Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - พี่เทพ และผู้รู้ครับสอบการถอนคดีที่มีการเปรียบเทียบปรับ
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

พี่เทพ และผู้รู้ครับสอบการถอนคดีที่มีการเปรียบเทียบปรับ
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
สบ.๑
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 04/09/2011
ตอบ: 36

ตอบตอบ: 07/05/2012 12:59 pm    ชื่อกระทู้: พี่เทพ และผู้รู้ครับสอบการถอนคดีที่มีการเปรียบเทียบปรับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เนื่องจากมีเหตุ รถจยย.ชนกัน มีผู้บาดเจ็บ ภายหลังเกิดเหตุ พงส.ได้เปรียบเทียบปรับคู่กรณีโดยประมาททั้ง ๒ ฝ่ายแล้ว

ต่อมาคนซ้อนท้ายตาย จึงคืนเงินค่าปรับให้เขาไป (จ่ายเอง) อยากทราบว่ามีวิธีการถอนอย่างไรครับ

หรือว่าต้องปล่อยเลยตามเลย

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ฐิต
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 11/01/2008
ตอบ: 1593

ตอบตอบ: 07/05/2012 2:40 pm    ชื่อกระทู้: พี่เทพ และผู้รู้ครับสอบการถอนคดีที่มีการเปรียบเทียบปรับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

-คดี ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ฯลฯ ที่เป็นคดีความผิดตาม ป.อาญา
เรียกว่า คดีอาญา ..

-คดีความผิดตาม พ.ร.บ.ที่มีโทษทางอาญา
เช่น พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ร.บ.จราจรทางบก และ ฯลฯ
ก็เรียกว่า คดีอาญา .. กล่าวคือ เป็นคดีที่มีโทษทางอาญา เช่น จำคุก ปรับ

-สารบบคดี ที่ สตช. กำหนด จำแนก 2
คือ สารบบคดีอาญา กับ สารบบคดีจราจรทางบก..
ที่ไม่มีสารบบคดีอาวุธปืน สารรบคดียาเสพติด เพราะคดีเหล่านี้ ไปลงรวมไว้
ในสารบบคดีอาญา นับแต่แรก ๆ จวบปัจจุบัน

-ส่วนที่มีสารบบคดีจราจร เห็นเจตจำนงค์ว่า เป็นเรื่องของการมุ่งที่ตัวเลขของ
สถิติการเกิด การป้องกัน เพราะการสูญเสียจากคดีจราจร ถึงตายได้ง่าย
ไม่เหมือน คดีตาม พ.ร.บ.ที่มีโทษทางอาญาอื่น ๆ ..
รวมทั้งส่งต่อไปในเรื่องการวางแผนด้าน "วิศวกรรมการจราจร"...
เช่น การเพิ่มเครื่องหมายสัญญาณจราจร ขยายเส้นทาง จากทูเวย์เป็นวันเวย์
เป็นต้น

-ระเบียบเกี่ยวกับคดี เมื่อรับคำร้องทุกข์ ต้องลงสารบบคดี(อาญา/จราจร)
ซึ่งสารบบคดีอาญา เล่มสีแดง สารบบคดีจราจร เล่มสีน้ำเงิน อยู่ที่ห้องคดี
แต่ละเล่ม มี 100 คดี เช่นเล่มหนึ่ง เริ่มที่คดีที่ 1-100
เล่มสอง เริ่มที่ 101-200 /(ทับปี พ.ศ. นั้นๆ)

-การตัดเลขคดีจราจร เป็นการทำตามระเบียบ ถูกต้องแล้ว ...
เช่น คดี จร.ที่ 20/55 ลง ว.ด.ป. (ที่รับคำร้องทุกข์)

-ข้อหาประมาท มีได้ทั้ง ประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น
ประมาทแล้วทำให้คู่กรณีบาดเจ็บ ประมาทแล้วทำให้ผู้ซ้อนท้ายบาดเจ็บ
ประมาทแล้วทำให้ผู้ซ้อนท้ายตาย..

-ระเบียบ สตช. กำหนดเรื่องบันทึกเปรียบเทียบปรับ (ที่เป็นแผ่นสีเหลือง
และมีสำเนาสีออกขาวๆ) ที่เสมียนเปรียบเทียบเป็นคนเขียน พงส.เป็นคนปรับ
ให้ทุกสถานี ส่งบันทึกเปรียบเทียบ ไปยังอัยการ 1 เดือน/ครั้ง...

-การเปรียบเทียบปรับ มิใช่การทำความเห็นทางคดีตาม ป.วิ.อาญา
มาตรา 140-142 ... งด ควรให้งด ควรสั่งฟ้อง ควรสั่งไม่ฟ้อง..
แต่การเปรียบเทียบปรับ เป็นเงื่อนไขหนึ่งตาม ป.วิ.อ.มาตรา 37
ที่ส่งผลทำให้สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้อง ระงับไปตาม ป.วิ.อ.มาตรา 39
กล่าวคืด คดีอาญาเลิกกันไป ในกรณีเปรียบเทียบปรับ ตาม 37

ส่งต่อไปที่ ป.วิ.อ. 142 ที่ พงส. สรุปสำนวนเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจาก
คดีเลิกกันตาม ป.วิ.อ. 37 (ดูใน ป.วิ เขาไม่ใช้คำว่า คดีจราจรเลิกกัน)

หมายถึง คดีอาญาทุกประเภท เลิกกันได้ เมื่อเข้าเงื่อนไขตาม 37
ไม่ว่าคดีอาญานั้น จะเป็นคดีตาม ป.อ. หรือตาม พ.ร.บ.ที่มีโทษทางอาญา

-นึกไปที่คดีอาญา ตาม พ.ร.บ.เช็ค ที่ ผสห.ถอนคำร้องทุกข์..
ซึ่งก็เข้าเงื่อนไข ป.วิ.อ. 39 ส่งผลให้สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไป..
แล้ว พงส. ก็สรุปสำนวนควรสั่งไม่ฟ้อง อ้าง พ.ร.บ.เช็ค ประกอบด้วย
ป.วิ.อ. ม.39 และ 142
(สตช. มี น.แจ้งเวียน ..รับคำร้องทุกข์(รับคดี)แล้ว ให้สรุปสำนวนตาม ป.วิ.อ.
140-142)

-เมื่อไปดูสมุดคุมคดีประจำตัว พงส. , สมุดคุมคดีของ สภ.(ที่ห้องคดี)
และสมุดสารบบคดี (ที่ห้องคดี) ล้วนแต่กำหนดให้กรอกลงว่า ..
พงส. มีความเห็น . , หน.พงส.(หัวหน้าสถานี)มีความเห็น ,
ผลคดีชั้นอัยการ , ผลคดีชั้นศาล ...

เหล่านี้เป็นต้น เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่า เมื่อท่านรับคำร้องทุกข์
ไม่ว่าคดีอาญา หรือ คดีจราจร ท่านต้องตัดเลขคดีลงสารบบคดี
ต้องสรุปสำนวนมีความเห็นตาม ป.วิ.อ. 140-142 ...

เพื่อส่งอัยการ หรือไปถึงศาล ตามแต่กรณี
เพื่อนำผลคดีชั้นอัยการ หรือศาล มาลงในสมุด/สารบบ ดังกล่าวให้ครบถ้วน

-ข้อสังเกตยืนยัน พงส.ควรสั่งฟ้อง อัยการเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ส่ง ผวจ.
กรณีเป็นคดีส่วนภูมิภาค เพื่อชี้ขาด ถ้า ผวจ.เห็นตามอัยการ ก็จะมีหนังสือ
จากสำนักงานอัยการ แจ้ง "คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง"... นี้หมายถึง จบแล้ว..
นำมากรอกในสมุด/สารบบว่า "อัยการสั่งไม่ฟ้อง ตาม น.ที่ ลง วดป.)

-ทำนองเดียวกัน ท่านเปรียบเทียบปรับคดีจราจร แล้วไม่สรุปสำนวน
ส่งไปอัยการ (ส่งแต่บันทึกเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นเพียงเอกสารชิ้นหนึ่งส่วนหนึ่ง
ไม่ใช่ทั้งหมดของคำว่า "สำนวนการสอบสวน" ซึ่งคลุมความถึง "รายงานการ
สอบสวน"... ย่อมไม่ถูกต้อง

ตย.เช่น เปรียบเทียบปรับประมาทบาดเจ็บคดีจราจร.. ส่งบันทึกเปรียบเทียบไป
ไม่ได้สรุปสำนวน อัยการไม่เห็นเอกสารอื่น ๆ ในสำนวน ไม่ได้สั่งสอบเพิ่ม
เช่น ให้ส่งรายงานชันสูตรผู้บาดเจ็บ ซึ่งไม่แน่ หากไปขอที่ รพ. แล้วพบว่า
หมอลงว่า รักษาเกินกว่า 21 วัน ก็ย่อมเกิดปัญหา..

-เมื่อตั้งต้นที่คำว่า "สารบบคดีอาญา สารบบคดีจราจร"... ก็ชื่อว่าโคนตรง
ต้น ปลาย ก็จะตรง ...

ตามกระทู้ รับคดีจราจรทางบก ซึ่งมีทั้งข้อหา ประมาทตาม พ.ร.บ.จร.ม.43
ข้อหา ประมาทบาดเจ็บ ตาม ป.อาญา และ ประมาทมีผู้ถึงแก่ความตายตาม
ป.อาญา คดีข้อหาใด ที่เลิกกันได้ภายในอำนาจของ พงส. ก็เลิกกัน ......

เคสนี้ ส่วนตัวเห็นว่า ไม่ต้องถอนเลขคดี ไม่ต้องยกเลิกถอนการปรับ..
(หากผู้ขับขี่ มีพฤติการณ์ ประมาท กับ ประมาทแล้วผู้ขับขี่อีกฝ่ายบาดเจ็บ)
แต่แก้ไขในส่วนของการเปรียบเทียบปรับ คือจำกัดอยู่เฉพาะ 43 กับประมาท
แล้วคู่กรณีอีกฝ่ายบาดเจ็บ(ธรรมดาไม่สาหัส) ... แล้วสอบสวนในฐาน ประมาท
แล้วผู้ซ้อนท้ายถึงแก่ความตาย ต่อไปให้เสร็จสิ้น ...

ท้ายสุด ในรายงานการสอบสวน ก็เห็นควรสั่งไม่ฟ้องฐาน ประมาท , ประมาท
มีผู้บาดเจ็บ(คู่กรณี) ตาม พ.ร.บ.จร.ม.43 ป.อ. มาตรา.. ป.วิ.อ. ม.37,39
ควรสั่งฟ้องฐาน ประมาทมีผู้ถึงแก่ความตาย (ผู้ซ้อนท้ายตาย)
ตาม ป.อ.มาตรา.. ประกอบ ป.วิ.อ. 142 ...

-สำนวนไปอัยการ อัยการจะสั่งสอบเพิ่มอย่างไร ก็ทำไปตามนั้น
สั่งเด็ดขาดทางคดีอย่างไร ก็นำผลการสั่งมาลง สมุดคุมคดี พงส. กับของ สภ.
และลง ลงสารบบคดีจราจรทางบก .........

นี้คือ ทางเดินสำนวน ตั้งแต่รับคำร้องทุกข์ - สรุปรายงานการสอบสวน
ตลอดทั้งการปฏิบัติตามนัยระเบียบ สตช. การรับคดี/ลงสารบบคดี/
และ ป.วิ.อ. เกี่ยวกับการทำความเห็นทางคดี ตาม 140-142

รับเลขคดี ดูหน้า 6 ข้อ 10.3
http://www.discipline.police.go.th/paper/06/257.pdf
(เป็นที่ทราบกัน รับคำร้องทุกข์ ตัดเลขคดี/รับเลขคดี
กินความครอบคลุม การตัดเลขใน สารบบคดีอาญา กับ สารบบคดีจราจรทางบก
สมัยเก่า ใช้คำพูดว่า.. รับเป็นสำนวนคดี > รวบรวมพยานหลักฐานตามท้องสำนวน>
สรุปรายงานการสอบสวนมีความเห็นตามท้องสำนวน...)
http://www.discipline.police.go.th/paper/06/257.pdf
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
เบอซาตู
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 29/12/2007
ตอบ: 701

ตอบตอบ: 07/05/2012 7:25 pm    ชื่อกระทู้: พี่เทพ และผู้รู้ครับสอบการถอนคดีที่มีการเปรียบเทียบปรับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1. การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดซึ่งกระทำกรรมเดียวผิดหลายบท จะสามารถดำเนินคดีกับผู้นั้นได้เีพยงครั้งเดียวเท่านั้น (เคยมีคำพิพากษาฏีกาหลายเรื่อง)

2. เมื่อมีการเปรียบเทียบผู้ต้องหาแล้้ว ตาม ป.อาญา ม.37 ทำให้คดีนั้นเลิกกันตาม ม.39 .....แต่ต่อมามีข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้นว่าคนซ้อนถึงแก่ความตาย แสดงว่าการเปรียบเทียบครั้งแรก จะกระทำไม่ได้เพราะมีคนตาย ที่่กระทำไปแล้วจึงไม่ถูกต้อง และไม่ชอบ ก็ต้องทำเรื่องถอนการเปรียบเทียบดังกล่าว พร้อมขอเงินที่เปรียบเทียบไปคืนแก่ผู้ต้องหาที่ถูกเปรียบเทียบ เพื่อให้สถานะกลับคืนสู่สภาพเดิม

3. พร้อมกันนั้นก็เริ่มเรื่องใหม่ให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดปรับเข้าข้อกฎหมาย โดยดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปตามปกติ

4. เคยมี พงส.ถูกร้องเรียนเรื่องเปรียบเทียบคดีจราจรไม่ชอบ ผลสอบสวนได้ข้อเท็จจริงว่าเป็นการเปรียบเทียบข้อหาขับรถประมาท แต่มีผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกสอบสวนดำเนินคดีทางวินัยถึงกับให้ออกจากราชการ ก็เคยมีมาแล้วเป็นตัวอย่าง เพราะเปรียบเทียบไม่ถูกต้อง

5. ตามกระทู้ หากไม่มีเรื่องอะไร ไม่มีคนคอยยุ คอยแหย่ ก็คงไม่เป็นไร แต่หากมี บอกได้เลยว่า " อ.ต.ร." แนะนำอย่าวัดดวง ปลอดภัยไว้ก่อน ยกการ์ดให้สูงๆเข้าไว้ จะได้ไม่ถูกน็อค รีบแก้ไขและทำให้ถูกต้องเสียจะดีที่สุด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
ฐิต
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 11/01/2008
ตอบ: 1593

ตอบตอบ: 08/05/2012 9:04 am    ชื่อกระทู้: พี่เทพ และผู้รู้ครับสอบการถอนคดีที่มีการเปรียบเทียบปรับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

http://www.stdlawcenter.com/index.php?option=com_content&task=view&id=1474&Itemid=211

-อ่านข้อ 5. ท่านเบอชาตู แล้วหนาวจับขั้วหัวใจ จริงๆ เหมือนอยู่ในที่ติดลบร้อยองศาC ..

-บรรยายรายละเอียดในการขอถอนการเปรียบเทียบ ให้เจือสม กลมกลืน
โดยเฉพาะเหตุผลที่เปรียบเทียบ กับกรณีผู้ซ้อน ปรึกษาหัวหน้างานสอบสวน กับ
หัวหน้าสถานี (พูดความจริง)...สองท่านนี้จะเป็นพี่เลี้ยงให้มวยในค่ายไปถึงชัยชนะ

-ไม่ได้เข้าตามตรอกออกตามประตู.. แต่พ่อตา แม่ยาย ก็รับสมาของลูกเขย...
ที่(เผลอไผล/มือใหม่)พาสาวหนี.. อยู่กินฉันท์สามีภรรยา อย่างมีสุข
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
โซดา
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/03/2012
ตอบ: 9

ตอบตอบ: 08/05/2012 3:44 pm    ชื่อกระทู้: พี่เทพ และผู้รู้ครับสอบการถอนคดีที่มีการเปรียบเทียบปรับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5942/2548
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์

นายเอกรินทร์ จินดาสมัย จำเลย
จำเลย กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษเบากว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งความผิดที่มีโทษหนักกว่าเลิกกันตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 ได้ แม้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับจำเลยไปแล้วในความผิดฐานดังกล่าวโดยความ ยินยอมของผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายมิได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่ จำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ด้วย การเปรียบเทียบปรับก็ไม่ชอบ คดีอาญาไม่เลิกกัน ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ได้ _______________________________

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2545 เวลากลางวัน จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 3 ง 2796 กรุงเทพมหานคร ไปตามถนนทางด่วนขั้นที่ 2 จากทางด้านด่านถนนจันทร์ มุ่งหน้าไปลงถนนพระราม 9 โดยความประมาทด้วยความเร็วสูงชนท้ายรถยนต์หมายเลขทะเบียน บต 3958 ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีนายโสภา วงษ์ฟ้า เป็นผู้ขับอยู่ข้างหน้าในช่องทางเดียวกัน เป็นเหตุให้นายโสภาได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 3 ง 2796 กรุงเทพมหานคร โดยประมาท ชนท้ายรถยนต์หมายเลขทะเบียน บต 3958 ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีนายโสภา วงษ์ฟ้า ผู้เสียหายเป็นผู้ขับอยู่ข้างหน้าในช่องทางเดียวกัน เป็นเหตุให้รถยนต์ของผู้เสียหายได้รับความเสียหายและผู้เสียหายรับอันตราย แก่กาย พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของ ผู้อื่นเสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดข้อหาดังกล่าวโดยผู้เสียหายและ จำเลยยินยอม ปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าคดีอาญาเลิกกันแล้วหรือไม่ เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบจำเลยในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็น เหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษเบากว่าความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้เสีย หายรับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งความผิดที่มีโทษหนักกว่าเลิกกันตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 ได้ แม้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับจำเลยไปแล้วในความผิดฐานดังกล่าวโดยความ ยินยอมของผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายมิได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่ จำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ด้วย ก็ตาม การเปรียบเทียบปรับย่อมไม่ชอบ คดีอาญาไม่เลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ เสียหายรับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น”

พิพากษายืน

( เรวัตร อิศราภรณ์ - สบโชค สุขารมณ์ - ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล )
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.10 วินาที