Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - กักขังหน่วงเหนี่ยว
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

กักขังหน่วงเหนี่ยว
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> เสรีภาพ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
oop
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 31/01/2011
ตอบ: 4

ตอบตอบ: 21/02/2011 9:11 pm    ชื่อกระทู้: กักขังหน่วงเหนี่ยว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน สอบถามพนักงานสอบสวน เพื่อเป้นแนวทางครับ
มีการพยายามบังคับ เพื่อไปข่มขืน แต่ผู้หญิงไม่ยอม จึงทำร้ายร่างการ บีบคอ และ พอหนี้ออกมา ก็ตามไปจับลากเข้าในห้อง จากห้องน้ำหญิง และ ลากไปอีกห้องหนึ่ง และ เอาไปขังไว้เพื่อจะให้ไม่หนี้ไปบอกใคร ซักพักเผอ ผู้หญิงจึงหนี้ออกมาได้ และ ไปแจ้งความ ไม่นานนะครับ ประมาณ ซัก 10 - 20 นาที่ อย่างนี้เข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวไหมครับ
และเป็นเหตุฉกรรณ์ ของกรณีนี้หรือไม่ เพราะ จะบังคับไปเพื่อข่มขืน คือ ให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำ หรือผู้อื่น

กระทำการในที่นี้ คือ จะบังคับให้ไปมีอะไรด้วย ครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 22/02/2011 12:26 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กักขัง-หน่วงเหนี่ยว
ความผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 มีคำที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนอยู่ 2 คำ คือ กักขัง และ หน่วงเหนี่ยว เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน คงอธิบายได้ดังนี้
"กักขัง" หมายถึง ให้เขาอยู่ในที่ ๆ กำหนด ไม่ว่าจะมีประตูกั้นหรือไม่ เช่น กรณีที่คาราวานคนจนล้อมตึกเนชั่นไม่ให้คนออกจากตึก
"หน่วงเหนี่ยว" หมายถึง เขาจะไปไหนก็ได้ แต่ไม่ให้ไปในที่ ๆ เขาอยากจะไป เช่น กรณีคนรักษ์สงขลาล้อมที่สมัคร ส.ส. ไม่ยอมให้คนที่จะสมัครเข้าไปได้
สรุป
กักขัง คือล้อมสถานที่ไว้ไม่ให้เขาออก
หน่วงเหนี่ยว คือล้อมสถานที่ไว้ไม่ให้เขาเข้า
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 22/02/2011 6:23 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3214/2553
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
โจทก์

นายพิษณุ พุ่มต้นวงษ์
จำเลย
ป.อ. มาตรา 284, 318
ป.วิ.อ. มาตรา 158(5)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารและฐานพาผู้อื่นไป เพื่อการอนาจาร โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กระทำไปเพื่อการอนาจาร แม้ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงรายละเอียดว่าจำเลยกระทำอนาจารต่อผู้เสียหายด้วยวิธีการอย่างไร ฟ้องโจทก์ก็สมบูรณ์ เพราะการกระทำเพื่อการอนาจาร เป็นเจตนาพิเศษที่มุ่งประสงค์ที่จะกระทำการอันไม่สมควรในทางเพศต่อร่างกายของผู้อื่น จึงมิใช่การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด อันจะต้องบรรยายมาในฟ้อง ตามป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แต่เป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำพยานเข้าสืบได้ ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายตามป.วิ.อ. มาตรา 158 (5)
________________________________

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ,284 ,295 , 310, 318 , 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก,284 วรรคแรก,310 วรรคแรก,318 วรรคสาม,391 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพรากผู้เยาว์โดยไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร จำคุก 5 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 10 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 4 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 8 ปี ฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง จำคุก 1 ปี ฐานทำร้ายร่ายกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 21 ปี 1 เดือน คำให้การของจำเลยในชั้นพิจารณาพอเป็นประโยชน์อยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 14 ปี 20 วัน ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก,319 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพาบุคคลอายุเกินกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไป เพื่อการอนาจาร โดยผู้นั้นยินยอม จำคุก 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจ จำคุก 3 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังและทำร้ายร่ายกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 9 ปี 1 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 20 วัน ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์ในความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารและฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงรายละเอียดว่าจำเลยกระทำอนาจารต่อผู้เสียหายด้วยวิธีการอย่างไร เห็นว่า คำฟ้องที่บรรยายว่าเพื่อการอนาจารนั้น เป็นเจตนาพิเศษที่มุ่งประสงค์ที่จะกระทำการอันไม่สมควรในทางเพศต่อร่างกายของผู้อื่น จึงมิใช่การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด อันจะต้องบรรยายมาในฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แต่เป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำพยานเข้าสืบได้ ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) 284 วรรคแรก และ 318 วรรคสาม หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าผู้เสียหายไม่เต็มใจไปกับจำเลย และไม่ยินยอมให้จำเลยกระทำชำเรา เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุผลให้รับฟัง ไม่ทำให้พยานหลักฐานของโจทก์ที่ฟังว่าผู้เสียหายไม่เต็มใจไปกับจำเลยและไม่ยินยอมให้จำเลยกระทำชำเราเสียน้ำหนักไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) 284 วรรคแรก และ 318 วรรคสาม ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่อย่างไรก็ดีการที่จำเลยกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) และฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 วรรคแรก ในแต่ละวันจำเลยมีเจตนาเดียวกันคือต้องการพาผู้เสียหายไปกระทำชำเรา การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 295 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก และมาตรา 319 วรรคแรกโดยที่โจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษตามมาตราดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่า เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 วรรคแรกและมาตรา 318 วรรคสาม ตามที่โจทก์ฟ้องจึงต้องลงโทษจำเลยตามที่พิจารณาได้ความตามฟ้อง ไม่จำต้องลงโทษจำเลยตามมาตรา 283 ทวิ วรรคแรกและมาตรา 319 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยข้อนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษา ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ปัญหาต่อไปตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรก และมาตรา 391 หรือไม่ ในความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีเจตนาเพียงพาผู้เสียหายไปปรับความเข้าใจที่บ้าน เมื่อผู้เสียหายเข้าใจแล้วจำเลยก็ตั้งใจจะไปส่งผู้เสียหายแต่มารดาผู้เสียหายมารับเสียก่อน เห็นว่า ตามพฤติการณ์แห่งคดีส่อแสดงว่าจำเลยมีเจตนาให้ผู้เสียหายอยู่ในบ้านจนกว่าจะปรับความเข้าใจกันได้ เมื่อจำเลยไม่ยอมให้ผู้เสียหายออกจากบ้าน จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าผู้เสียหายต้องปราศจากเสรีภาพ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จำเลยฎีกาว่า ไม่มีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายเพราะจำเลยจับมือผู้เสียหายเพื่อให้ผู้เสียหายปล่อยมีดคัดเตอร์เท่านั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายคือ การกระทำที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตบ ชก และกระชาก ผู้เสียหาย โจทก์มิได้ฟ้องว่าจำเลยบิดมือผู้เสียหายที่ถือมีดคัตเตอร์แล้วมีดไปบาดถูกมือผู้เสียหาย การที่จำเลยฎีกาว่าไม่มีเจตนาให้มีดบาดมือผู้เสียหาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ แม้ชั้นอุทธรณ์จำเลยได้ยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัย จำเลยก็ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าการที่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยนั้นไม่ชอบแต่อย่างไร การที่จำเลยยกข้อเท็จจริงขึ้นฎีกาซ้ำอีก ถือได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกาและไม่ได้เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 ทั้งมิได้เป็นข้อความที่ศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินไว้ จึงไม่อาจใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ได้ ที่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหามาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาข้อนี้ของจำเลย

อนึ่ง แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2550 มาตรา 3 ยกเลิกความในมาตรา 276 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับ

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) 284 วรรคแรก และ 318 วรรคสาม การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) และ 284 วรรคแรก เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี รวม 2 กระทง ลดโทษกระทงละหนึ่งในสาม เป็นจำคุกกระทงละ 2 ปี 8 เดือน และลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสาม จำคุก 5 ปี รวม 2 กระทง ลดโทษกระทงละหนึ่งในสาม เป็นจำคุก กระทงละ 3 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 วรรคแรก และ 391 แล้วรวมเป็นโทษจำคุก 10 ปี 32 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

( ตรีวุฒิ สาขากร - พิทักษ์ คงจันทร์ - เฉลียว พลวิเศษ )
ศาลอาญา - นางปัญจมา นรัตถรักษา กิจนิธี
ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์ศักดิ์ เนียมนัด



หมายเหตุ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เปล
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 01/09/2015 4:38 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถ้า A โดนเพื่อนคือ c ยุแหย่ให้เลิกกันกับB ซึ่งเป็นแฟน โดยการใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาทต่างๆเป็นเหตุให้ A หลงเชื่อและไว้ใจ จนถูก C มีความสัมพันธ์โดยที่ A ไม่สามารถควบคุมสติได้ และไม่ยินยอม ต่อมาA และB ได้จับผิดได้ว่าC เป็นคนยุยงใส่ร้าย B เรื่องนี้เกิดขึ้นมา 2 ปีกว่าแล้วแต่ B เพิ่งทราบว่าC เคยล่วงละเมิดA อยากทรายว่าสามารถแจ้งข้อหาอะไรได้บ้างครับ
กลับไปข้างบน
เปล
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 01/09/2015 4:40 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถ้า A โดนเพื่อนคือ c ยุแหย่ให้เลิกกันกับB ซึ่งเป็นแฟน โดยการใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาทต่างๆเป็นเหตุให้ A หลงเชื่อและไว้ใจ จนถูก C มีความสัมพันธ์โดยที่ A ไม่สามารถควบคุมสติได้ และไม่ยินยอม ต่อมาA และB ได้จับผิดได้ว่าC เป็นคนยุยงใส่ร้าย B เรื่องนี้เกิดขึ้นมา 2 ปีกว่าแล้วแต่ B เพิ่งทราบว่าC เคยล่วงละเมิดA เพราะA เพิ่งบอกเนื่องจากกลัวมีปัญหาต่อจากนั้น อยากทราบว่าสามารถแจ้งข้อหาอะไรได้บ้างครับ
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 01/09/2015 4:50 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เปล บันทึก:
ถ้า A โดนเพื่อนคือ c ยุแหย่ให้เลิกกันกับB ซึ่งเป็นแฟน โดยการใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาทต่างๆเป็นเหตุให้ A หลงเชื่อและไว้ใจ จนถูก C มีความสัมพันธ์โดยที่ A ไม่สามารถควบคุมสติได้ และไม่ยินยอม ต่อมาA และB ได้จับผิดได้ว่าC เป็นคนยุยงใส่ร้าย B เรื่องนี้เกิดขึ้นมา 2 ปีกว่าแล้วแต่ B เพิ่งทราบว่าC เคยล่วงละเมิดA เพราะA เพิ่งบอกเนื่องจากกลัวมีปัญหาต่อจากนั้น อยากทราบว่าสามารถแจ้งข้อหาอะไรได้บ้างครับ


เป็นเรื่องของความยินยอม

มันเข้าข้อกฎหมายไหม คับ

เป็นเรื่องของชั้นเชิงมากกว่า

เห็นเป็นแบบนั้น อะ อีกอย่างเหตุเกิด 2 ปี กว่าแล้ว

อายุความเป็นอย่างไร แค่ไหน

ป๋ม ไม่แน่ใจ คับ

ไอ้บ้าเอง
กลับไปข้างบน
นายเขียว
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 05/10/2015 2:02 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถ้าผมกับแฟนคบกันมาแล้วพ่อแม่แฟนไม่ยอมรับแฟนเลยหนีมาอยู่กับผม
ทั้งที่แฟนเคยแต่งงานแล้วและยังไม่ได้หย่ากับแฟนเก่าแต่เลิกกันแล้วแต่พ่อแม่แฟนเค้าไปแจ้งความผมจะมีความผิดมั้ยครับ
กลับไปข้างบน
โยกี่
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 21/03/2016 8:39 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สอบถามหน่อยครับกรณีทำงานไปรษณีเเต่นำจดหมายส่งช้ากว่ากำหนดเเละเก็บจดหมายไว้เเต่ภายหลังต่อมานำเเจกจดหมดข้อนี้ผิดกดหมาย ปปท
ไหมครับมีโทษอย่างไร มีเเนวทางเเก้ไขบ้างไหมครับ
กลับไปข้างบน
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> เสรีภาพ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.12 วินาที