Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ผิดซึ่งหน้าหรือไม่
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ผิดซึ่งหน้าหรือไม่
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จับ ค้น ควบคุม
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 20/01/2014 8:34 am    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อเท็จจริงจริง ในกรณีล่อซื้อยาบ้าจากผู้ต้องหา โดยการซื้อขายยาบ้าได้กระทำลงในบ้านหรือที่รโหฐาน ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกตัวอาคาร เมื่อซื้อขายยาบ้ากันเสร็จสิ้นแล้ว สายลับก็นำยาบ้ามามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มดูอยู่หน้าบ้าน แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้าทำการตรวจค้นบ้านและตัวผู้ต้องหา เมื่อพบเงินล่อซื้อที่ตัวผู้ต้องหา ซึ่งไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จับกุมผู้ต้องหา
คำถาม เป็นความผิดซึ่งหน้าหรือไม่
เดิมผมไม่แน่ใจนัก จึงไปค้นฎีกาที่ใกล้เคียงมาศึกษา ทำให้ผมฟันธงว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ตาม ป.วิ.อ. มาตรา๘๐ วรรคแรก
ตามข้อเท็จจริง ผมอธิบายสั้นๆว่าค้นตาม ม.๙๒(๔) จับตาม ม.๘๐วรรคแรก
ดัดแปลงจากกระทู้เดิม http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=27054
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2535
นาย อัศวิน แพทย์ศิริพุทธิพงศ์
โจทก์
ร้อยตำรวจเอก บุญ ยงค์ สัต นา โค กับพวก
จำเลย

ป.อ. มาตรา 1(3), 362, 364, 365
ป.วิ.อ. มาตรา 80

โจทก์ใช้ห้องพักในบ้านเกิดเหตุเป็นที่สำหรับให้หญิงค้าประเวณีกับบุคคลทั่วไป คืนเกิดเหตุนางสาวน.ลูกจ้างของโจทก์ได้ทำการค้าประเวณีในห้องพักนั้นด้วยห้องพักดังกล่าวถือได้ว่าเป็นที่สาธารณสถาน จำเลยที่ 2 ที่ 3 เข้าไปในห้องพักดังกล่าวพบนางสาวน.อยู่กับ ส.เพียงสองต่อสองและส.บอกว่าได้ร่วมประเวณีกับนางสาวน.แล้ว เป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้พบนางสาวน.ในลักษณะซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่านางสาวน.เพิ่งได้กระทำความผิดฐานค้าประเวณีมาแล้ว อันถือได้ว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 80 จำเลยที่ 2ที่ 3 จึงมีอำนาจเข้าไปจับกุมนางสาวน.ได้โดยไม่จำต้องมีหมายค้นและหมายจับ

________________________________

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157, 200 วรรคสอง, 362, 364, 365(2)(3), 59, 83, 84, 91
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 364, 365,157, 200 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364 และ 365 ให้ลงโทษตามมาตรา 365 บทหนัก ปรับคนละ 1,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2และที่ 3 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 วรรคสองนั้น คดีความผิดฐานนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยคดีคงมีปัญหาว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้กระทำความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ ในเบื้องแรกเห็นว่า ภายในบ้านเกิดเหตุในส่วนที่ใช้สำหรับให้บุคคลทั่วไปเข้าไปสั่งซื้อและรับประทานอาหารถือได้ว่าเป็นที่สาธารณสถาน จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงมีสิทธิเข้าไปได้ส่วนที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เข้าไปจับกุมนางสาวนิภาลูกจ้างของโจทก์จากห้องพักนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ใช้ห้องพักที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เข้าไปจับกุมนางสาวนิภาสำหรับให้หญิงค้าประเวณีทำการค้าประเวณีกับบุคคลทั่วไป และในคืนเกิดเหตุนางสาวนิภาลูกจ้างของโจทก์ได้ทำการค้าประเวณีในห้องพักดังกล่าวจึงถือได้ว่าห้องพักดังกล่าวเป็นที่สาธารณสถานและจากข้อเท็จจริงดังได้ความจากทางนำสืบของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่ว่า เมื่อนายสุวัชชัยเปิดประตูห้องพัก จำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็พบนางสาวนิภาอยู่ในห้องพักนั้นกับนายสุวัชชัยเพียงสองต่อสอง ทั้งนายสุวัชชัยยังบอกจำเลยที่ 2 และที่ 3 ด้วยว่านายสุวัชชัยได้ร่วมประเวณีกับนางสาวนิภาแล้ว เป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้พบนางสาวนิภาในลักษณะซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่า นางสาวนิภาเพิ่งได้กระทำความผิดฐานค้าประเวณีมาแล้วอันถือได้ว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 80 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงมีอำนาจเข้าไปทำการจับกุมนางสาวนิภาจากภายในห้องพักดังกล่าวได้โดยไม่จำต้องมีหมายค้นและหมายจับการกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1060

ตอบตอบ: 20/01/2014 7:58 pm    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำว่า"พบในอาการใดๆ แทบไม่มีความสงสัยเลยว่า เขาได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ" มีคำว่า"สดๆ"ต่อท้าย จึงต้องถูกบังคับว่าต้องสดๆอยู่นั่นเอง และก็เป็นการเพียงขยายตัวบทเพิ่มเติมจากข้อความว่า"เห็นกำลังกระทำ"เป็น"หรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ" อาการ ก็คือ ความเป็นอยู่ ความเป็นไป สภาพ เช่น อาการไข้ กิริยาท่าทาง เช่น อาการพิรุธ ในเรื่องนี้จึงอาจพบในอาการคือ เหตุการณ์ยังดำเนินอยู่คือค้าประเวณีอยู่ มิใช่ร่วมประเวณีอยู่ ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1060

ตอบตอบ: 20/01/2014 8:17 pm    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ส่วนเรื่องความผิดฐาน"จำหน่ายยาบ้า" จำหน่าย คือ ขาย จ่าย แจก แลกเปลียน ให้ เพราะฉะนั้นต้องเห็นกำลังกระทำจำหน่าย นั้น หรือ พบในอาการใดๆแทบไม่มีความสงสัยเลยว่าเพิ่งกระทำผิดมาแล้วสดๆ เช่น พบในอาการรีบหดมือกลับเมื่อกำลังยื่นมือส่งมอบยาบ้าไปแล้ว และพบยาบ้าอยู่ที่สายลับพอดีที่แบมือมารับนั้น เพราะยังเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกันอยู่จากการส่งมอบยาบ้านี้ ยังไม่ยุติลง ดังนั้นเห็นว่า หากยังเป็นอาการต่อเนื่องกันอยู่เช่นนี้ยังไม่ยุติลง ก็เข้า พบในอาการใดๆ.....ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4243/2542
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมผู้เสียหายที่ได้ก่อการทะเลาะวิวาทก่อนหน้านั้นแต่เหตุแห่งการทะเลาะวิวาทได้ยุติลงแล้ว เหตุวิวาทยังไม่ชัดแจ้งว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดไม่ใช่การกระทำผิดซึ่งหน้า โดยมีคู่กรณีกับผู้เสียหายชี้ให้จับ แต่มิได้ร้องทุกข์ไว้ตามระเบียบอีกทั้งไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสงสัยว่ากระทำความผิดมาแล้วจะหลบหนี จำเลยซึ่งไม่มีหมายจับไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะจับผู้เสียหาย จำเลยจับผู้เสียหายโดยไม่แจ้งข้อหาไม่ทำบันทึกจับกุม ไม่ส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี กลับนำไปควบคุมที่ด่านตรวจ ชี้เจตนาจำเลยว่ากระทำโดยโกรธแค้น แสดงอำนาจ เพื่อข่มขู่กลั่นแกล้งผู้เสียหายให้เดือดร้อนเสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องรุนแรงต่อความรู้สึกของประชาชนไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 20/01/2014 11:02 pm    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฎีกา 4243/2542 กับฎีกา 69/2535 มีระยะเวลาเมื่อเกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่เข้าไปที่เกิดเหตุต่างกันครับ

ข้อเท็จจริงตามกระทู้ เจ้าหน้าที่ซุ่มอยู่หน้าบ้าน หรือซุ่มดูอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อเทียบกับ ฎีกา 69/2535 ก็จะมีข้อเท็จจริงที่ตรงกันคือ เจ้าหน้าที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุเอาเป็นว่าจุดที่ตำรวจอยู่ขณะเกิดเหตุกับจุดเกิดเหตุ ตำรวจกลั้นหายใจ1อึดใจเดียวเดินไปถึงแล้วกัน ต่างกับ ฎีกาที่ท่าน พงส.shadow นำมาให้ดูนะครับ ซึ่งฎีกา4243/2542นี้ ผมขอบคุณ พงส.shadow ที่นำมาแย้ง เพราะเป็นฎีกา 2 ฎีกานี้ เป็นฎีกาตัวอย่างที่มีการยกมาเปรียบความแตกต่างกันในเรื่องการกระทำความผิดมาแล้วสดๆ แต่รายละเอียดความแตกต่างข้างใน ไม่ปรากฎในคำอธิบายของผู้นำมาเปรียบเทียบ จะได้เปรียบเทียบกันไปเลย

ฎีกา 69/2535 ความผิดตาม พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 ตาม ม.6 ความผิดฐานค้าประเวณีได้เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงเมื่อยอมรับการกระทำชำเราเพื่อสินจ้างในสถานค้าประเวณี ไม่จำเป็นต้องร่วมประเวณี การร่วมประเวณีเป็นเพียงผลของการค้าประเวณีเท่านั้น ไม่ใช่ความผิดค้าประเวณีได้ดำเนินไปเรื่อยๆ ซื้อขายตกลงกันเสร็จเมื่อยอมรับก็จบ ก็เท่านั้นเอง การอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่ความผิดดำเนินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแยกย้ายกัน แต่ที่ได้ตกลงและกระทำชำเรากันจนเสร็จ เป็นการที่อยู่ด้วยกันที่แสดงว่า ได้มีการตกลงยอมรับการกระทำชำเรามาแล้วสดๆ ต่างกับกรณีข่มขืนแม้จะสอดใส่อวัยวะเพศกระทำชำเราความผิดสำเร็จแล้วก็ตาม แต่หากยังชำเราไปเรื่อยๆ ดำเนินการไปเรื่อยๆ ก็ถือว่ายังข่มขืนไปเรื่อยๆ
เพราะมิฉะนั้น ท่าน พงส.shadow ต้องอธิบายต่อไปอีกว่า การที่ท่านให้เหตุผลว่า เหตุการณ์ยังดำเนินอยู่คือค้าประเวณีอยู่ แล้วการค้าประเวณีสำเร็จลงเมื่อใดสิ้นสุดลงเมื่อใด ขอคำตอบด้วยครับ ไม่เชื่อลองดูคำนิยามของคำว่า "ค้าประเวณี" ดูนะครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4243/2542
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
โจทก์

จ่าสิบตำรวจ ณัฐวุฒิ มหาวุฒิคุณ
จำเลย





ป.อ. มาตรา 56, 157, 310

ป.วิ.อ. มาตรา 78



จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมผู้เสียหายที่ได้ก่อการทะเลาะวิวาทก่อนหน้านั้นแต่เหตุแห่งการทะเลาะวิวาทได้ยุติลงแล้ว เหตุวิวาทยังไม่ชัดแจ้งว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดไม่ใช่การกระทำผิดซึ่งหน้า โดยมีคู่กรณีกับผู้เสียหายชี้ให้จับ แต่มิได้ร้องทุกข์ไว้ตามระเบียบอีกทั้งไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสงสัยว่ากระทำความผิดมาแล้วจะหลบหนี จำเลยซึ่งไม่มีหมายจับไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะจับผู้เสียหาย จำเลยจับผู้เสียหายโดยไม่แจ้งข้อหาไม่ทำบันทึกจับกุม ไม่ส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี กลับนำไปควบคุมที่ด่านตรวจ ชี้เจตนาจำเลยว่ากระทำโดยโกรธแค้น แสดงอำนาจ เพื่อข่มขู่กลั่นแกล้งผู้เสียหายให้เดือดร้อนเสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องรุนแรงต่อความรู้สึกของประชาชนไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษ



________________________________




โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 310, 295, 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 310 (ที่ถูกมาตรา 310 วรรคหนึ่ง) ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดแต่เพียงกระทงเดียว ตามมาตรา 90 จำคุก 1 ปี ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางรัก วันเวลาเกิดเหตุจำเลยจับผู้เสียหายใส่กุญแจมือจากร้านพีพีสนุกเกอร์ขึ้นรถยนต์ไปควบคุมที่ด่านตรวจชั่วคราวของเจ้าพนักงานตำรวจภายหลังถูกเจ้าพนักงานตำรวจที่ด่านนำตัวไปดำเนินคดีข้อหาไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายหรือไม่ ผู้เสียหายเบิกความว่า ผู้เสียหายกับชายไม่ทราบชื่อวิวาทชกต่อยกันมีเจ้าพนักงานห้ามให้เลิกกันแล้ว ผู้เสียหายไปเล่นสนุกเกอร์ ต่อมาจำเลยกับชายคนที่ชกต่อยกับผู้เสียหายและพวกอีกคนหนึ่งเข้าไปหาผู้เสียหาย จำเลยตบหน้าผู้เสียหาย จับใส่กุญแจมือ นำขึ้นรถยนต์ซึ่งจำเลยขับมีชายสองคนนั้นนั่งขนาบข้างไปที่ลานจอดรถสถานีตำรวจนครบาลบางรัก ระหว่างทางจำเลยข่มขู่โดยถามว่าสูบกัญชาหรือไม่ จะเอาข้อหาซ่องโจรหรือไม่ จะนำตัวไปทิ้งน้ำที่สะพานสาธรให้คุยกับปลา ที่ลานจอดรถจำเลยตบหน้าและชกหน้าผู้เสียหายอีกและพาผู้เสียหายไปไว้ที่ด่านตรวจรถ จำเลยพูดกับตำรวจที่ด่านตรวจ กูหาเหยื่อมาให้มึงแล้วจำเลยขับรถออกไป เห็นว่า เหตุการณ์ตามที่ผู้เสียหายเบิกความ ผู้เสียหายได้แจ้งต่อร้อยตำรวจเอกศิริพงษ์พนักงานสอบสวนแล้วตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2539ร้อยตำรวจเอกศิริพงษ์เบิกความรับว่าจริง และได้ส่งผู้เสียหายไปให้แพทย์ตรวจในวันนั้นเมื่อสอบสวนผู้เสียหาย ผู้เสียหายได้ให้การเช่นที่เบิกความ โดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยจับผู้เสียหายนำตัวไปถึงลานจอดรถสถานีตำรวจแล้ว ไม่ได้ส่งตัวให้แก่พนักงานสอบสวน แต่นำไปควบคุมที่ด่านตรวจ ผู้เสียหายยืนยันหนักแน่นมาแต่ต้น ตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.3 บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาเอกสารหมาย จ.5ดังนี้น่าเชื่อว่าผู้เสียหายเบิกความตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จำเลยอ้างว่า จำเลยมีอำนาจจับผู้เสียหายเพราะนายพยัคฆ์แจ้งและชี้ตัวให้จับ ต้องใส่กุญแจมือเพราะผู้เสียหายมีพรรคพวกและไม่ยอมให้จับ ข้อนี้เห็นว่า เหตุทะเลาะวิวาทยุติลงแล้วก่อนหน้านั้นไม่ใช่การกระทำผิดซึ่งหน้าที่ว่านายพยัคฆ์ชี้ให้จับ เหตุวิวาทยังไม่รู้ฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดนายพยัคฆ์ไม่ได้ร้องทุกข์ไว้แล้วตามระเบียบ อีกทั้งไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสงสัยว่ากระทำผิดมาแล้วจะหลบหนี จำเลยซึ่งไม่มีหมายจับไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะจับผู้เสียหาย ที่อ้างว่าต้องใส่กุญแจมือเพราะจำเลยไม่ยอมให้จับก็ไม่น่าเชื่อ การที่สามารถจับผู้เสียหายใส่กุญแจมือได้แสดงว่าไม่ได้ขัดขืน ที่ด่านตรวจมีเจ้าพนักงานตำรวจหลายคน จำเลยยังเอากุญแจมืออันอื่นมาเปลี่ยน ผู้เสียหายถูกควบคุมตัวอยู่จนด่านตรวจเลิกจึงถูกนำตัวไปสถานีตำรวจ จำเลยจับผู้เสียหายโดยไม่แจ้งข้อหาไม่ทำบันทึกจับกุม ไม่ส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี กลับนำไปควบคุมที่ด่านตรวจ ไม่ได้แจ้งร้อยตำรวจเอกยุทธพงษ์ให้ทราบว่า จับผู้เสียหายข้อหาอะไรจนร้อยตำรวจเอกยุทธพงษ์สอบถามผู้เสียหายและดำเนินคดีข้อหาไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน ล้วนแต่ชี้เจตนาจำเลยว่ากระทำโดยโกรธแค้น แสดงอำนาจ เพื่อข่มขู่กลั่นแกล้งผู้เสียหายให้เดือดร้อนเสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายดังที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามา ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องรุนแรงต่อความรู้สึกของประชาชน ไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน


พิจารณาดูให้ดีๆ ครับ จะเห็นว่า คู่กรณีได้เลิกทะเลาะวิวาท จนไปเล่นสนุกเกอร์กันแล้ว ต่อมาคู่กรณีอีกฝ่ายจึงได้เดินทางมาพร้อมตำรวจ มาจับกุม ตำรวจไม่ได้อยู่บริเวณที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุ รับรองว่าไม่ใช่กระทำความผิดมาแล้วสดๆ แน่ๆครับ (ได้แยกย้ายกันไป ไม่รู้ว่าเล่นสนุกไปกี่เกมส์แล้วนะครับกว่าตำรวจจะเดินทางมา)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 21/01/2014 7:59 am    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อเท็จจริงการล่อซื้อยาบ้าตามกระทู้นี้ ผมได้เรียนถามโดยตรงและได้รับการยืนยันจาก อ.สราวุธ เบญจกุล เลขาธิการประจำศาลยุติธรรม,เลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 80 วรรคแรก
ลองสืบค้นในgoogle ดูประวัติของท่านดูนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1060

ตอบตอบ: 21/01/2014 9:21 am    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แล้วค้าประเวณีเสร็จหรือยัง ครับ... หรือเรียกว่ายังอยู่ในระหว่างค้าประเวณีกันอยู่ ซึ่งการค้าประเวณี หมายความว่า "การยอมรับการกระทำชำเราหรือการยอมรับการกระทำอื่นใด หรือการกระทำอื่นใดเพื่อสำเร็จความใคร่ในทางกามารมณ์ของผู้อื่น อันเป็นการสำส่อนเพื่อสินจ้างหรือประโยชน์อื่นใดทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ยอมรับการกระทำและผู้กระทำจะเ็ป็นบุคคลเพศเดียวกันหรือคนละเพศ" เห็นว่าความหมายมิใช่มีอยู่เพียงชำเราเท่านั้น หมายรวมการยอมรับการกระทำอื่นใด หรือการกระทำอื่นใด "เพื่อสำเร็จความใคร่" ดังนั้นพอใจหรือยัง สำเร็จแล้วสำเร็จอีกได้หรือไม่ อยู่ในใจ ถ้าเรื่องชำเราก็อาจดูที่ น้ำอสุจิเคลื่อน และขอกระทำอีกได้หรือไม่ แล้วสำเร็จความใคร่ก็กลับมาอีก ไม่ได้บอกจำกัดว่า ทำครั้งเดียวหรือกี่ครั้ง เพียงแต่ให้พอใจเพื่อสำเร็จความใคร่ไม่จำกัดว่ากี่ครั้ง อย่างไร จึงเห็นว่า ตราบใดยังอยู่ในซ๋องโสเภณี และอยู่ในห้องด้วยกันลำพังสองต่อสองยังไม่เปิดห้องแยกย้ายกันไป แสดงว่ากำลังค้าประเวณีกันอยู่ ดังนั้นประเ็ด็นที่สงสัยอยู่คงมีแต่เฉพาะในเรื่องเดียว คือ มาตรา 80 วรรคแรกตอนปลายว่า"หรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ"นั้น ต่อจากตัวบทว่า"ซึ่งเห็นกำลังกระทำ"มีความหมายกว้างแคบเพียงใด อย่างไร ฏีกายังไม่พบหรือมีก็เขียนรวมกันไปทั้งสอง แต่พบมีแต่คำอธิบายในหลักกฎหมายเท่านั้น ดั่งเช่น ในหนังสือวิธีไล่สายกฎหมายวิธีพิจาณาความอาญา ของท่าน วินัย เลิศประเสริฐ "ก็เห็นสดๆ หรือ ระบุไว้ถูกไล่ร้องเอะอะ แทบจะทันที มีสิ่งของร่องรอยพิรุธ" ดังนั้น ก็ยังเน้นเห็นสดๆ ซึ่งในท่อนแรก เห็นสดๆ ก็คือมาตรา 80 วรรคแรก ส่วนที่เหลือก็เป็นวรรคสอง แต่ของท่าน คนเมืองป่า น่าจะมีใน ของท่าน อ.ดร.เกียรติขจร ซึ่งจะอธิบายเรื่องการไม่ขาดตอน และความผิดต่อเนื่อง เช่น พบเห็นความผิดซึ่งหน้าแล้วไล่จับไม่ขาดตอน ก็ยังเป็นซึ่งหน้า จับได้ หรือ ยังต่อเนื่องกันอยู่ไม่ขาดตอน ซึ่งความผิดต่อเนื่องเช่น พาไปเพื่อการอนาจาร หาก ตร.เห็นคนร้ายกำลังพา น.ส.ดำ ไปเพื่อการอนาจาร หากการพาไปยังไ่ม่สิ้นสุดลงก็ต้องถือว่า"เห็นกำลังกระทำ"จับได้ ดุจเดียวกับเห็นคนกำลังใช้ปืนยิงอีกคนหนึ่งนั่นเอง จึงน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับรายละเอียดเหล่านี้มากกว่า ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1060

ตอบตอบ: 21/01/2014 9:34 am    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หากเรื่องซึ่งหน้านี้ จะให้จับได้ด้วยเหตุซึ่งหน้า ก็อาจเห็นขณะกำลังทำผิดแล้วไล่จับทันทีไม่ขาดตอน หรือลักทรัพย์แล้วไล่จับคนร้ายไปยังไม่ขาดตอน ก็จับได้เพราะยังเป็นผิดซึ่งหน้าอยู่ หรือเป็นกรณีความผิดต่อเนื่อง เช่น ร่วมกันกระทำผิด จับคนหนึ่ง ก็ตามไปจับอีกคนหนึ่งได้ หรือ มีอาวุธปืนก็เป็นความผิดต่อเนื่อง พบที่ใดก็ซึ่งหน้า จับได้ เป็นต้น ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1060

ตอบตอบ: 21/01/2014 9:39 am    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

บางเรื่องขาดตอนหรือไม่ อาจจะต้องดูแนวฏีกาว่าเป็นเรื่องๆไปด้วย เพราะบางเรื่องก็ไม่ใช่ได้ ดังเช่น กรณี ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์แล้วฆ่าเจ้าทรัพย์ที่เอาไปด้วย เพราะโดยหลักลัก เมื่อลักก็สำเร็จบริบูรณ์แล้ว แต่ยังไม่ขาดตอนด้วยแนวฏีกา เพราะฉะนั้นนอกจากหลักแล้วยังต้องประกอบด้วยแนวฏีกาด้วย หากได้ยินได้ฟังมาแล้วคงต้องหาฏีกาและหลักกฏหมายรองรับด้วย จึงทำให้ไม่พลาด เพราะ ตร.ทำงานอยู่เบืองหน้าแก้ตัวยาก ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 21/01/2014 3:13 pm    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

""ตราบใดยังอยู่ในซ๋องโสเภณี และอยู่ในห้องด้วยกันลำพังสองต่อสองยังไม่เปิดห้องแยกย้ายกันไป แสดงว่ากำลังค้าประเวณีกันอยู่ ""
จากข้อความนี้ของท่าน พงส.shadow นั่นหมายความว่า เมื่อเปิดประตูห้องแยกจากกัน ถือว่าการค้าประเวณีสิ้นสุดลง แม้ตำรวจเห็นผู้ชายเปิดประตูห้องออกมา สอบถามรายละเอียด แล้วตำรวจเข้าไปในห้องทันที ก็จับผู้หญิงไม่ได้ ใช่หรือไม่ครับท่าน พงส.shadow เพราะไม่ถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ตามนิยาม "พบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ" ตามความเห็นของท่าน

ถ้อยคำว่า "แทบจะไม่มีความสงสัย" นั่นหมายถึง ไม่ได้หมายความว่าต้องถึงขนาดสิ้นสงสัย แต่หมายถึงมีความสงสัยอยู่บ้างก็ได้ เพียงแต่เป็นความสงสัยที่ มีพยานหลักฐานมัดตัวไม่ต่างกันกับการเห็นด้วยตา เพราะไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้

ถ้อยคำว่า "กระทำความผิดมาแล้วสดๆ" หมายถึง ได้กระทำความผิดสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่สิ้นสุดลงไปแล้วสดๆ

ยกตัวอย่าง กรณีค้าประเวณี ไม่ว่าจะอยู่สองต่อสองในห้อง หรือตำรวจเห็นผู้ชายเปิดประตูเดินออกมานอกห้อง ก็ไม่มีข้อเท็จจริงใด ที่เปลี่ยนแปลงจนทำให้ การรับฟังพยานหลักฐานมีน้ำหนักเปลี่ยนไป

เรื่องล่อซื้อยาบ้าตามข้อเท็จจริงนี้ยังไม่มีฎีกา ผมขอปลอดภัยโดยให้มีติ่งห้อยท้ายไว้เสมอว่า ผู้ต้องหาได้วิ่งไปหลบทางด้านหลังเพื่อจะหลบหนี แต่เรื่องความเห็นทางกฎหมาย ก็แลกเปลี่ยนกันไปครับ ว่าใครมีอะไรดีๆ มานำเสนอกัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 21/01/2014 3:52 pm    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

"พบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ" ฉบับภาษาอังกฤษ "is found in such a condition as there can be practically no doubt that it has just been committed by him"
"it has just been committed by him" เป็น Present Perfect Tense
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตมาจนปัจจุบันและเสร็จสิ้นไปแล้ว
(ไม่เก่งอังกฤษนะครับ เปิดๆ ดูในกรูเกิลเท่านั้น ผิดพลาดโปรดชี้แนะ)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 21/01/2014 5:09 pm    ชื่อกระทู้: Re: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แก้ไข
"พบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ" ฉบับภาษาอังกฤษ "is found in such a condition as there can be practically no doubt that it has just been committed by him"
"it has just been committed by him" เป็น Present Perfect Tense
กรณีนี้เป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งสิ้นสุดลง
(ไม่เก่งอังกฤษนะครับ เปิดๆ ดูในกรูเกิลเท่านั้น ผิดพลาดโปรดชี้แนะ)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
boonchoo49
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 05/11/2010
ตอบ: 9

ตอบตอบ: 22/01/2014 3:42 pm    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตรงตามตัวบทเป๊ะเลย คงไม่ต้องเถียงกันนะครับ ดู วิ.อ.ม.๘๐ ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1060

ตอบตอบ: 22/01/2014 6:12 pm    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สมควรดีใจ ครับ...ที่เหล่า พงส.ช่วยกันหาข้อกฎหมาย และต้องเอาจริงเอาจังเช่นนี้ ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 22/01/2014 9:39 pm    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เราแย้งกัน หาข้อมูล ถามผู้พิพากษาระดับสูงเป็นที่รู้จักต่อหน้านักศึกษากฎหมายในชั้นเรียน มีนักกฎหมายหลายอาชีพ ขอความเห็นเพื่อใช้ในการปฏิบัติ เมื่อใดอาจารย์ ท่านมีอำนาจท่านเป็นผู้พิพากษาตัดสินคดี ก็ควรพิจารณาตามความเห็นที่เคยได้ให้ไว้
ผมจึงกล้านำชื่อและตำแหน่งมาลงไว้ เพราะเป็นการถามตอบผู้พิพากษาในชั้นเรียน และหากผู้พิพากษาท่านใด ไม่เห็นด้วย ผมก็จะบอกว่า ถามแบบนี้ ตอบแบบนี้ ตำรวจกระทำด้วยใจสุจริต
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 926

ตอบตอบ: 22/01/2014 9:53 pm    ชื่อกระทู้: ผิดซึ่งหน้าหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้ออีกอย่าง ผมเคยคุยกับผู้พิพากษา(เพื่อนกันสมัยเรียนกฎหมาย) กรณีป้องกันตัว นักกฎหมายก็จะอธิบายว่า ต้องยิงเพื่อป้องกันตัวที่ขาหรือแขนเพือหยุดยั้ง (บางกรณี) ผมบอกพรุ่งนี้ ไปยิงปืนกันเป้าเคลื่อนไหวแบบแกว่งไปมา (ไม่ใช่เป้าเคลื่อนที่ไปทิศทางเดียวเรื่อยๆ นะครับ แบบเอาลูกโป่งมาผูกติดแล้วให้เคลื่อนที่ เพราะสำหรับผมกระจอกครับ) ระยะ๑๐ เมตร นับแต่เริ่มชักปืน จนยิง ไม่เกิน ๓ วินาที ถ้ายิงไม่โดนถูกตบหัว หรือเกินเวลาถูกตบหัว เอาหรือเปล่า เพราะในหนัง ไม่ว่า FBI ไม่ใช่ซุ่มยิง ก็ไมเคยเห็นยิงที่แขนหรือขาเพื่อหยุดยั้ง ถ้ามั่นใจ
เชื่อหรือไม่ว่า ทั้งตำรวจที่แม่นปืน หรืออาชีพอื่น ก็ไม่มีใครรับคำท้ายิงเป้าแกว่งไป่มาในเวลาที่จำกัดกับผมสักคน
เพราะเงื่อนไขคือ ถูกตบหัวต่อหน้า พยานที่มาดู แค่เป้านิ่งในเวลาที่จำกัดก็ลำบากแล้วครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จับ ค้น ควบคุม ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที