียวไปตรวจคุณภาพวิเคราะห์ และปริมาณวิเคราะห์ว่า

1 คุณสมบัติทางเคมีของสีเขียวที่ป้ายกับที่เปื้อนจักรยานตรงกันหรือไม่
2 ปริมาณของสีเขียวที่ถลอกจากป้าย ตรงกับปริมาณสีเขียวที่เปื้อนจักรยานหรือไม่

พงส ย่อมมีอำนาจเรียกรถของกลาง กลับมาดำเนินการตรวจเพิ่มเติมตามสั่งอัยการได้





ตอบ 2
ข้อ7 ราคาน้อย / ไม่ใช่หลักฐานสำคัญ คืนไม่มีประกันได้ ใช้วิธีตาม 8(1) ทำสัญญารับรถ สาบานตนว่า จะเอามาคืนเมื่อ พงส พงอ ต้องการใช้เป็นประโยชน์ ในการดำเนินคดี

ฉะนั้น ราคามาก / ไม่ใช่หลักฐานสำคัญ ก็ยิ่งต้องทำสัญญารับคืน สาบานตนว่า..... เช่นเดียวกัน
หลักการคือ ยิ่งต้องเป็นเข่นนั้น ถามกลับว่า หลักการนี้มันแกว่งยังไง ไม่ต้องนกเงินเดือนน้อยซื้อรถไม่ได้มาอ้างหรอกครับ






ตอบ3
พงส ยุคใหม่ไม่ได้ยึดรถไว้เพื่อรองการเจรจาค่าเสียหายนะครับ. แต่ใช้ 85/1 ตรวจสภาพเสร็จคืน ใช้วิธีคืนตาม ข้อ 8
ควบคุมดุลพินิจตาม ข้อ 4.
ยึดตัวอย่างการใช้ดุลพินิจตามข้อ 7
ให้รับคืนโดยไม่มีประกันก็ได้. เข้าใจภาษากฎหมายคำว่า "ก็ได้"ไหม





ตอบ 4
ความพิเศษของ พรบ จราจร คือ ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพิเศษ นะครับ ไม่ได้ให้อำนาจพิเศษแก่ พงส นะ

พนักงานเจ้าหน้าที่ คือ ตำรวจผู้มีทำหน้าที่ควบคุมการจราจร มีอำนาจ ออกใบสั่ง ยึดรถที่ชนแล้วหนี ไม่ได้ให้พงส มีอำนาจออกใบสั่ง ไม่ได้ให้อำนาจพงส ยึดรถที่ชนแล้วหนีนะครับ

แต่ พงส มีอำนาจยึดตาม วิอาญา 131. 132

ทำไมถึงให้อำนาจยุดรถชนแล้วหนีแก่ พงจ ก็ไปดูหมายเหตุท้าย พรบ จราจร ก็ทางมันเยอะ เขื่อมโยงทั่วประเทศ รถชนแล้วหนีในทางบนยอดเขา พงส อยู่โรงพักห่างมาก มายึดไม่ทันหรอก
กฎหมายจึงให้อำนาจ ตำรวจที่ควบคุมการจราจรในเส้นทางบนเขา ยึดรถชนแล้วหนีได้ ตาม 78 นั่นแหละเหตุผลพิเศษมอบอำนาจให้ ตำรวจทุกระดับที่มีหน้าที่ควบคุมการจราจรมีอำนาจยึดรถที่ขนแล้วหนี

ก่อนมี 85/1 คืนรถชนแล้วหนียังไง ตอบว่า คืนตามแนวทางตร ไงครับ ที่ท่านเทพโพสนั่นแหละ ยึดหน่วงไว้จนกว่าจะเจรจาค่าเสียหาย. ต้องเปิดปากเผยตัวคนขับฯลฯ อันนี้มันขัดกฎหมายปัจจุบัน ผลคือ ยกเลิกโดยปริยาย. สังเกตุไหม ไม่มีการสั่งเลิก. เพราะมันยกเลิกโดยปริยายเพราะขัดกฎหมาย 85/1 ประกอบกฎกระทรวงที่มีสถานะสูงกว่าข้อสังการแนวทางตร.

ขอบคุณครับ น้อมรับความเห็นโดยไม่มีข้อโต้แย้งครับ
แต่ขออนุญาต เรียนถามว่า กรณีรถชนกัน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ ตรวจสภาพเสร็จแล้ว แต่รถมีราคาหลักแสน หรืออาจจะหลายแสน พงส.จะคืนรถโดยให้ทำประกัน โดยมีสัญญาประกัน หรือมีหลักประกัน ได้หรือไม่ครับ แล้วเคยมีใครทำกันบ้างหรือยังครับ อยากทราบจริงๆ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 08/10/2017 6:43 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คดีชนไม่มีคนเจ็บ เป็นคดีลหุโทษ ค่าเสียหายตกลงไม่ได้ก็จริง แต่รัฐเป็นผู้เสียหาย รูปคดีจึงมีสองกรณี

1. คดีเลิกกันได้โดยการเปรียบเทียบหากผู้ต้องหารับสารภาพ ยอมให้เปรียบเทียบ รถที่ยึดมาลงยึดตามระเบียบ แต่เมื่อคดีเลิก ก็คืนรถเด็ดขาด ไม่ต้องตัดเลขคดีจร ค่าเสียหายตกลงไม่ได้ ไปว่ากล่าวกันทางแพ่ง ส่งทึกเปรียบเทียบพร้อมสำนวน (ถ้ามี)ให้อัยการตรวจ ตาม 142 วรรคท้าย

2. ผู้ต้องหาปฏิเสธ สู้คดี ทำสำนวนตัดเลขคดี จร รถที่เกิดเหตุชนกันเมื่อยึดมาโรงพักก็ต้องทำตามระเบียบ คืนให้รับไปตาม 85/1 ข้อ 8(1) เหมือนกัน
รออัยการสั่งเกี่ยวกับ รถของกลาง ค่าเสียหายตกลงไม่ได้ไปว่ากันในทางแพ่ง
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 08/10/2017 8:43 pm    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คดีรถชนนี่ รถไม่ใข่ทรัพย์ใข้ทำผิด กรณีชนแล้วไม่หนี สำนวนส่งอัยการ มีบัญชียึดเป็นของกลาง อัยการจะสั่งให้จัดการตาม วิอ 85 วรรคท้าย

คดีชนแล้วหนี ถ้าได้ตัวแล้วในกำหนดหกเดือน รถก็ไม่ถือว่าใข้ทำผิด ส่งสำนวนไปอัยการก็ไม่ริบ สั่งจัดการ ตาม วิอ 85 วรรคท้าย

ฉะนั้น เรื่องราคารถในคดีรถชน. จึง ไม่เป็นประเด็นที่จะต้องนำมาพิณาตาม กฎกระทรวง 85/1 ข้อ 4

แต่ถ้าชนแล้วหนี เจ้าของรถหายเงียบ ไม่มาแสดงตนในกำหนด หกเดือน พรบ จร ม 78 ให้ถือว่าใข้ทำผิด ตกเป็นของรัฐทันทีโดยผลของกฎหมายไม่ต้องสั่ง

เจ้าของรถมาแสดงตนหลังหกเดือน คือหลังจากที่รถตกเป็นของรัฐแล้ว มันก็คืนไม่ได้แล้ว เมื่อคืนไม่ได้ก็ประกันไม่ได้ ราคารถไม่เกี่ยว

ส่วน พงส ที่ไหนจะให้เอาหลักทรัพย์มาวางประกันรถคดี จร แบบทำสัญญาประกันนี่ ยังไม่เคยเห็น
กลับไปข้างบน
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 09/10/2017 7:23 am    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1.ตามกฎกระทรวง เรื่องราคารถ ผมเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญในการคืนครับ เพราะมีข้อ 7 เท่านั้นที่กำหนดไว้ว่า ถ้าจะคืนรถโดยไม่ต้องมีสัญญาประกันก็ได้ หรือจะมีสัญญาประกันก็ได้ ซึ่งหากต้องการให้ราคารถไม่ใช่ประเด็นในเรื่องทำสัญญาประกัน ก็ควรจะตัดถ้อยคำ "และมีมูลคาหรือราคาไมสูง" ออกไป ซึ่งจะส่งผลให้เหลือเฉพาะที่ให้ พงส.ได้พิจารณาว่า เป็นพยานหลักฐานที่ไม่สำคัญในคดี แบบนี้ไม่ต้องมาดูอะไรเลย เข้าใจได้ง่ายๆ
2.ตามข้อ 4 ผมเห็นว่าเป็นหลักเกณฑ์ว่า พงส.พิจารณาว่า จะคืนหรือไม่คืนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ว่าจะมีสัญญาหรือไม่มีสัญญาประกัน ส่วนจะคืนโดยวิธีแบบมีสัญญาหรือไม่มีสัญญา ก็ให้นำข้อ 7 มาประกอบ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 09/10/2017 7:48 am    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านกำลังคิดว่า รถที่ชน ราคาน้อย ไม่ใข่พยานสำคัญ ไม่ต้องมีประกัน ตามข้อ 7

ฉะนั้นจึงคิดว่า รถราคามาก แม้ไม่ใช่พยานสำคัญ ก็ต้องมีประกัน เป็นการแปลตาม 7 แบบขยายความ
จากข้อ7 ว่า

รถราคาถูกเท่านั้นไม่มีประกัน ฉันั้นรถแพงจึงต้องมีประกัน
โดยไม่ได้เอาหลักในข้อ 4 มาใช้เลย เป็นการใช้ดุลพินิจไม่ถูกต้อง



หลักเกณฑ์ พิณาคืน ใช้ข้อ 4 ไล่ทีละข้อไปเลยทุกข้อ
วิธีคืนใช้ข้อ 8 มีสามวิธี

********ข้อ7 ไม่ใช่หลักเกณฑ์ เป็นเพียงตัวอย่างการใข้ดุลพินิจ
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 09/10/2017 9:36 am    ชื่อกระทู้: Re: ชนแล้วหนี พงส.ไม่คืนรถของกลาง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ลองเปลี่ยนข้อเท็จจริงให้เป็นรถใช้ทำผิดอาญาสิครับ
อยู่ในเกณฑ์รถต้องริบโดยศาล. พงส จะไม่คืนก็ได้ หรือ จะคืนแบบไหนในสามวิธี ตรงนี้ราคารถเกี่ยวละ

ก็ปรับข้อเท็จจริงแต่ละเคส กับ หลักเกณฑ์ตามข้อ4 แล้ว ตีออกเป็นธงคำตอบ ตามข้อ 8 ว่าจะให้คืนไหม ถ้าจะคืนใข้วิธีใดในสามวิธี
สั่งไม่คืน ก็แจ้งเหตุผลให้เจ้าของทราบ เอาไปอุทธรณ์ศาล

******* ข้อ 7 ไม่ใช่หลักเกณฑ์ เป็นเพียงตัวอย่าง โดยยกตัวอย่าง ข้อเท็จจริงว่า ของกลางไม่ใช่หลักฐานสำคัญ ราคาไม่สูง เมื่อพิณาตามหลักเกณฑ์ข้อ 4 คืนแบบวิธีที่ 1 ไม่ต้องมีประกันก็ได้
กลับไปข้างบน
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> อำนาจสอบสวน ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3  ถัดไป
หน้า 2 จากทั้งหมด 3

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที