Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - พรากผู้เยาว์เป็นความผิดต่อเนื่อง
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

พรากผู้เยาว์เป็นความผิดต่อเนื่อง
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> อำนาจสอบสวน
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 923

ตอบตอบ: 03/10/2014 1:25 pm    ชื่อกระทู้: พรากผู้เยาว์เป็นความผิดต่อเนื่อง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ประเด็นนี้มีหลายความเห็นนะครับทั้งฎีกา ทั้งตำรา แต่สุดท้าย มันยืนยันด้วย ๒ ฎีกานี้ครับ
๑.ฎีกา ๒๘๘๐/๒๕๔๘ สำหรับฎีกานี้คงผ่านหูผ่านตาหลายท่านมาแล้ว ไม่ต้องกล่าวถึง

๒.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14944/2551
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษ

ฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 2
โจทก์
นายสาธิตหรือกอล์ฟ บัวสุภาพหรือบรรทึก กับพวก
จำเลย

ป.วิ.อ. มาตรา 19(3), 19(4), 19(ข) วรรคสอง, 120, 140, 141

คดีนี้จำเลยทั้งสองร่วมกันพรากผู้เสียหายที่เป็นผู้เยาว์ในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนแล้วจำเลยทั้งสองได้ร่วมข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงในท้องที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรสาคร กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองกระทำความผิดต่อเนื่องกันในท้องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป จึงเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรมกระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กัน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 19 (3) และ (4) พนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้ เมื่อผู้เสียหายไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิด และพาเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจดังกล่าวไปจับจำเลยทั้งสองที่ท้องที่อำเภอเมืองสมุทรสาครในทันทีทันใด แล้วนำจำเลยทั้งสองไปส่งมอบแก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนดำเนินคดี เห็นได้ว่า ขณะที่ผู้เสียหายแจ้งความยังจับกุมตัวจำเลยทั้งสองไม่ได้ ท้องที่ที่พบการกระทำความผิดก่อนคือ สถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนซึ่งเป็นท้องที่ที่พบการกระทำความผิดก่อนอยู่ในเขตอำนาจเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 19 วรรคสอง (ข) ดังนั้นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนจึงมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ส่งไปพร้อมสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 140 และ 141 ถือได้ว่ามีการสอบสวนความผิดนั้นโดยชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

________________________________

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 318 วรรคสาม, 276 วรรคสอง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง, 318 วรรคสาม การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ขณะกระทำผิดจำเลยที่ 1 อายุ 16 ปีเศษ จำเลยที่ 2 อายุ 14 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ลงโทษฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำคุกคนละ 8 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร จำคุกคนละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 10 ปี เมื่อได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพนิสัย อาชีพ สิ่งแวดล้อม ทั้งสภาพของความผิด ประกอบกับรายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดเพราะความเยาว์วัย หากจำเลยทั้งสองได้รับการอบรมขัดเกลานิสัยและความประพฤติน่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยทั้งสองยิ่งกว่าจะให้ได้รับโทษจำคุก อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 104 (2) ให้เปลี่ยนโทษจำคุกจำเลยทั้งสองเป็นส่งตัวจำเลยทั้งสองไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร มีกำหนดขั้นต่ำคนละ 1 ปี ขั้นสูงคนละ 2 ปี นับแต่วันพิพากษา (วันที่ 16 มีนาคม 2547)
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 รวม 2 กระทง จำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสองฎีกาโดยจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแล้วมีคำสั่งฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยทั้งสองในส่วนความผิดฐานพรากผู้เยาว์ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกาความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองเฉพาะความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีนี้หรือไม่ คดีนี้การพรากผู้เยาว์เหตุเกิดในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนและต่อเนื่องไปถึงท้องที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรสาคร แล้วจำเลยทั้งสองได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงในท้องที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรสาคร กรณีเป็นเรื่องจำเลยทั้งสองกระทำความผิดต่อเนื่อง และกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป จึงเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรมกระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 (3) และ (4) พนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้เสียหายไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิด แล้วพาเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลดังกล่าวไปจับจำเลยทั้งสองที่ท้องที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครทันทีทันใด แล้วนำตัวจำเลยทั้งสองไปส่งมอบให้แก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนดำเนินคดี ดังนี้เห็นได้ว่าขณะผู้เสียหายไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนนั้น ยังจับผู้ต้องหา (จำเลย) ไม่ได้ ท้องที่ที่พบการกระทำความผิดก่อนคือสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 วรรคสอง (ข) กล่าวคือ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนซึ่งเป็นท้องที่ที่พบการกระทำความผิดก่อนอยู่ในเขตอำนาจเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ดังนั้นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียนจึงมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140 และ 141 กรณีถือได้ว่าได้มีการสอบสวนความผิดนั้นโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 2 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 2 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น...
พิพากษาแก้เป็นว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 2 อายุไม่เกินสิบห้าปี ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 ที่แก้ไขใหม่ แต่เห็นสมควรให้ดำเนินการตามมาตรา 74 (2) และ (3) กล่าวคือ ให้มอบตัวจำเลยที่ 2 แก่บิดามารดาโดยให้บิดามารดาต้องระวังไม่ให้จำเลยที่ 2 ก่อเหตุร้ายหรือกระทำความผิดทางอาญาเป็นเวลา 3 ปี หากฝ่าฝืนให้ปรับบิดามารดาครั้งละ 5,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติประจำศาลจังหวัดสมุทรสาครทุก 3 เดือน รวม 8 ครั้ง ห้ามจำเลยที่ 2 เกี่ยวข้องกับสุรายาเสพติดทุกประเภท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์


( กีรติ กาญจนรินทร์ - นพวรรณ อินทรัมพรรย์ - สิริรัตน์ จันทรา )

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายนาวี สกุลวงศ์ธนา
ศาลอุทธรณ์ - นายสมยศ เข็มทอง
.......

จะเห็นว่าฎีกาปี ๒๕๕๑ นี้ โจทก์ไม่ได้ฟ้องความผิดฐาน "พาฯลฯ" ม.๒๘๓ ทวิ มาเกี่ยวข้อง ไม่มีการกล่าวอ้างตัวบทฐาน "พาฯลฯ" ศาลพิจารณาเฉพาะในส่วนพรากฯลฯ แต่ยังกล่าวว่าเป็นความผิดต่อเนื่องจึงน่าจะเป็นที่ยุติแล้วตอนนี้ว่า ความผิดฐานพรากฯลฯ เป็นความผิดต่อเนื่อง

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1059

ตอบตอบ: 08/10/2014 9:46 am    ชื่อกระทู้: พรากผู้เยาว์เป็นความผิดต่อเนื่อง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ส่วนตัวยังไม่เชื่อสนิทนักกับฎีกานี้ แนวฏีกาเดิม ฏีกาที่ 848ิ/2548 ความผิดพราก เมื่อเป็นความผิดสำเร็จแล้วก็สิ้นสุดลงทันที การกระทำไม่เป็นความผิดสืบเนื่องกันต่อไปอีกเพราะไม่ใช่ความผิดต่อเนื่อง ฏีกานี้น่าจะเป็นเพียงเฉพาะการเฉพาะเรื่องนี้หรือไม่ที่ไม่ต้องการให้พ้นความผิดเพราะความผิดของเจ้าหน้าที่บกพร่องไม่ใช่ผู้เสียหายๆซึ่งไม่มีความผิดอันใดในการทำให้เกิดความบกพร่อง จึงทำให้เกิดความยุติธรรมขึ้นในสังคมมากกว่าปล่อยให้เกิดความเสียหายให้เกิดกับผู้เสียหายซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงเฉพาะเรื่อง ดั่งเช่นอีกบางฏีกา เช่น เรื่องชายแก้ผ้าเดินเข้าหาหญิงแก้ผ้าไปทางระเบียงแล้วหญิงตกไปตาย เป็นพยายามข่มขืนชำเราเป็นเหตุตาย หรือเรื่องเป็นพรากผู้เยาว์ฯทั้งนั้นหากล่วงละเมิดกระทบอำนาจปกครองเด็กไม่ว่าจะพาหรือแยกเด็กไปหรือไม่ หรือจะกลับหลักเดิมเสียแล้ว น่าสนใจ ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> อำนาจสอบสวน ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.32 วินาที